กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีภาษาไทยEnglish
หน้าหลัก ข่าวอบรม สัมมนา พิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ“การป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้ง

พิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ“การป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้ง

พิมพ์ PDF

 
          กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ และ กระทรวงมหาดไทย ร่วมมือป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งด้วยวิทยาศาสตร์

และเทคโนโลยี
 
          วันนี้ (3 พฤศจิกายน  2553)  เวลา 9.30 น. ณ ห้องประชุม 1 กระทรวงมหาดไทย ดร.วีระชัย    วีระเมธีกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และนายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ “การป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้ง ด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี” พร้อมด้วย นายพรชัย รุจิประภา ปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และนายขวัญชัย วงศ์นิติกร รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ร่วมลงนามเป็นสักขีพยาน

          การลงนามบันทึกข้อตกลงดังกล่าว มีวัตถุประสงค์  (1)  เพื่อเป็นการสนับสนุนและแลกเปลี่ยนข้อมูลสารสนเทศ แผนที่ และภาพถ่ายจากดาวเทียม
สำหรับป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้ง  (2) เพื่อสนับสนุนและร่วมวิจัย พัฒนาเทคโนโลยี สำหรับประยุกต์ใช้ในการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้ง  (3) เพื่อสนับสนุนการจัดทำระบบภูมิสารสนเทศเพื่อการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำระดับจังหวัด และระดับชุมชนด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และ (4)เพื่อร่วมพัฒนาบุคลากรให้สามารถดำเนินงานตามวัตถุประสงค์ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
 
          โอกาสนี้  ดร.วีระชัย วีระเมธีกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เปิดเผยว่า กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ มีความพร้อมและยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการร่วมแก้ไขปัญหาน้ำท่วมที่เกิดขึ้นในขณะนี้ ซึ่งเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นทุกปี ปัญหาน้ำท่วมนี้ต้องร่วมมือแก้ไขแบบบูรณาการจากทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง  กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยที่เล็งเห็นความสำคัญขององค์ความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม  ในการแก้ไขปัญหาของชาติ  ทั้งนี้ หน่วยงานหลักของกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ที่จะเร่งสนับสนุนการดำเนินงานดังกล่าว ได้แก่ สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) (สทอภ.) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร (สสนก.)
     
          องค์ความรู้ของกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ มีมากมาย ซึ่งได้เลือกองค์ความรู้ที่เหมาะสมในการทำงานร่วมกับกระทรวงมหาดไทยกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เรื่องแรกสุดก็คือ ระบบโทรมาตรวัดระดับน้ำ  ถ้าเราใช้องค์ความรู้นี้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างกรมชลประทาน  หรือกรมอุตุนิยมวิทยา  จะทำให้รับทราบปริมาณน้ำในพื้นที่ที่เจาะจง  ซึ่งจะทำให้ช่วยแก้ไขปัญหาน้ำทั้งน้ำท่วม และน้ำล้น  ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น  เรื่องที่สองคือ เรื่องภาพถ่ายดาวเทียม ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาของผู้ประสบภัยได้อย่างมีประโยชน์มากยิ่งขึ้น  ปัจจุบันนี้ เราใช้ข้อมูลของกระทรวงมหาดไทย  ข้อมูลจากผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์จริง แต่ถ้าใช้ข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียมของกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ร่วมด้วยจะทำให้การแก้ไขปัญหาได้ถูกต้อง ตรงจุด  การใช้งบประมาณในการช่วยเหลือเป็นไปอย่างรัดกุมและไม่รั่วไหล  เรื่องที่สามคือ แบบจำลองทางคณิตศาสตร์  ซึ่งเป็นเรื่องทางเทคนิค  เรื่องที่สี่คือ การแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในระยะยาวเราจำเป็นที่จะต้องสร้างเครื่องมือบางตัวขึ้นมา โดยหน่วยงานของกระทรวงวิทยาศาสตร์ ฯ ได้แก่ สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) (สทอภ.) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร (สสนก.) เรามีองค์ความรู้ที่จะสร้างเครื่องมือในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในอนาคตและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
 
          กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เห็นความสำคัญของการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งของประเทศที่จำเป็นต้องนำสารสนเทศ ข้อมูล ความรู้และเทคโนโลยี มาสนับสนุนการปฏิบัติงานของกระทรวงมหาดไทย เพื่อให้การตัดสินใจถูกต้อง แม่นยำ และเป็นปัจจุบัน 
                     
          ด้าน  นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ชี้แจงว่า ปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งเกิดขึ้นในพื้นที่หลายจังหวัดของประเทศไทยมาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ประชาชนเดือดร้อน บ้านเรือน ทรัพย์สินและพืชผลทางการเกษตรได้รับความเสียหายจำนวนมาก กระทรวงมหาดไทย ตระหนักถึงปัญหาดังกล่าว  และได้มีนโยบาย มาตรการ แนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้ง รวมถึงการบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนผู้ประสบภัยมาอย่างต่อเนื่อง  ดังนั้น  กระทรวงมหาดไทยจึงจัดให้มีการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ "การป้องกันและแก้ไขปัยหาอุทกภัยและภัยแล้ง"  ร่วมกับกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ในวันนี้
 
           ในการดำเนินงานภายใต้กรอบบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่างกระทรวงมหาดไทยและกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ โดยสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร จะร่วมกันแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นหนึ่งคณะ เพื่อบริหารความร่วมมือและขับเคลื่อนการดำเนินงานในการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้ง ให้บังเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมและมีประสิทธิภาพ ต่อไป
 

 

เขียนข่าวโดย : นางสาวอุษา ขุนเปีย        กลุ่มงานประชาสัมพันธ์   

ภาพข่าวโดย  : นางสาวสุนิสา ภาคเพียร   กลุ่มงานประชาสัมพันธ์   โทร. 0 2333 3732

 

 

 

 

 
ข่าวที่เกี่ยวข้อง :
» Satellite ดาวเทียมช่วยภัยแล้ง
» สสนก. ร่วมมือ UNISDR ใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติ
» ก.วิทย์ฯ ตั้งวอร์รูมเสริมทัพรัฐบาลแก้ภัยแล้ง มอบปลัดนั่งหัวโต๊ะบัญชาการ พร้อมส่งแพคเกจช่วยเหลือเกษตรกรแบบทันท่วงที
» ก.วิทย์ฯ ร่วมแก้วิกฤตภัยแล้ง ส่งเทคโนโลยีดาวเทียมติดตามจุดเกิดไฟป่าทั่วประเทศ
» รก.รมว.วท.ให้สัมภาษณ์ แนวทางแก้ไขปัญหาภัยแล้งและไฟป่า ที่เกิดขึ้นในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
» รมว.วท.ให้สัมภาษณ์ แนวทางแก้ไขปัญหาภัยแล้งและไฟป่า ที่เกิดขึ้นในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
» นายไบรอัน ที เกรย์ และ คณะจากประเทศแคนาดา เข้าเยี่ยมคารวะ รมว.วท.
หน่วยงานในสังกัดกระทรวง
สำนักงานรัฐมนตรี สำนักงานปลัดกระทรวง กรมวิทยาศาสตร์บริการ สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ สถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ(องค์การมหาชน) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ(องค์การมหาชน) สำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน(องค์การมหาชน) สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร(องค์การมหาชน) สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ(องค์การมหาชน) สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์(องค์การมหาชน)

กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.)
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อการพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม สร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืน ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร
หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
โปรดแจ้งให้ทราบเพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป