กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีภาษาไทยEnglish
หน้าหลัก บริการประชาชน บริการข้อมูล/ข่าวสาร เอทิล-เมทิลแอลกอฮอล์ เรียกชื่อผิด พิษถึงตาย

เอทิล-เมทิลแอลกอฮอล์ เรียกชื่อผิด พิษถึงตาย

พิมพ์ PDF

          เห็นชื่อเรื่องแล้ว หลายคนอาจสงสัยว่า ทั้งสองคำแตกต่างกันอย่างไร ทำไมมีผลทำให้ถึงแก่ชีวิต รศ. สุชาตา ชินะจิตร ที่ปรึกษาวิชาการฐานความรู้เรื่องความปลอดภัยด้านสารเคมี (http://www.chemtrack.org) ได้กล่าวถึงลักษณะ ประโยชน์ และโทษ ของทั้งสองคำไว้ดังนี้


 

ประเภทของแอลกอฮอล์  คุณสมบัติ  ความเป็นพิษต่อร่างกาย
 เอทิลแอลกอฮอล์ (ethyl alcohol) หรือ เอทานอล (Ethanol)   เป็นของเหลว ไม่มีสี ระเหยได้ ไวไฟสูง และละลายน้ำได้ เป็นแอลกอฮอล์ที่ได้จากการหมักพืชผลทางการเกษตร เช่น อ้อย มันสำปะหลัง ข้าวโพด รับประทานได้ นิยมนำมาทำเป็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ยาสำหรับเช็ดทำความสะอาดแผล (แต่ห้ามรับประทานเพราะในน้ำยาล้างแผล จะใส่สีไว้เพื่อป้องกันการนำไปรับประทาน) ใช้ผลิตเครื่องสำอาง ใช้เป็นน้ำมันเชื้อเพลิง   โรคพิษสุราเรื้อรัง ตับอักเสบ
 เมทิลแอลกอฮอล์ (methyl alcohol) หรือ เมทานอล (methanol)   เป็นของเหลวใส ระเหยง่าย เป็นผลพลอยได้จากกระบวนการกลั่นทางปิโตรเคมี นิยมใช้เป็นตัวทำละลายในอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ เช่น สีทาไม้ น้ำมันเคลือบเงา ยาลอกสี ฯลฯ และใช้เป็นเชื้อเพลิงในธรรมชาติ  มีพิษมาก สามารถดูดซึมเข้าทางผิวหนังและลมหายใจ ผู้ที่สูดดมเข้าไปจะเกิดอาการระคายเคืองต่อทางเดินหายใจ ทำให้หลอดลมอักเสบ หลอดคออักเสบ เยื่อบุตาระคายเคือง ทำให้เยื่อบุตาอักเสบ หากหายใจเข้าไปมากๆ จะทำให้ปวดท้อง เวียนศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน กล้ามเนื้อกระตุก หายใจลำบาก การมองเห็นจะผิดปกติจนอาจถึงขั้นตาบอดได้ หากดื่มเข้าไป ทางเดินอาหารจะดูดซึมและกระจายเข้าสูกระแสเลือดทันที ทำให้คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเดิน เห็นภาพไม่ชัด มีผลต่อประสาทตา และอาจทำให้ตาบอดได้ ที่สำคัญยังมีผลต่อระบบหายใจ ทำให้ไตอักเสบ กล้ามเนื้อตับตาย หรือโลหิตเป็นพิษ และอันตรายถึงขั้นเสียชีวิต

 เพราะฉะนั้น ควรทำความเข้าใจถึงแอลกอฮอล์แต่ละชนิด ระบุชื่อแอลกอฮอล์ที่ต้องการซื้อให้ชัดเจน พร้อมทั้งอ่านฉลากข้างขวดให้แน่ชัดก่อนใช้ทุกครั้ง เพื่อความปลอดภัย และที่สำคัญห้ามผสมเหล้าด้วยการซื้อแอลกอฮอล์มาเติมเองโดยเด็ดขาด

 

หน่วยงานเจ้าของข้อมูล : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
                                  111 อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย
                                  ถนนพหลโยธิน ตำบลคลองหนึ่ง อำเภอคลองหลวง 
                                  จังหวัดปทุมธานี 12120
                                  โทรศัพท์ 0 2564 7000
                                  โทรสาร 0 2564 7001-5
                                  เว็บไซต์ : http://www.nstda.or.th/

 

 
ข่าวที่เกี่ยวข้อง :
» เปิดประสบการณ์การเรียนรู้วิทยาศาสตร์ในโลกมืด กับ “ค่ายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสำหรับนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเห็น” ครั้งที่ 9
» ขอเลข 13 หลัก เพราะจะตามไปยึดเงินได้ไหม
» ก.วิทย์ จับมือ ก.คลัง เปิดช่องทางใหม่ให้เอกชนรับรองโครงการวิจัยด้วยตนเอง เพื่อใช้สิทธิยกเว้นภาษี 300% ได้สะดวก รวดเร็ว และหนุนการทำวิจัยเพิ่มมากขึ้น
» ก.วิทย์ โดย ซอฟต์แวร์พาร์ค สวทช. จับมือ สสว. จัดเวทีนำเสนอนวัตกรรมและแผนธุรกิจสำหรับหาเงินทุนหรือผู้ร่วมทุน พร้อมสร้างเครือข่ายสตาร์ทอัพไอซีทีไทยในระดับนานาชาติ
» ก.วิทย์ สวทช. ร่วมมือกับเอไอที สนับสนุนบุคลากรวิจัยให้บริการและให้คำปรึกษาทางวิชาการ
» สำนักงาน กสทช. ร่วมกับ สวทช. เผยผลสำรวจมูลค่าตลาดสื่อสารปี 59 ตลาดยังสดใส โต 11.5% ผลพวงจาก 4G และดิจิทัลอีโคโนมี
» กรมการข้าว ร่วมกับ สวทช. เปิดหมู่บ้านส่งเสริมเมล็ดพันธุ์ข้าว ต.ชัยบุรี อ.เมือง จ.พัทลุง
หน่วยงานในสังกัดกระทรวง
สำนักงานรัฐมนตรี สำนักงานปลัดกระทรวง กรมวิทยาศาสตร์บริการ สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ สถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ(องค์การมหาชน) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ(องค์การมหาชน) สำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน(องค์การมหาชน) สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร(องค์การมหาชน) สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ(องค์การมหาชน) สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์(องค์การมหาชน)

กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.)
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อการพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม สร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืน ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร
หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
โปรดแจ้งให้ทราบเพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป