กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีภาษาไทยEnglish
หน้าหลัก ข่าวสารหน่วยงาน “118 ปี ศาลาแยกธาตุ – กรมวิทยาศาสตร์บริการ”

“118 ปี ศาลาแยกธาตุ – กรมวิทยาศาสตร์บริการ”

พิมพ์ PDF

29 มกราคม 2552) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิด งาน “118ปี ศาลาแยกธาตุ – กรมวิทยาศาสตร์บริการ (DSS)” เนื่องในโอกาสคล้ายวันสถาปนากรมวิทยาศาสตร์บริการ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ณ ห้องประชุมชั้น 6 อาคารสถานศึกษาเคมีปฏิบัติ กรมวิทยาศาสตร์บริการ

 

 

           

 

 

            นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวในพิธีเปิดงานว่า แนวคิดของ ดร.ตั้ว ลพานุกรม อธิบดีท่านแรกของกรมวิทยาศาสตร์บริการ ที่ว่า “วิทยาศาสตร์เป็นรากฐานแห่งการก้าวหน้าของประชาชาติ” เป็นแนวคิดที่ถูกต้องและทันสมัยอยู่เสมอ เพราะการสร้างสมภูมิปัญญาความรู้เพื่อให้เกิดการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน จนประชาชนสามารถพึ่งพาตนเองได้ ต้องอาศัยวิทยาศาสตร์เป็นรากฐานทั้งสิ้น ซึ่งตรงกับนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การวิจัย และนวัตกรรมของรัฐบาล ที่ให้ความสำคัญต่อการวิจัยและพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ทั้งงานวิจัยขั้นพื้นฐานและงานวิจัยประยุกต์ เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ พัฒนาอุตสาหกรรม และนโยบายเศรษฐกิจเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทางอุตสาหกรรม เศรษฐกิจ และการส่งออก อันเป็นปัจจัยหลักในการช่วยเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ก่อให้เกิดการพัฒนาสังคม เศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิตที่ดีแก่ประชาชน

กรมวิทยาศาสตร์บริการ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี นับเป็นหน่วยงานของรัฐที่มีส่วนร่วมสนับสนุนการดำเนินงานของภาคอุตสาหกรรม และการส่งออกของประเทศ รวมทั้งช่วยสร้างสมภูมิปัญญาของคนในชาติให้เติบโตเคียงคู่ไปพร้อมกับการพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์ การจัดงานครั้งนี้ เป็นโอกาสอันดีในการใช้ความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์มาสนับสนุนและผลักดัน เพื่อสร้างความตระหนักให้เห็นความสำคัญของการพัฒนางานด้านวิทยาศาสตร์ให้เกิดความก้าวหน้ายิ่งขึ้น ทั้งยังแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของกรมวิทยาศาสตร์บริการ ในการมีส่วนช่วยพัฒนาวิทยาศาสตร์ของประเทศอีกด้วย

            นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กล่าวเพิ่มเติมถึงแนวคิดด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่สำคัญ ในการสร้างประโยชน์ต่อสังคม 4 ประการ ได้แก่

ประการแรก แม้สังคมมีความก้าวหน้า แต่ฐานความความคิดของสังคม ยังขาดการอ้างอิงหลักทางวิทยาศาสตร์ โดยสังเกตได้จากข่าวสารทางสื่อมวลชน ที่สะท้อนได้เป็นอย่างดี ดังนั้น หลักการเบื้องต้นในการผลักดันวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ต้องเริ่มตั้งแต่กระบวนการการศึกษา ทั้งในระบบโรงเรียน การอบรมสั่งสอนจากครอบครัว และการเรียนรู้ผ่านสื่อมวลชน หรือผ่านช่องทางอื่นๆ เพื่อให้ประชาชนมีฐานความคิด มีเหตุผล ตามหลักการวิทยาศาสตร์

           ประการที่ 2 การส่งเสริมความเป็นเลิศด้านวิทยาศาสตร์เป็นสิ่งสำคัญ ที่ผ่านมาได้มีการผลักดันให้เกิดการขยายโอกาสการศึกษา และมุ่งเน้นคุณธรรมเป็นสำคัญ แต่ด้านการขับเคลื่อนนวัตกรรม จำเป็นต้องมีการส่งเสริมบุคคลที่มีความสามารถพิเศษ โดยสร้างโอกาสให้บุคคลที่มีความสามารถเฉพาะ อย่างเป็นรูปธรรมอาทิ การก่อตั้งโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ เพื่อการเสาะแสวงหาคนเก่ง และให้โอกาสเป็นพิเศษแก่เยาวชนที่มีความสามารถ ในการพัฒนาศักยภาพด้านวิทยาศาสตร์ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น โครงสร้างหลายอย่างในสังคมไม่เอื้อให้คนเก่งที่สุด มีศักยภาพมากที่สุด ตัดสินใจเข้ามาประกอบอาชีพด้านการวิจัย พัฒนาทางวิทยาศาสตร์ จึงจำเป็นต้องสร้างแรงจูงใจ เพื่อสานต่อให้เกิดบุคลากรที่มีความสามารถทางด้านนี้

            ประการที่ 3 แม้รัฐพยายามเพิ่มงบประมาณด้านการศึกษาวิจัยและพัฒนาทั้งภาครัฐ เอกชน แต่การวิจัยและพัฒนาเพื่อนำไปสู่การสร้างมูลค่าเพิ่มยังไม่สามารถเกิดขึ้นได้ ดังนั้น รัฐบาลจึงมีนโยบายเพื่อเชื่อมโยงกระบวนการวิจัยและพัฒนาระหว่างนักคิด นักวิจัย สถาบันการศึกษา และภาคเอกชน โดยเฉพาะภาคอุตสาหกรรม ที่จำเป็นต้องได้รับการพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ดังเห็นได้จากงานวิจัยหลายชิ้นยังไม่ได้นำไปใช้ ประโยชน์ ขณะเดียวกัน ยังมีโจทย์อีกหลายข้อที่เกิดขึ้นในหน่วยงานต่างๆ ที่ต้องการคำตอบ ดังนั้น จึงจำเป็นต้องเชื่อมโยงนักวิจัย พัฒนา เข้ากับภาคส่วนต่างๆ

ประการที่ 4 การแข่งขันของประเทศมีบทบาทสำคัญในการช่วยกระตุ้นให้เกิดการวิจัย ด้านหนึ่ง โครงสร้างเศรษฐกิจของไทย เป็นระบบผูกขาด ทำให้เกิดการแข่งขันน้อย และเป็นการทำลายแรงกระตุ้นในการคิดค้น วิจัย ขณะเดียวกัน ยังมีปัญหาการแข่งขันโดยไม่มีกฎกติกาเพื่อคุ้มครองสิ่งประดิษฐ์คิดค้นต่างๆ จึงจำเป็นต้องสนับสนุนหลักการทางวิทยาศาสตร์ มีระบบการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา ทรัพย์สินของท้องถิ่น ทรัพยากรชีวภาพ เพื่อให้เกิดแรงจูงใจ สำหรับผู้ประดิษฐ์คิดค้น

            ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวถึง วัตถุประสงค์ของการจัดงานครั้งนี้ว่า กรมวิทยาศาสตร์บริการ เป็นหน่วยงานทีมีประวัติยาวนานกว่า 118 ปี จากหน่วยงานเล็กๆ ภายใต้ชื่อ “ศาลาแยกธาตุ” จนกระทั่งได้รับสถาปนาเป็นกรมวิทยาศาสตร์บริการ กระทั่งครบรอบวันสถาปนา เพื่อสดุดีและระลึกถึงคุณงามความดีของ ดร.ตั้ว ลพานุกรม อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์บริการท่านแรก ซึ่งได้สร้างคุณประโยชน์แก่วงการวิทยาศาสตร์ไทยอย่างมากมาย ผลงานของท่านมีคุณูปการต่อการพัฒนาวิทยาศาสตร์ สังคม และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของประชาชน และสร้างภูมิปัญญา ความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์ อันเป็นรากฐานของการพัฒนาอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ ยังเป็นการประชาสัมพันธ์เชิงรุกให้ประชาชนและผู้เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐและเอกชน ได้รับทราบผลงานและงานบริการด้านต่างๆ ของกรมวิทยาศาสตร์บริการ ซึ่งมีส่วนช่วยพัฒนาขีดความสามารถด้านวิทยาศาสตร์ อุตสาหกรรม และการส่งออกของประเทศไทย ให้มีความก้าวหน้ายิ่งขึ้น และเอื้อประโยชน์ด้านอุตสาหกรรมและส่งเสริมสินค้าออก

            การจัดงานงาน “118ปี ศาลาแยกธาตุ – กรมวิทยาศาสตร์บริการ (DSS)” แบ่งออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่ การจัดนิทรรศการ  การสัมมนา และการเยี่ยมชมห้องปฏิบัติการต่างๆ ของกรมวิทยาศาสตร์บริการ ผู้สนใจสามารถเข้าร่วมได้ตั้งแต่วันที่ 29 – 31 มกราคม 2552 ณ กรมวิทยาศาสตร์บริการ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โทรศัพท์ 0 2201 7000-4

 

ผู้เขียนข่าว : สุจิรัส  สังข์ทอง
ผู้ตรวจข่าว : หัวหน้ากลุ่มงานประชาสัมพันธ์
ที่มา : กลุ่มงานประชาสัมพันธ์ สำนักงานปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

 
ข่าวที่เกี่ยวข้อง :
» กรมวิทยาศาสตร์บริการ เปิดศูนย์ทดสอบผลิตภัณฑ์ประจำภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ขอนแก่น สนับสนุนผู้ประกอบการภูมิภาค
» วศ./ก.วิทย์ฯ พร้อมโชว์ผลงานเทคโนโลยีและนวัตกรรม ในงานมหกรรมวิทย์ฯ ปี 2558
» กรมวิทยาศาสตร์บริการ ก.วิทย์ฯ นำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ยกระดับ OTOP กลุ่มจังหวัดภาคกลาง
» คุณภาพและความปลอดภัยของวัสดุสัมผัสอาหาร
» กระทรวงวิทย์ฯ ผนึกรัฐแก้วิกฤติยางพารา จัดเต็มงานวิจัยใช้ประโยชน์เพิ่มมูลค่าผลผลิต
» รมว.วท. ตรวจเยี่ยมกรมวิทยาศาสตร์บริการ หน่วยงานวิเคราะห์ทดสอบระดับประเทศ
» งานวิจัยสารเคลือบผิวผลไม้ยืดระยะเวลาในการสุกตัวลดการสูญเสียจากการขนส่งสินค้าในระยะเวลานาน
หน่วยงานในสังกัดกระทรวง
สำนักงานรัฐมนตรี สำนักงานปลัดกระทรวง กรมวิทยาศาสตร์บริการ สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ สถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ(องค์การมหาชน) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ(องค์การมหาชน) สำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน(องค์การมหาชน) สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร(องค์การมหาชน) สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ(องค์การมหาชน) สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์(องค์การมหาชน)

กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.)
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อการพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม สร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืน ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร
หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
โปรดแจ้งให้ทราบเพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป