กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีภาษาไทยEnglish
หน้าหลัก บริการประชาชน บริการธุรกิจ ผลิตภัณฑ์ Tcels ร่วมกับกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ โรงพยาบาลรามาธิบดี สถาบันวิจัยจีโนมริเก้นประเทศญี่ปุ่น

Tcels ร่วมกับกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ โรงพยาบาลรามาธิบดี สถาบันวิจัยจีโนมริเก้นประเทศญี่ปุ่น


 จัดประชุมเครือข่ายเภสัชพันธุศาสตร์ระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้


       ดร. ปลอดประสพ สุรัสวดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นประธานเปิดการประชุมนานาชาติ "1st south east asian phamacogenomics research network" ซึ่งจัดขึ้นโดยความร่วมมือระหว่างศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีวิวิทยาศาสตร์ (Tcels) กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล และสถาบันวิจัยจีโนมริเก้น ประเทศญี่ปุ่น โดยมีผู้บริหารกระทรวงวิทยาศาสตร์ นักวิจัยชั้นนำด้านเภสัชพันธุศาสตร์จากประเทศญี่ปุ่น เกาหลี ไต้หวัน มาเลเชีย อินโดนีเขีย และประเทศไทย ร่วมงานกัน ณ ห้องกมลทิพย์ โรงแรมสยามซิตี้ กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2555


      ดร. ปลอดประสพ สุรัสวดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ กล่าวว่า เภสัชพันธุศาสตร์ เป็นเทคโนโลยีแนวโหม่ในยุคจีโนมิกส์ที่กำลังได้รับความสนใจทั่วโลก เนื่องจากเป็นการศึกษาที่ทำให้ทราบถึงลักษณะทางพันธุกรรมที่บ่งบอกถึงการตอบสนองต่อยาของแต่ละบุคคล การจัดประชุมเพื่อสร้างเครือข่ายเภสัชพันธุศาสตร์ระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ครั้งนี้ นับเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่จะได้รับฟังความคืบหน้าและแบ่งปันประสบการณ์ด้านการวิจัยในสาขานี้จากนักวิจัยชั้นนำจากประเทศต่างๆ ที่ได้ศึกษางานด้านเภสัชพันธุศาสตร์มาอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังสามารถนำไปสู่การเชื่อมโยงเครือข่ายบริการในระดับนานาชาติ 


