กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีภาษาไทยEnglish
หน้าหลัก บริการประชาชน บริการบทเรียนออนไลน์ สวทช. ผนึกกำลัง กรมอุทยานแห่งชาติฯ ม.สงขลานครินทร์ และ จ.ตรัง ใช้ วท. ฟื้นฟู ปกป้อง และจัดการ ทรัพยากรชายฝั่งทะเล

สวทช. ผนึกกำลัง กรมอุทยานแห่งชาติฯ ม.สงขลานครินทร์ และ จ.ตรัง ใช้ วท. ฟื้นฟู ปกป้อง และจัดการ ทรัพยากรชายฝั่งทะเล

พิมพ์ PDF


     กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี - สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่วมกับ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช (อส.) โดยอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม  มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) และจังหวัดตรัง จัดพิธีลงนามความร่วมมือเพื่อพัฒนา “โครงการบูรณาการทางวิชาการเพื่อการจัดการทรัพยากรชายฝั่งทะเลอย่างยั่งยืน บริเวณหาดหยงหลำและเกาะมุก อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม” เพื่อหาแนวทางการพัฒนาการวิจัยและการบริหารจัดการในพื้นที่หาดหยงหลำ เกาะมุก อุทยานแห่งชาติเจ้าไหม จังหวัดตรัง โดยมีเป้าหมายในการใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจัดการทรัพยากรชายฝั่งทะเลบริเวณอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม ด้วยการอนุรักษ์และฟื้นฟูระบบนิเวศที่สำคัญคือ หญ้าทะเล และสัตว์ป่าสงวนพะยูน รวมทั้งสัตว์หน้าดินต่างๆ เพื่อให้โครงสร้างทรัพยากรธรรมชาติคงไว้ซึ่งความสมดุล เกิดการใช้ประโยชน์ของทรัพยากรชายฝั่งทะเลได้เหมาะสมเข้ากับบริบทของชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อม คาดว่าการลงนามครั้งนี้จะนำมาซึ่งแนวทางการจัดการอนุรักษ์และฟื้นฟูหญ้าทะเล พะยูน และการจัดการทรัพยากรชายฝั่งทะเล ตลอดจนส่งเสริมท่องเที่ยวเชิงนิเวศ เพื่อสร้างประโยชน์ให้กับชุมชนทั้งปัจจุบันและในอนาคตอย่างยั่งยืนต่อไป

 

 

 

 

     ดร.ทวีศักดิ์ กออนันตกูล ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กล่าวว่า “ด้วยความสำคัญของระบบนิเวศในพื้นที่หาดหยงหลำและเกาะมุก อุทยานแห่งชาติเจ้าไหม จังหวัดตรัง สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช (อส.) โดยอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) และ จังหวัดตรัง จึงได้มีการหารือร่วมกันในการพัฒนา ‘โครงการบูรณาการทางวิชาการเพื่อการจัดการทรัพยากรชายฝั่งทะเลอย่างยั่งยืน บริเวณหาดหยงหลำและเกาะมุก อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม’ เพื่อหาแนวทางการพัฒนาการวิจัยและการบริหารจัดการในพื้นที่ดังกล่าว โดยมีเป้าหมายเพื่อใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในการจัดการทรัพยากรชายฝั่งทะเลบริเวณอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหมในลักษณะองค์รวม มีการอนุรักษ์และฟื้นฟูระบบนิเวศที่สำคัญ (แหล่งหญ้าทะเลผืนใหญ่ที่สุด) และสัตว์ป่าสงวน (พะยูนฝูงใหญ่ที่สุด) รวมทั้งสัตว์หน้าดิน (ปลิงทะเล ม้าน้ำ หอยตะเภา หอยมือเสือ) เพื่อให้โครงสร้างของทรัพยากรธรรมชาติมีความสมดุลและมีการใช้ประโยชน์ของทรัพยากรชายฝั่งทะเลให้เหมาะสมกับความต้องการของอุทยานฯ อย่างยั่งยืนกับบริบทของชุมชน สังคมและสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้ โครงการดังกล่าว มีระยะเวลา 5 ปี (พ.ศ. 2559-2563) นอกจาก 4 หน่วยงานหลักที่ลงนามร่วมกันเพื่อทำงานในพื้นที่ดังกล่าวแล้ว ยังได้รับร่วมมือจากมหาวิทยาลัยพันธมิตร ได้แก่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมหาวิทยาลัยบูรพา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง และมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เพื่อร่วมกันนำเทคโนโลยีและวิธีการวิจัยใหม่ๆ มาใช้ในการวิจัยพื้นที่ทั้งในมิติของการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และการใช้ประโยชน์จากชุมชน ซึ่งผลจากความร่วมมือครั้งนี้ คาดว่าจะได้แนวทางการจัดการอนุรักษ์และฟื้นฟูหญ้าทะเล พะยูน รวมทั้งการจัดการทรัพยากรชายฝั่งทะเล ตลอดจนส่งเสริมท่องเที่ยวเชิงนิเวศ เพื่อสร้างประโยชน์ให้กับชุมชนอย่างยั่งยืน”
     “ปัจจุบันวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีได้เข้ามามีบทบาทในการจัดการทรัพยากรชีวภาพมากขึ้น จึงจำเป็นอย่างยิ่งในการพัฒนาเทคโนโลยีและแนวทางใหม่ๆ เพื่อการสำรวจติดตามทรัพยากรชีวภาพที่มีประสิทธิภาพ เช่น พะยูน หรือหญ้าทะเล โดยการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีอากาศยานไร้คนขับ (Unmanned Aircraft System) หรือแม้แต่การติดตามกระแสน้ำและการหมุนเวียนของตะกอนในทะเล รวมไปถึงการติดตามสภาวะแวดล้อมทางทะเล ที่จำเป็นต้องใช้แบบจำลองทางสมุทรศาสตร์ และการติดตามแบบ real time เข้ามาช่วย ทำให้การศึกษาสภาวะแวดล้อมทางทะเลมีประสิทธิภาพมากขึ้น” ผู้อำนวยการ สวทช. กล่าวเสริม
     นายเฉลิมชัย ปาปะทา รักษาการรองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กล่าวว่า “อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม จังหวัดตรัง เป็นพื้นที่อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมทางทะเล รวมทั้งมีความหลากหลายของระบบนิเวศน์ครบถ้วน โดยหน่วยงานและเจ้าหน้าที่ของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ซึ่งเป็นหน่วยงานหลัก มีกำลังเจ้าหน้าที่จำกัด และต้องปฏิบัติงานในครอบคลุมทุกด้านและทุกเรื่องในเวลาเดียวกัน ตามภารกิจหลักประกอบด้วย การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้มีความยั่งยืนตลอดไป การศึกษาวิจัยและห้องทดลองทางธรรมชาติวิทยา รวมทั้งการจัดการการท่องเที่ยวในลักษณะการสื่อความหมายธรรมชาติและนันทนาการ ประเด็นเหล่านี้มีความสำคัญทุกด้าน ดังนั้นภารกิจในด้านการศึกษาวิจัยทางวิชาการ และการใช้เทคโนโลยีขั้นสูง จำเป็นต้องมีการบูรณาการองค์ความรู้เฉพาะด้านจากสถาบันการศึกษาและผู้เชี่ยวชาญเฉพาะ เพื่อให้เข้ามาร่วมงานทางด้านวิชาการ และร่วมกันกำหนดเป้าหมายการจัดการทรัพยากรชายฝั่งทะเลของอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหมในลักษณะองค์รวม ที่สำคัญคือ ความจำเป็นที่ต้องให้องค์ความรู้ทางวิชาการมาเป็นข้อมูลชี้นำในการวางแผนเพื่อการจัดการอย่างเป็นระบบ”

 

 

