กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีภาษาไทยEnglish
หน้าหลัก ข่าวอบรม สัมมนา

ข่าวอบรม สัมมนา

รวบรวมข่าวการอบรม สัมมนา ของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

 



ขอเชิญเข้าร่วมการประชุม "ความรู้แนวใหม่ในการบริการเทคโนโลยีซอฟต์แวร์"

พิมพ์ PDF

 

ขอเชิญเข้าร่วมการประชุมเชิงปฏิบัติการถ่ายทอดเทคโนโลยีและความรู้หัวข้อ

(Workshop on Frontiers in Service-oriented Software Technology)

โดยวิทยากรนักวิชาชีพไทยในประเศสหรัฐอเมริกา

ศ.ดร.รัตติกร ฮิวเวท และ ดร.พงศ์พันธ์ กฤษณธโยธิน มหาวิทยาลัยเท็กซัสเทค

 

ระหว่างวันที่ 22-24 โรงแรมเซ้นจูรี่ ปาร์ค กรุงเทพฯ

ใครควรเข้าร่วมประชุมฦ? : วิศวกรซอฟต์แวร์ ผู้พัฒนาโปรแกรม นักวิจัย นักศึกษาด้าน

วิศวกรรมซอฟต์แวร์และการพัฒนาซอฟต์แวร์


สนใจสมัครเข้าร่วม ติดต่อ : คุณจันทกานต์ สำนักความร่วมมือระหว่างประเทศฯ

โทร 02 333-3700 ต่อ 3902 หรือ e-mail : อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน

 

 

September 22, 2010: Service-Oriented Software Technology and Web Service

08:30 - 09:15 hrs.

Registration

09:15 - 09:30 hrs.

Opening Remark by Mr.Somchai Tiamboonprasert , Counselor of Science and Technology, Ministry of Science and Technology

09:30 - 10:30 hrs.

Overview of service-oriented software, motivations and evolution
- Web computing paradigm & service-oriented architectures
- Web Service process-registry, discovery, composition

10:30 - 10:45 hrs.

Break

10:45 - 12:00 hrs.

Interface Description Language and Standards
- Web service description language ( WSDL )
- Universal, Description, Discovery and Integration ( UDDI )
- Simple Object Access Protocol ( SOAP ) , Business Process Execution Language ( BPEL ) etc.

12:00 -13:00 hrs.

Lunch

13:00 -14:30 hrs.

Web Service Practice
- Representation State Transfer ( REST ) : Architecture and Characteristic

14:30 - 14:45 hrs.

Break

14.45 - 15.30 hrs.

Web Service Practice ( Contd. )
- RESTful Web Services

15:30 - 16:30 hrs.

Web service Practice ( Contd. ) : example
- Service Development : clients vs. service providers
- Service by yahoo.com

   
September 23, 2010: Cloud Computing Technology
08.00 - 09.00 hrs.

Registration

09:00 - 10:30 hrs.

Overview of Cloud Computing Concepts

10:30 - 10:45 hrs.

Break

10:45 - 12:00 hrs.
Service Development with Cloud Computing : Platform as a Service
- Google App Engine and its infrastructure
12:00 - 13:00 hrs.

Lunch

13:00 - 14:30 hrs.

On Implementing Scalable Applications
- Google App Engine Basics
- Example on a real world application

14:30 - 14:45 hrs.

Break

14:45 - 15:30 hrs.

Cloud Computing Service Development : Infrastructure as a Service
- Amazon Web Service and its architecture

15:30 - 16:30 hrs.
Development by Amazon Web Services
 
 

September 24, 2010: Web Service Research

 

Registration

09:00 - 10:30 hrs.

Overview of State of the Arts:
- Advances and Issues
- Web Service Composition Problems and Solutions

10:30 - 10:45 hrs.

Break

10:45 - 12.00 hrs.

Resources, Research Community and Future Directions

12.00 - 13.00 hrs.

Lunch

13:00 - 15:00 hrs.