       นายสุริยัน  ปานเพ็ง  ผู้อำนวยการ Tcels กล่าวว่า Tcels ได้ร่วมมือกับคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี ดำเนินโครงการเภสัชพันธุศาสตร์ตั้งแต่ปี 2548 ด้วยเห็นว่าโครงการดังกล่าวจะสามารถนำมาใช้ประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชนอย่างมากเนื่องจากเป็นการศึกษาถึงพันธุกรรมต่อการตอบสนองของยาแต่ละบุคคล เพื่อให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น  และประหยัดงบประมาณให้กับประเทศชาติจากการใช้ยาแบบลองผิดลองถูกเหมือนในอดีตที่ผ่านมา    
       ด้าน รศ.ดร.วสันต์  จันทราทิตย์  หัวหน้าหน่วยไวรัสวิทยา และห้องปฏิบัติการเภสัชพันธุศาสตร์และการรักษาเฉพาะบุคคล ภาควิชาพยาธิวิทยา คณะแพทย์ศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี ในฐานะผู้อำนวยการโครงการเภสัชพันธุศาสตร์ กล่าวว่า การวิจัยด้านจีโนมเดิมจำกัดวงเฉพาะในกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้ว เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายในการวิจัยสูงมาก  ในปี พ.ศ. 2554 การถอดรหัสพันธุกรรมเฉพาะบุคคล มีค่าใช้จ่ายสูงถึงประมาณ 500,000 บาท  ดังนั้นข้อมูลจีโนมส่วนใหญ่จึงเป็นของประชากรในกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้ว ซึ่งบางส่วนไม่สามารถนำมาใช้เป็นตัวแทนของกลุ่มประชากรอาเซียนได้ จากการศึกษาระดับจีโนม พบว่าข้อมูลจีโนมของคนอเมริกัน ยุโรป จีนแผ่นดินใหญ่ เกาหลี มีความแตกต่างกับกลุ่มประชากรของประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่นประเทศไทย
       ปัจจุบันค่าใช้จ่ายในการถอดรหัสพันธุกรรมทั้งจีโนมของมนุษย์ลดลงอย่างมากเหลือเพียง $1,000 หรือประมาณ 30,000 บาทต่อราย  และยังคงลดลงอย่างต่อเนื่อง ทำให้กลุ่มประเทศที่กำลังพัฒนาเริ่มมีศักยภาพในการศึกษาวิจัยด้านจีโนมของตนเอง  ประกอบกับความหลากหลายทางชีวภาพไม่ว่าจะเป็นทางด้านประชากรมนุษย์ สัตว์ พืช และจุลชีพ อันจะเป็นจุดแข็งในการวิจัยระดับจีโนม อาทิ ทางเภสัชพันธุศาสตร์ในกลุ่มประเทศอาเซียนร่วมกัน เนื่องจากมีความหลากหลายทางพันธุกรรมที่ใกล้เคียงกัน และจะเป็นแรงขับเคลื่อนให้เกิดการพัฒนาแนวทางการตรวจวินิจฉัยและการแปลผลทางเภสัชพันธุศาสตร์ที่เฉพาะเจาะจงกับกลุ่มประชากรอาเซียน จำนวน 560 ล้านคน ทดแทนการใช้ข้อมูลของประเทศนอกภูมิภาค ซึ่งอาจส่งผลให้การแปลผลมีความคลาดเคลื่อนหรือผิดพลาดเนื่องจากความแตกต่างในระดับจีโนม
 
    
 
ผู้เผยแพร่ข่าว : นายปราโมทย์ ป้องสุธาธาร กลุ่มงานประชาสัมพันธ์

ถ่ายภาพข่าว : นายรัฐพล หงสไกร

 
ข่าวที่เกี่ยวข้อง :
» ก.วิทย์ฯ จัดประชุม ‘คณะทำงานประชาสัมพันธ์ ครั้งที่ 12/2559’ พร้อมร่วมกันหล่อเทียนพรรษา เนื่องในวันเข้าพรรษา
» TCELS จับมือจังหวัดปราจีนบุรีและโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ผุดเมืองสุขภาพดูแลผู้สูงอายุแบบองค์รวม ภายใต้โครงการ เมดิโคโพลิสเวชนคร พร้อมปักหมุดเป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ เตรียมขยายผลสู่บ้านพี่เมืองน้องพระตะบองเสียมเรียบปลายปีนี้
» เครื่องสำอาง...ไม่ต้องใช้สัตว์ทดลอง
» TCELS เปิดบ้านโชว์สตาร์ทอัพด้านชีววิทยาศาสตร์ พร้อมขยายผลร่วมมือนานาชาติ 14 พฤษภาคม 2559
» TCELS ผุด “แอพฯมือถือ” การ์ตูนให้ความรู้อัลไซเมอร์
» ดร.พิเชฐ นำคณะ ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์(TCELS)
» วงการสาธารณสุขมีลุ้น “บิลเกตส์” สนใจสนับสนุนไทยสร้างโรงงานผลิตวัคซีนป้องกันเอดส์แห่งแรกของโลก
หน่วยงานในสังกัดกระทรวง
สำนักงานรัฐมนตรี สำนักงานปลัดกระทรวง กรมวิทยาศาสตร์บริการ สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ สถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ(องค์การมหาชน) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ(องค์การมหาชน) สำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน(องค์การมหาชน) สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร(องค์การมหาชน) สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ(องค์การมหาชน) สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์(องค์การมหาชน)

กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.)
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อการพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม สร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืน ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร
หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
โปรดแจ้งให้ทราบเพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป