ก.วิทย์ ตั้ง“ศูนย์เครือข่ายเตือนภัยพิบัติ” ใช้ภาพถ่ายดาวเทียมแก้ปัญหาครบวงจร

พิมพ์

            ก.วิทย์ มอบ GISTDA ตั้ง“ศูนย์เครือข่ายเตือนภัยพิบัติ” ใช้เทคโนโลยีอวกาศ นำข้อมูลดาวเทียมประเมิน สถานการณ์ ช่วยบริหารจัดการภัยพิบัติ หนุนข้อมูลวางแผนอพยพ สำรวจความเสียหาย-ตรวจสอบการจ่ายค่าชดเชย   ต่อยอดสร้างเครือข่ายประชาชนมีส่วนร่วม
ประเทศไทยประสบปัญหาภัยธรรมชาติมากขึ้นต่อเนื่องเป็นประจำเกือบทุกปี เป็นเหตุให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต รวมทั้งทรัพย์สิน สาธารณูปโภค พื้นที่การเกษตร ตลอดจนอาคารบ้านเรือนได้รับความเสียหาย เนื่องจากตำแหน่งที่ตั้งของประเทศไทยที่ตั้งอยู่ในเขตมรสุม รวมถึงการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศทั่วโลกในปัจจุบัน 
            กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ หรือ GISTDA    จึงได้ดำเนินโครงการ จัดตั้งศูนย์เตือนภัยพิบัติโดยใช้เทคโนโลยีอวกาศ ตามนโยบายของ นายวรวัจน์ อภิญญกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ที่เน้นการนำวิทยาศาสตร์มาใช้ประโยชน์ 5 ด้านหลัก ประกอบด้วย การสร้างงาน สร้างรายได้ สร้างอนาคต สร้างคุณภาพชีวิต และสร้างฐานความรู้
            ศูนย์เตือนภัยพิบัติโดยใช้เทคโนโลยีอวกาศ ถือเป็นแผนงานหลักแผนงานหนึ่งในกลุ่มวิทยาศาสตร์เพื่ออนาคต    ด้วยการนำข้อมูลเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ เพื่อการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยพิบัติ  โดยการนำข้อมูลจากดาวเทียมสำรวจโลก “ไทยโชต” และดาวเทียมดวงอื่นๆที่ GISTDA  รับสัญญาณในหลายช่วงเวลา ซึ่งสามารถแสดงข้อมูลพื้นที่ครอบคลุมบริเวณกว้างประมาณ 8,100 ตร.กม. ในลักษณะ Real Time   และสามารถถ่ายภาพซ้ำที่เดิมในช่วงเวลาที่กำหนดเพื่อติดตามสถานการณ์แบบรายวัน จากนั้นนำมาประมวลผลและนำไปใช้ติดตามสถานการณ์ภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นอย่างทันท่วงที รวมถึงนำข้อมูลดังกล่าวมาบริหารจัดการภัยพิบัติและสถานการณ์ฉุกเฉินได้อย่างมีประสิทธิภาพ อาทิ การคาดการณ์สถานการณ์เพื่อเตรียมรับมือภัยธรรมชาติ การเตือนภัย การสนับสนุนข้อมูลให้แก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อการวางแผนอพยพ การประเมินความเสียหายที่เกิดจากภัยธรรมชาติ รวมถึงการวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศและการเปลี่ยนแปลงทางชายฝั่งทะเล เพื่อป้องกันความเสียหาย และเมื่อนำภาพถ่ายจากดาวเทียมมาเชื่อมโยงซ้อนทับกับข้อมูลการใช้ประโยชน์ที่ดินและข้อมูลครัวเรือนจากฐานข้อมูลพื้นฐานระดับหมู่บ้าน/ชุมชน จากกรมพัฒนาชุมชน จะทำให้ทราบขอบเขตพื้นที่จำนวนประชากรและจำนวนครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ ก็สามารถนำมาติดตามและตรวจสอบการจ่ายเงินชดเชยเยียวยาของรัฐบาลและธุรกิจประกันภัยได้
            ดร.อานนท์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา กล่าวว่า ปัจจุบันนี้ทาง GISTDA ได้นำข้อมูลจากภาพถ่ายดาวเทียมมาใช้ในการติดตามสถานการณ์ภัยพิบัติอยู่แล้ว โดยโครงการศูนย์เครือข่ายเตือนภัยพิบัติ จะเป็นการบูรณาการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องภายใต้กระทรวงวิทย์ฯ เพื่อต่อยอดให้เกิดการบริหารจัดการภัยพิบัติที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งจะทำให้ได้ฐานข้อมูลการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและระบบข้อมูลภูมิสารสนเทศที่รวดเร็วและทันต่อสถานการณ์สำหรับการเฝ้าระวัง ติดตาม เตือนภัย คาดการณ์ภัยพิบัติได้อย่างต่อเนื่องในทุกสภาพอากาศ อีกทั้งยังสามารถสร้างเครือข่ายจากการใช้ประโยชน์ข้อมูลร่วมกันระหว่างหน่วยงานที่มีหน้าที่บริหารจัดการภัยพิบัติในด้านต่างๆผ่านเครือข่ายออนไลน์ รวมถึงการเชื่อมโยงให้ภาคสังคมและประชาชนมีส่วนร่วมในการป้องกันภัยพิบัติในอนาคต  
 

- - - - - - - - - - - -  - - -


ผู้เขียนข่าว  นายชลธิป  เนินคีรี  ผู้ประสานงาน  นางสาววิภาณี   เนินคีรี       .
โทรศัพท์  0 2141 4652     แฟกซ์ 0 21439592  อีเมลล์   อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน

Tags ศูนย์เครือข่ายเตือนภัยพิบัติ