Q&A, open discussion and conclusion

   

 

 

วิทยาการสมัยใหม่และการประยุกต์ใช้งานระบบการขนส่งและจราจรอัจฉริยะในการเพิ่มสมรรถภาพและความปลอดภัยในการบริหารการจราจรและระบบทางด่วน

พิมพ์ PDF

sssกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  เนคเทค โดยความร่วมมือกับ สนข. และสมาคมนักวิชาชีพไทยในอเมริกาและแคนาดา (ATPAC)  หาแนวทางแก้ไขปัญหาการจราจรและความปลอดภัยในการใช้ยานพาหนะด้วยความรู้และเทคโนโลยีใหม่  โดยจะจัดการสัมมนาเพื่อสร้างความร่วมมือในการพัฒนาระบบการจราจรและขนส่งอัจฉริยะ หรือ Intelligent Transportation System-ITS   ระหว่างวันที่ 14-15 กันยายน 2553  ณ สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร มุ่งหวังนำเทคโนโลยีใหม่และการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพไปแก้ไขปัญหาจราจร

          ที่ผ่านมา ประเทศไทยโดยเฉพาะในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ปัญหาการจราจรติดขัดและความปลอดภัยในการใช้ยวดยานพาหนะเป็นปัญหาหลักที่ต้องการการแก้ไขอย่างเร่งด่วน ปัญหาเหล่านี้ก่อให้เกิดความสูญเสียทั้งทางด้านมลภาวะ สิ่งแวดล้อม สุขภาพจิต ซึ่งส่งผลกระทบไปถึงความสูญเสียทางด้านเศรษฐกิจและสังคมเนื่องจากต้องใช้เวลาในการเดินทางเพิ่มขึ้น และค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากอุบัติเหตุ รวมไปถึงความตึงเครียดของผู้ใช้ยวดยานพาหนะ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวโดยการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาในการพัฒนาคุณภาพของการจราจรและขนส่ง ซึ่งนำไปสู่การจัดตั้งหน่วยงานที่มีหน้าที่ในการพัฒนาและวิจัยระบบการจราจรและขนส่งอัจฉริยะ (Intelligent Transportation System หรือ ITS) ในปี พ.ศ 2548 โดยอยู่ภายใต้สังกัดของศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC) หลังจากนั้นในปี พ.ศ. 2549 กระทรวงคมนาคมได้กำหนดร่างแผนแม่บทสำหรับการพัฒนาการบริหารจัดการระบบการขนส่งและจราจรอัจฉริยะแห่งชาติ สำหรับปี 2549 - 2558 มีวาระครอบคลุม 10 ปี แผนแม่บทดังกล่าวได้กำหนดประเด็นยุทธศาสตร์สำหรับการพัฒนาระบบ ITS ไว้ 6 ด้าน ได้แก่ 1) การให้ข้อมูลแก่ผู้เดินทาง 2) การจัดการจราจรและขนส่ง 3) การปฏิบัติการรถขนส่งสินค้า 4) การจัดการขนส่งสาธารณะ 5) ความปลอดภัยและการจัดการเหตุฉุกเฉิน และ 6) การชำระค่าธรรมเนียมอิเล็กทรอนิกส์   

          ในปัจจุบัน การพัฒนาระบบ ITS ในประเทศไทยค่อนข้างเน้นไปที่ประเด็นยุทธศาสตร์ทางการให้ข้อมูลแก่ผู้เดินทางเป็นหลัก  การพัฒนาระบบการจัดการจราจร ยังไม่มีการนำระบบ ITS  มาใช้อย่างเต็มรูปแบบมากนัก   การสัมมนาครั้งนี้  จึงเน้นไปที่การบริหารจัดการจราจร  ที่ต้องมีความเข้าใจโครงสร้างพื้นฐานเป็นอย่างดี  จึงจะสามารถนำระบบ ITS  มาประยุกต์ใช้ให้ได้ประโยชน์สูงสุด   

          สำหรับประเทศสหรัฐอเมริกา การพัฒนาระบบ ITS ได้มีมาอย่างต่อเนื่อง และได้รับการสนับสนุนทางด้านการวิจัยและการลงทุนจากทั้งภาครัฐ และภาคเอกชน นอกจากนี้ หน่วยงานต่างๆในประเทศสหรัฐอเมริกาได้ทำการประเมินผลของเทคโนโลยีที่นำมาปฎิบัติใช้จริง เพื่อนำไปวิเคราะห์ถึงความคุ้มค่าในการลงทุนในอนาคต สำหรับประเทศไทยการพัฒนาระบบเทคโนโลยีสำหรับการบริหารการควบคุมการจราจรยังไม่ค่อยแพร่หลาย ทั้งนี้อาจเกิดจากองค์กรที่นำระบบไปประยุกต์ใช้อาจยังขาดความรู้ความเข้าใจในระบบ นอกจากนี้องค์กรที่นำระบบไปประยุกต์ใช้อาจจะไม่เล็งเห็นถึงความสำคัญ เนื่องจากการขาดกระบวนการประเมินผล และใช้ตัวชี้วัดที่ชัดเจน และทำให้องค์กรหมดความสนใจที่จะลงทุนต่อไปในอนาคต