     นายชูศักดิ์ ลิ่มสกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ กล่าวว่า “มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ โดยคณะวิทยาศาสตร์ ในบทบาทหน้าที่ของสถาบันการศึกษาในพื้นที่ รับผิดชอบในการสร้างองค์ความรู้ผ่านการวิจัย และการสร้างบุคคลากรที่มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับทรัพยากรในพื้นที่ทางภาคใต้ ความร่วมมือในครั้งนี้เป็นโอกาสอันดีในการใช้พื้นที่อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางชีวภาพสูง ได้รับการจดทะเบียนเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำของประเทศไทย และของโลก เพื่อเป็นพื้นที่ศึกษาวิจัย และใช้พื้นที่ดังกล่าวในการเรียนการสอนให้กับนักศึกษาและการสร้างองค์ความรู้ใหม่ต่างๆ เพื่อเป็นฐานข้อมูลที่สำคัญในการจัดการทรัพยากรทางทะเลอย่างยั่งยืน” 
     นายเดชรัฐ สิมศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง กล่าวว่า “บริเวณชายฝั่งทะเลในพื้นที่อนุรักษ์ของประเทศไทย โดยเฉพาะอุทยานแห่งชาติทางทะเล ที่มีความสำคัญทั้งในระดับนานาชาติ ระดับภูมิภาคอาเซียน ระดับประเทศ จนถึงระดับชุมชนชายฝั่ง โดยเฉพาะในด้านการท่องเที่ยวเชิงนิเวศทางทะเล  ประเทศไทยได้รับการโหวตเป็นอันดับที่ 2 สำหรับ Top snorkeling in Pacific and Indian Ocean และได้รับการโหวตเป็นอันดับที่ 5 สำหรับ Top Value Dive Destination in Pacific and Indian Ocean รายได้ของประเทศไทยที่มาจากการท่องเที่ยวทางทะเลในฝั่งภาคใต้อันดามันที่ประกอบด้วย จังหวัดภูเก็ต กระบี่ พังงา และตรัง มีการเจริญเติบโตอย่างต่อเนื่อง ในปี 2556 เศรษฐกิจของกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามันขึ้นอยู่กับภาคการท่องเที่ยว โดยมีรายได้จากการท่องเที่ยว 3.25 แสนล้านบาทต่อปี  การท่องเที่ยวของจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามันจึงเป็นแหล่งรายได้ที่สำคัญทางเศรษฐกิจ และมีความสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ  จังหวัดตรังจึงเป็นหน่วยงานที่สนับสนุนและอำนวยความสะดวกในการดำเนินงานในพื้นที่  ส่งเสริมและบูรณาการ รวมทั้งนำความรู้จากการวิจัยไปส่งเสริมการท่องเที่ยวหรือการบริหารจัดการด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของจังหวัด”

 


ข่าวโดย : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)
โทรศัพท์ 0-2564-7000   โทรสาร 0-2564-7001-5
Call Center 0-2564-8000   E-mail:  อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน


เผยแพร่ข่าวโดย : นายปราโมทย์  ป้องสุธาธาร
กลุ่มงานประชาสัมพันธ์ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
โทร. 02 333 3728-3732   โทรสาร 02 333 3834
E-Mail :  อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน    Facebook : sciencethailand

 

 
ข่าวที่เกี่ยวข้อง :
» กรมวิทยาศาสตร์บริการ ร่วมมือสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) พัฒนาและส่งเสริมการรับรองสมรรถนะของบุคคลสู่มาตรฐานสากล
» กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ร่วมทัพ 35 หน่วยงานรัฐ-เอกชน เดินหน้า “ประชารัฐร่วมใจยกระดับ โอทอป ด้วย วทน.”
» สทน. ลงนามความร่วมมือกับวินอะตอม เวียดนาม ร่วมวิจัยและสร้างมาตรการความปลอดภัยทางนิวเคลียร์
» ผู้แทนจากฟิลิปปินส์เข้าเยี่ยม รมว.วท. เตรียมร่าง 'ข้อตกลงฯ ด้านวิทยาศาสตร์ฯไทย-ฟิลิปปินส์' อีกครั้ง
» 3 หน่วยงานร่วมมือผุดเมืองสุขภาพที่ปราจีนบุรี ดูแลผู้สูงอายุแบบองค์รวม
» สวทช. ผนึกกำลัง กรมอุทยานแห่งชาติฯ ม.สงขลานครินทร์ และ จ.ตรังใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ฟื้นฟู ปกป้อง และจัดการทรัพยากรชายฝั่งทะเลหาดหยงหลำและเกาะมุก อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม จ.ตรัง
» กระทรวงวิทย์ สวทช. และ ออโต้เดสก์ ร่วมขยายอุตสาหกรรมเทคโนโลยีการผลิตดิจิทัลในประเทศไทย
หน่วยงานในสังกัดกระทรวง
สำนักงานรัฐมนตรี สำนักงานปลัดกระทรวง กรมวิทยาศาสตร์บริการ สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ สถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ(องค์การมหาชน) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ(องค์การมหาชน) สำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน(องค์การมหาชน) สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร(องค์การมหาชน) สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ(องค์การมหาชน) สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์(องค์การมหาชน)

กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.)
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อการพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม สร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืน ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร
หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
โปรดแจ้งให้ทราบเพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป