กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีภาษาไทยEnglish
หน้าหลัก บริการประชาชน บริการข้อมูล/ข่าวสาร

บริการข้อมูล/ข่าวสาร

บริการข้อมูลข่าวสารของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี คลอบคลุมข้อมูลข่าวสาร ตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ.2540 ทั้งข้อมูลข่าวสารที่อยู่ในความครอบครองหรือควบคุมดูแลของหน่วยงานในสังกัดกระทรวง ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการดำเนินงานของรัฐหรือข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับเอกชน

 



บ.อมตะร่วม ก.วิทย์ ผุด “เมืองวิทยาศาสตร์อมตะ”

พิมพ์ PDF

อมตะทุ่มเฟสแรก 300 ล้านบาทสร้าง "เมืองวิทยาศาสตร์" เปิดพื้นที่รองรับผู้ประกอบการในนิคมอมตะนครทำวิจัยและพัฒนา


นางสมหะทัย พานิชชีวะ ประฐานเจ้าหน้าที่พัฒนาธุรกิจบริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) กล่าวระหว่างการลงนามความร่วมมือจัดตั้ง “เมืองวิทยาศาสตร์อมตะ” ว่า อมตะคอร์ปอเรชันเห็นความสำคัญของการทำวิจัยและพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ที่สามารถเพิ่มประสิทธิภาพให้ภาคอุตสาหกรรม จึงนำมาสู่ความร่วมมือกับกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และ 8 มหาวิทยาลัยแห่งชาติ


 “เราทำหน้าที่เหมือนเป็นมือเป็นเท้า คอยรับจ้างผลิตให้ต่างประเทศ เมืองวิทยาศาสตร์ที่จะเกิดขึ้น จะทำให้เราสามารถเป็นสมองเป็นหัวใจ เพิ่มมูลค่าให้กับภาคอุตสาหกรรมของไทยได้” นางสมหะทัย กล่าว


“เมืองวิทยาศาสตร์อมตะ” จะตั้งอยู่ภายในนิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร จ.ชลบุรี โดยอมตะจะสนับสนุนที่ดิน 500-1000 ไร่ อาคาร สาธารณูปโภคและถนน คิดเป็นมูลค่าการลงทุนในเฟสแรกประมาณ 300 ล้านบาท ขณะที่กระทรวงวิทยาศาสตร์จะทำหน้าที่พี่เลี้ยงให้คำปรึกษาและสนับสนุนนักวิจัยจากหน่วยงานในกำกับ สำหรับมหาวิทยาลัยจะสนับสนุนในแง่ของบุคลากรและผลงานวิจัย


มหาวิทยาลัย 8 แห่งที่เข้าร่วม ได้แก่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ม.เกษตรศาสตร์ ม.ศรีนครินทรวิโรฒ ม.บูรพา ม.เทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ม.เทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง และสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเซีย


ปัจจุบัน โครงการดังกล่าวอยู่ระหว่างเริ่มต้น โดยทางอมตะคอร์ปอเรชันกำลังคัดสรร “ที่ปรึกษา” มาทำหน้าที่ออกแบบและวางแปลนเมืองวิทยาศาสตร์ที่เหมาะกับวัตถุดิบ อุตสาหกรรมและความเชี่ยวชาญของไทย คาดว่า 4-6 เดือนหลังจากนี้ จะได้แผนการสร้างเมืองวิทยาศาสตร์อมตะ


 “หลังจากได้แผนงานที่แน่นอน ก็จะเริ่มสร้างสาธารณูปโภคและสิ่งปลูกสร้างต่างๆ โดยคาดว่าใช้เวลาก่อสร้าง 6-8 เดือน ระหว่างนั้นก็จะประชาสัมพันธ์เชิญชวนบริษัทเอกชนต่างๆ โดยเริ่มจาก 700 กว่าแห่งในนิคมอุตสาหกรรมอมตะนครมาตั้งศูนย์วิจัย โดยในปี 2554 จะได้เห็นลูกค้าคนแรกเข้ามาจัดตั้งศูนย์วิจัยในเมืองวิทยาศาสตร์” นางสมหะทัย กล่าว


ศาสตราจารย์ ดร.ชัชนาถ เทพธรานนท์ รองผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ในฐานะประธานคณะกรรมการที่ปรึกษาจัดตั้งโครงการเมืองวิทยาศาสตร์อมตะ กล่าวว่า เมืองวิทยาศาสตร์อมตะจะเป็นศูนย์กลางให้หน่วยงานภาครัฐ มหาวิทยาลัย และบริษัทเอกชน เช่าพื้นที่สำหรับตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนา และศูนย์การเรียนรู้ ขณะเดียวกันภายในเมืองจะมีหน่วยการศึกษาของ 8 มหาวิทยาลัยที่ร่วมมือทำหน้าที่พัฒนาบุคลากรให้ภาคเอกชน ประโยชน์จากเมืองวิทยาศาสตร์ นอกจากจะเพิ่มประสิทธิภาพให้ภาคอุตสาหกรรมผ่านงานวิจัยแล้ว สิ่งที่ประเทศไทยจะได้ประโยชน์คือ องค์ความรู้และเทคโนโลยีของไทย ขณะเดียวกันก็เป็นแหล่งสร้างทรัพยากรบุคคลอีกด้วย


 “นอกจากนักวิจัยเลือดใหม่ที่จะเกิดขึ้น เมืองวิทยาศาสตร์อมตะยังจะเป็นฐานรองรับบุคลากรที่มีศักยภาพของไทยในต่างประเทศ กลับเข้ามาทำงานวิจัยในไทยภายใต้โครงการสมองไหลกลับ” ประธานคณะกรรมการที่ปรึกษาฯ กล่าว

 

นำมาจาก : สวทช

แหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ

 

รู้จักข้างขึ้นข้างแรม

พิมพ์ PDF

การดูข้างขึ้นข้างแรม ดูได้ง่ายนิดเดียว (กระซิบไม่ต้องอ่านจากปฏิทินกันด้วยนะ) เพียงแค่หนูๆ รู้ว่าทิศตะวันออกอยู่ด้านไหน แล้วก็แหงนหน้าขึ้นมองดูดวงจันทร์หากส่วนที่เป็นด้านมืด (ไม่ว่าจะแหล่งเป็นเสี้ยว หรือปูดนูนออกมาก็ตาม) หันไปทางทิศตะวันออก แสดงว่าเป็นช่วงเวลาข้างขึ้น และในทางตรงกันข้ามหากส่วนที่เป็นด้านมือของดวงจันทร์หันไปทางทิศตะวันตก ก็แสดงว่าเป็นช่วงเวลาข้างแรม นอกจากนี้เรายังสามารถสังเกตได้อีกว่าข้างขึ้นนั้นขึ้นกี่ค่ำ และข้างแรมนั้นกี่ค่ำ โดยสังเกตุได้จากการประมาณจากส่วนเว้าหรือแหว่งของดวงจันทร์


 

  • ดวงจันทร์สว่างเต็มดวง คือ ขึ้น 15 ค่ำ
  • ดวงจันทร์สว่างครึ่งดวง คือ ขึ้น 7-8 ค่ำ หรือ แรม 7-8 ค่ำ
  • ดวงจันทร์เป็นเสี้ยวประมาณ 1 ใน 4 ดวง คือ ขึ้น 3-4 ค่ำ หรือ แรม 11-12 ค่ำ
  • ดวงจันทร์มืดเต็มดวง คือ แรม 15 ค่ำ

เป็นยังไงคะ การดูข้างขึ้นข้างแรมไม่ใ่ช่เรื่องยากอีกต่อไปแล้วใช่ไหมคะ คืนนี้ลองชวนคุณพ่อคุณแม่ออกมาชมจันทร์กันนะคะว่าวันนี้เป็นวันที่มีข้างขึ้นหรือข้างแรมหรือไม่

 

หน่วยงานเจ้าของข้อมูล : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
                                  111 อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย
                                  ถนนพหลโยธิน ตำบลคลองหนึ่ง อำเภอคลองหลวง 
                                  จังหวัดปทุมธานี 12120
                                  โทรศัพท์ 0 2564 7000
                                  โทรสาร 0 2564 7001-5
                                  เว็บไซต์ : http://www.nstda.or.th/

 

 

กำหนดเพศได้ด้วยอุณหภูมิ

พิมพ์ PDF

นักชีววิทยาชาวอเมริกันได้ค้นพบความลับของวงจรชีวิตของจระเข้แอลลิเกเตอร์  คือแอลลิเกเตอร์
สามารถกำหนดเพศของลูกน้อยได้ด้วยอุณหภูมิเพียงอย่างเดียว  หากไข่ของมันถูกเก็บไว้ในที่ที่มีอุณหภูมิต่ำกว่า 86 องศาฟาเรนไฮต์ ในระหว่างสัปดาห์ที่ 2 และ 3 ของการฟักไข่  ไข่เหล่านี้จะฟักออกเป็นตัวเมียทั้งหมด และไข่ที่ถูกเก็บไว้ที่อุณหภูมิสูงกว่า 94 องศาฟาเรนไฮต์ จะฟักออกมาเป็นตัวผู้ทั้งหมด ส่วนไข่ที่เก็บไว้ที่อุณหภูมิระหว่าง 86-94 องศาฟาเรนไฮต์ จะฟักเป็นทั้งตัวผู้และตัวเมีย

     นักวิจัยได้เริ่มสังเกตเห็นความลับนี้จากการเฝ้าดู เขาพบว่าจระเข้ที่วางไข่ในหนองบึงเฉอะแฉะเย็น
ชื้น ไข่จะฟักเป็นตัวเมีย ส่วนไข่ที่วางบนฝั่งที่มีแสงอาทิตย์ส่องถึงจะออกมาเป็นตัวผู้ ปริศนาที่ว่าทำไมอุณหภูมิ จึงกำหนดเพศได้ นักวิทยาศาสตร์อธิบายว่าขณะที่อุณหภูมิสูนั้นตัวอ่อนจะใช้ไข่แดงหมดไปอย่างรวดเร็วจนเหลืออาหารน้อยไม่เพียงพอแก่การพัฒนาไข่เป็นเพศเมีย
 

แหล่งที่มา : http://members.fortunecity.com/thehexgirl/science.html

 

ทำไมใบไม้จึงเปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วง

พิมพ์ PDF

น้องๆ ทราบหรือไม่ว่า ทำไมใบไม้จึงเปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วง

              ก็เพราะว่า ในฤดูร้อนซึ่งมีแสงแดดยาวนานกว่าฤดูอื่น ต้นไม่จะเร่งผลิตอาหารในขบวนการที่เรียกว่า Photosynthesis (โฟโตซินทิซิส) ซึ่งเกิดขึ้นที่ใบไม้ที่มีสีเขียว  จากกระบวนนี้เอง  น้ำที่ผ่านจากรากจะรวมตัวกับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากอากาศ ได้เป็นก๊าซออกซิเจนและกลูโคสออกมา น้องๆ คงทราบว่า ออกซิเจนมีความจำเป็นสำหรับการหายใจของเรา และกลูโคสเป็นแหล่งอาหารของต้นไม้ พอเริ่มเข้าฤดูใบไม้ร่วง แสงแดดและน้ำซึ่งมีน้อย จะทำให้ต้นไม้หยุดการผลิตอาหาร และใช้อาหารที่เก็บไว้ในฤดูร้อนแทน ดังนั้น สีเขียวของใบไม้จึงหายไป ทำให้เราเห็นใบไม้สีเหลืองหรือสีส้มในฤดูใบไม้ร่วงแทน

 

หน่วยงานเจ้าของข้อมูล : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
                                  111 อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย
                                  ถนนพหลโยธิน ตำบลคลองหนึ่ง อำเภอคลองหลวง 
                                  จังหวัดปทุมธานี 12120
                                  โทรศัพท์ 0 2564 7000
                                  โทรสาร 0 2564 7001-5
                                  เว็บไซต์ : http://www.nstda.or.th/

 

 

แผนที่เทคโนโลยี สิ่งทออัจฉริยะ

พิมพ์ PDF

บทความวิจัยตีพิมพ์เรื่องสิ่งทออัจฉริยะ จากฐานข้อมูล Thomson ISI พบมีอัตราเพิ่มขึ้นทุกปี ในปี ค.ศ.2000 มีจำนวน 3 เรื่อง ถึงปี ค.ศ.2008 เพิ่มขึ้นเป็นจำนวน 50 เรื่อง ประเทศผู้นำการวิจัย คือ สหรัฐอเมริกา (65) จีน (36) อังกฤษ (20) ญี่ปุ่น (16)  ฝรั่งเศส (15) เกาหลีใต้ (15) ไต้หวัน (14) อิตาลี (13) เยอรมนี (12) สวิสเซอร์แลนด์ (12)  แสดงข้อมูลโดยรวมแบบ Profile / ตาราง Matrix /  แผนที่ Cross-Correlation Map แสดงรายการบรรณานุกรมโครงการวิจัยจากการสนับสนุนทุนวิจัยโดยประเทศสหรัฐ อเมริกา NTIS, U.S. Department of  Commerce

ส่วนเอกสารสิทธิบัตรจากฐานข้อมูล Thomson Delphion พบ ประเทศเยอรมนีเป็นผู้นำลำดับ 1 ที่มีการคิดค้นนวัตกรรมสิ่งประดิษฐ์ที่เกี่ยวข้องกับสิ่งทออัจฉริยะที่มุ่ง สู่ภาคอุตสาหกรรมที่มีการขอยื่นจดสิทธิบัตร โดยพบปีที่ยื่นขอมีอัตราเพิ่มขึ้นตลอดมา ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1998 มีจำนวน 5 เรื่อง จนถึงปี ค.ศ.2007 มีจำนวน 120 เรื่อง แสดง Profile ประเทศผู้นำที่มุ่งสู่ขอความคุ้มครองสิ่งประดิษฐ์ สิ่งทออัจฉริยะ DE (157) US (51) CH(21) FR(9) NL(9) แสดงแผนภูมิ Patent Assignee / Countries /  Priority Years / Publication Country

 

หน่วยงานเจ้าของข้อมูล : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
                                  111 อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย
                                  ถนนพหลโยธิน ตำบลคลองหนึ่ง อำเภอคลองหลวง 
                                  จังหวัดปทุมธานี 12120
                                  โทรศัพท์ 0 2564 7000
                                  โทรสาร 0 2564 7001-5
                                  เว็บไซต์ : http://www.nstda.or.th/

 

 
หน้า 3 จาก 5
หน่วยงานในสังกัดกระทรวง
สำนักงานรัฐมนตรี สำนักงานปลัดกระทรวง กรมวิทยาศาสตร์บริการ สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ สถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ(องค์การมหาชน) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ(องค์การมหาชน) สำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน(องค์การมหาชน) สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร(องค์การมหาชน) สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ(องค์การมหาชน) สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์(องค์การมหาชน)

กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.)
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อการพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม สร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืน ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร
หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
โปรดแจ้งให้ทราบเพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป