รก.รมว.วท.ให้สัมภาษณ์ แนวทางแก้ไขปัญหาภัยแล้งและไฟป่า ที่เกิดขึ้นในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

พิมพ์

   

   นายพีรพันธุ์ พาลุสุข รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อมวลชนเมื่อวันที่ 11 มีนาคม  2557 เวลา 16.00 น. ณ ห้องประชุมรัฐมนตรี ชั้น 2 สำนักงานปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่ตรวจราชการที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และได้มีข้อสั่งการของรักษาการนายกรัฐมนตรี ให้คณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย (กบอ.) บูรณาการฐานข้อมูลที่เกี่ยวข้องทั้งหมดเพื่อสรุปสถานการณ์น้ำ ทั้งในและนอกเขตชลประทาน อย่างไรก็ตาม รักษาการนายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์  กระทรวงมหาดไทย คณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย (กบอ.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันวางแผนบริหารจัดการน้ำให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการให้ความสำคัญเกี่ยวกับน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคเป็นอันดับแรก และจัดการน้ำเพื่อการเกษตร และให้กระทรวงเกษตรฯ ประชาสัมพันธ์ทำความเข้าใจกับเกษตรกร เกี่ยวกับการปลูกพืชที่เหมาะสมกับสถานการณ์น้ำในแต่ละพื้นที่ และจังหวัด โดยเฉพาะ 32 จังหวัด ที่กระทรวงเกษตรฯ ได้คาดการณ์ไว้ 

   ทั้งนี้ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดย สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (สทอภ.) จะเข้าไปมีส่วนร่วมในเรื่องของภาพถ่ายดาวเทียม ที่มีความแม่นยำสูง สามารถระบุถึงพื้นที่ที่เหมาะสมในการเพาะปลูก และได้มีการจัดโซนนิ่งทางการเกษตรและการเพาะปลูกพืชไว้ สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร (สสนก.) จะให้ข้อมูลในด้านทรัพยากรน้ำและการเกษตร เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการบริหารจัดการตั้งรับและแก้ไขปัญหาได้ทันท่วงที กรมวิทยาศาสตร์บริการ (วศ.) และ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) มีการบูรณาการให้ความร่วมมือในด้านการนำเทคโนโลยี จากการวิจัยพัฒนาไปช่วยบรรเทาปัญหาน้ำเรื่องการอุปโภคบริโภคสำหรับพื้นที่ขาดแคลนน้ำสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ได้มีการวิจัยเพื่อพัฒนาปรับปรุงพันธุ์พืชที่สามารถเจริญเติบโตได้ในพื้นที่ที่มีน้ำน้อย โดยมี องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) ทำหน้าที่รวบรวมข้อมูลทุกๆด้านมาเผยแพร่ให้ประชาชนทราบ และให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องวางแผนเรื่องการป้องกันภัยแล้งและประเมินการใช้น้ำ ในพื้นที่ที่มีปัญหา และให้กรมทรัพยากรน้ำทำการขุดเจาะบาดาลในพื้นที่ที่มีปัญหา

   ในส่วนของการลดปัญหามลพิษจากหมอกควัน โดยเฉพาะภาคเหนือที่ส่งผลกระทบในด้านการท่องเที่ยว โดย สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (สทอภ.) จะรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับพื้นที่ที่เกิดไฟป่าและหมอกควัน เพื่อเผยแพร่ให้หน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวช้อง รวมทั้งผู้ที่มีความสนใจสามารถติดตามดูตำแหน่งที่เกิดไฟป่าและการปกคลุมของหมอกควัน เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องใช้เป็นแนวทางแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันได้สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (สซ.) จะนำฝุ่นละอองมาตรวจวิเคราะห์ด้วยรังสีแสงซินโครตรอน โดยดูจากลักษณะเฉพาะของฝุ่นละอองที่เกิดขึ้นเป็นหมอกควันว่าเกิดจากสาเหตุอะไร เพื่อนำข้อมูลไปใช้ในการแก้ไขปัญหา สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กับสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) ช่วยในเรื่องของวัสดุต่างๆที่เหลือทิ้ง ที่สามารถนำกลับมาทำเป็นปุ๋ย หรือผลิตเป็นไฟฟ้าชีวมวลได้

 

 

 

เขียนข่าวโดย : นางสาวชลธิชา แสงเทียนสุวรรณ

เผยแพร่โดย   : นางสาวนีรนุช ตามศักดิ์

 

 

Tags ภัยแล้ง - ไฟป่า - ภาคเหนือ - ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
 
ข่าวที่เกี่ยวข้อง :
» กรมวิทยาศาสตร์บริการ เปิดศูนย์ทดสอบผลิตภัณฑ์ประจำภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ขอนแก่น สนับสนุนผู้ประกอบการภูมิภาค
» การใช้ดาวเทียมเพื่อติดตามสถาณการณ์ไฟป่า จังหวัดเชียงใหม่
» Satellite ดาวเทียมช่วยภัยแล้ง
» ภารกิจการบริหารจัดการน้ำ ปัญหาไฟป่าหมอกควันด้วยวิทยาศาสตร์, เดินหน้าผลิตชิ้นส่วนระบบราง 19 มีนาคม 2559
» รมว.วิทยาศาสตร์ฯ ขึ้นเหนือสำรวจปัญหาไฟป่าหมอกควัน
» ก.วิทย์ฯ ใช้ดาวเทียมลดไฟป่า ยกพื้นที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้
» ปลัดกระทรวงวิทย์ฯ เปิดตัวฐานข้อมูลโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐด้าน วทน. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (NESP STDB DAY 2015)