          ดังนั้น   กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  โดย   เนคเทค   และสำนักงานที่ปรึกษาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ณ กรุงวอชิงตัน    ร่วมกับ  สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.)  และสมาคมนักวิชาชีพไทยในอเมริกาและแคนาดา (Association of Thai Professionals in America and Canada: ATPAC)  จึงได้จัดการสัมมนาเรื่อง   วิทยาการสมัยใหม่และการประยุกต์ใช้งานระบบการขนส่งและจราจรอัจฉริยะในการเพิ่มสมรรถภาพและความปลอดภัยในการบริหารจราจรและระบบทางด่วน   ในระหว่างวันที่ 14-15  กันยายน  2553   ณ  สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร  โดยเชิญ  Dr. Kevin Balke และ ดร.ประพฤทธิ์  ทรงจิตรักษา  จาก Texas Transportation Institute, Texas A&M university System  ประเทศสหรัฐฯ   มาเป็นวิทยากรในการสัมมนาร่วมกับวิทยากรจากเนคเทค และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง  
 


          การสัมมนาครั้งนี้จะช่วยให้ผู้เข้าร่วมประชุมมีความเข้าใจในระบบเทคโนโลยีสำหรับการบริหารการจราจรและขนส่ง ตั้งแต่ระบบโครงสร้างพื้นฐาน การบริหารระบบ และการประเมินผลของระบบโดยใช้ตัวชี้วัดที่เหมาะสม การบริหารการจราจรจะแบ่งเป็นสองส่วน ส่วนแรกจะเป็นการบริหารระบบสัญญาณควบคุมการจราจรโดยอัตโนมัติ ซึ่งมีใช้ในสหรัฐอเมริกาอย่างแพร่หลาย ระบบดังกล่าวสามารถปรับเปลี่ยนการควบคุมเพื่อให้เหมาะสมกับปริมาณ และลักษณะของผู้ใช้ถนน ส่วนที่สองจะเป็นการบริหารระบบทางด่วน (Freeway Management) โดยมีการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี ITS เข้ามาเพื่อควบคุมการจราจร และลดอันตรายจากอุบัติเหตุ นอกจากนี้ การสัมมนาจะครอบคลุมถึงการประเมินผลของการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีอย่างเป็นระบบ โดยการทำแบบจำลอง และการเลือกใช้ตัวชี้วัดที่เหมาะสม

 

          ที่สำคัญ  จะเป็นการหารือถึงแนวทางการสร้างความร่วมมือในการวิจัยและพัฒนา ระบบความปลอดภัยและประสิทธิภาพการบริหารการจราจรและขนส่งระหว่างองค์กรต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ทั้งในประเทศไทยและสหรัฐอเมริกา
ระหว่าง Texas  Transportation Institute, Texas A&M University System  กับ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในประเทศไทย  เพื่อให้เกิดผลที่เป็นรูปธรรมด้วย

ดาวน์โหลด กำหนดการสัมมนาเรื่อง  วิทยาการสมัยใหม่และการประยุกต์ใช้งานระบบการขนส่งและจราจรอัจฉริยะในการเพิ่มสมรรถภาพและความปลอดภัยในการบริหารการจราจรและระบบทางด่วน

แหล่งที่มา
  1. ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ เนคเทค
  2. สำนักงานที่ปรึกษาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  ณ กรุงวอชิงตัน
  3. สำนักความร่วมมือระหว่างประเทศและวิเทศสัมพันธ์
  4. สำนักงานปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 

 

 

ปันน้ำใจร้านค้าไทยพ้นวิกฤติ

พิมพ์ PDF

 

กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.), สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สวทช), ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC), และ บริษัท ตลาด ดอท คอม จำกัด และ ร่วมมือกันจัดทำโครงการนี้ จัดทำขึ้นเพื่อขอเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือ และเยียวยา ผู้ประสบภัยจากการสร้างภายในประเทศไทย โดยเฉพาะผู้ประสบภัยร้านค้า หรือบุคคลที่ได้รับผลกระทบจากเพลิงไหม้หลังเหตุการณ์รุนแรงทางการเมือง ระหว่างวันที่ 19-21 พ.ค. 2553 

จุดประสงค์ 

          1. ฟื้นฟูเศรษฐกิจไทยให้กลับมายังสู่สภาวะปกติโดยด่วน โดยพร้อมช่วยเหลือสังคมไทยและเยียวยาร้านค้าผู้เดือดร้อน 

          2. ช่วยเหลือในขั้นพื้นฐานให้กับร้านค้าที่โดนเพลิงไหม้ และผู้ได้รับผลกระทบ สามารถเปิดร้านค้าผ่านระบบออนไลน์ โดยไม่ ต้องอาศัยงบประมาณในการเปิดหน้าร้านในแบบเดิม 

          3. ให้ความรู้กับผู้ประกอบการในการทำธุรกิจ e-Commerce โดยเฉพาะผู้ยังไม่มีประสบการณ์ 

          4. เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการและเพิ่มช่องทางการขยายธุรกิจต่อไปในอนาคต 

          5. เพิ่มโอกาสให้กับผู้ตกงานจากห้างสรรพสินค้าที่โดนเพลิงไหม้ เปลี่ยนมุมมองใหม่ในการหารายได้ 

 

          โดย บริษัท ตลาด ดอท คอม จำกัด จะให้การสนับสนุนร้านค้าผู้ประสบภัยเปิดหน้าร้านออนไลน์ เพื่อผลักดันให้เกิดการซื้อขายสินค้าออนไลน์อย่างแท้จริง ช่วยเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้า ผ่านหน้าร้านออนไลน์ ตลอดจนลดจำนวนสินค้าคงคลังตกค้าง และเป็นอีกช่องทางในการขายสินค้าผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ไม่จำกัดเวลาและสถานที่ ผู้ซื้อสินค้าสามารถมาได้จากทุกภูมิภาคของไทย หรืออาจขยายไปสู่ตลาดการค้าโลก และ NECTEC Academy ซึ่งเป็นหน่วยบริการวิชาการและฝึกอบรม ของศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ โดยเน้นถ่ายทอดองค์ความรู้ทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการประยุกต์ใช้ โดยจะสนับสนุนสิ่งอำนวยความสะดวกในการฝึกอบรม รวมทั้งสถานที่ อาหาร และอุปกรณ์คอมพิวเตอร์เพื่อใช้ในการฝึกอบรม

           และได้รับความร่วมมือจาก ศูนย์การค้า Center One โดย นาย ธานี รุจินาม ( ผู้ช่วย กรรมการผู้จัดการ ) ที่จะเป็นตัวกลางในการบรรเทา เยียวยา กับห้างร้าน,ร้านค้าผู้เสียหาย, หรือบุคคลที่ได้รับผลกระทบจากในเหตุการณ์ครั้งนี้อีกด้วย

 

 

มิติบริการใหม่กรมวิทยาศาสตร์บริการ

พิมพ์ PDF

ประเทศไทยเป็นประเทศที่ต้องพึ่งพาเศรษฐกิจการส่งออก เพื่อให้การขยายสินค้าส่งออกเพิ่มขึ้น สินค้าจึงจำเป็นต้องมีคุณภาพ ได้มาตรฐานสากล ดังนั้น สินค้าส่งออกของประเทศจึงได้รับผลกระทบจากกฎ ระเบียบ ข้อบังคับ มาตรการกีดกันทางการค้า ทำให้ไม่สามารถแข่งขันสู่ตลาดโลกได้ กรมวิทยาศาสตร์บริการ ในฐานเป็นองค์กรที่มีบทบาทสำคัญด้านพัฒนาคุณภาพสินค้าส่งออกของประเทศ ได้ตระหนักถึงความสำคัญ ของการเพิ่มมูลค่าของผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม จึงได้จัดสัมมนาเรื่อง "การเพิ่่มศักยภาพการส่งออกของไทย ด้วยมิติบริการใหม่กรมวิทยาศาสตร์บริการ" เพื่อเป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหาการส่งออก รวมทั้งประชาสัมพันธ์มิติบริการรูปแบบใหม่ ด้วย 3S (S1 = Contract Service; S2 = One Stop Service; S3 = New Testing Service) บริการผลงานวิจัยและผลงานเด่นของกรมวิทยาศาสตร์บริการ ให้แก่กลุ่มลูกค้า ผู้ประกอบการ อุตสาหกรรม ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของกรมวิทยาศาสตร์บริการ ในการส่งเสริมอุตสาหกรรมไทย ด้วยการขับเคลื่อนการพัฒนาตั้งแต่วัตถุดิบถึงผลิตภัณฑ์ ให้เป็นไปตาม มาตรฐาน โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อเผยแพร่ ประชาสัมพันธ์ มิติบริการใหม่ ด้านการทดสอบของกรมวิทยาศาสตร์บริการ และเพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นจากผู้ทรงคุณวุฒิ และผู้เข้าร่วม สัมมนา เกี่ยวกับกฎ ระเบียบ และมาตรการกีดกันทางการค้าจากนานาประเทศ ให้แก่ผู้ประกอบการอุตสาหกรรม 

 

กิจกรรมในงานสัมมนา 

 

บรรยายเรื่อง "ยุทธศาสตร์ของกรมวิทยาศาสตร์บริการกับการส่งเสริมอุตสาหกรรมไทย"

การอภิปรายเรื่อง "3S บริการทดสอบใหม่ของกรมวิทยาศาสตร์บริการ"

การอภิปราย "กฎ ระเบียบ ผลกระทบ และมาตการกีดกันทางการค้า NTB (Non Tariff Barrier) ต่อการส่งออกของไทย"

 

สถานที่จัดงานสัมมนา

ห้องราชเทวีแกรนด์บอลรูม โรงแรมเอเชีย

 

หน่วยงานรับผิดชอบ : กรมวิทยาศาสตร์บริการ
  ถนนพระราม 6 เขตราชเทวี กทม. 10400
  โทรศัพท์ 0-2201-7000
  โทรสาร 0-2201-726
  เว็บไซต์ http://www.dss.go.th/
  อีเมล์ อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน

 

 

 

วิทยาศาสตร์สร้างคน เทคโนโลยีสร้างชาติ นวัตกรรมสร้างความเจริญ (STI2U)

พิมพ์ PDF

 
"วิทยาศาสตร์สร้างคนเทคโนโลยีสร้างชาติ นวัตกรรมสร้างความเจริญ"

 

         สวทน. ขอเชิญร่วมงานประชุมสัมมนาเชิงปฏิบัติการ STI2U สู่สังคมอยู่ดีมีสุข - วิทยาศาสตร์สร้างคน เทคโนโลยีสร้างชาติ นวัตกรรมสร้างความเจริญ ในวันที่ 7 พฤษภาคม 2553 เวลา 8.30 – 16.00 น. ณ ห้องแกรนด์ฮอล์ ชั้น 2 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมนานาชาติกรุงเทพ (ไบเทค) บางนา กรุงเทพมหานคร
        ด้วยในวันที่ 7 พฤษภาคม 2553 สำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมแห่งชาติ (สวทน.) จะจัดงานประชุมสัมมนาเชิงปฏิบัติการเพื่อระดมความคิดเห็น ปัญหา และความต้องการด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมของภาคส่วนต่าง ๆ   
ทั่ว ประเทศ และนำผลการประชุมมาวิเคราะห์และสังเคราะห์เป็นนโยบายและแผนวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมระดับชาติที่เหมาะสมสองคล้องกับความต้องการของประเทศชาติและ ประชาชนต่อไป

คลิกดูรายละเอียด

 

 

Tags sti2u
 
หน้า 3 จาก 4
หน่วยงานในสังกัดกระทรวง
สำนักงานรัฐมนตรี สำนักงานปลัดกระทรวง กรมวิทยาศาสตร์บริการ สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ สถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ(องค์การมหาชน) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ(องค์การมหาชน) สำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน(องค์การมหาชน) สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร(องค์การมหาชน) สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ(องค์การมหาชน) สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์(องค์การมหาชน)

กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.)
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อการพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม สร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืน ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร
หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
โปรดแจ้งให้ทราบเพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป