กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีภาษาไทยEnglish
หน้าหลัก ข่าวสารหน่วยงาน สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี - สวนรื่นฤดี
พิมพ์ PDF
ดัชนีบทความ
สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี
พระประสูติการ
สวนรื่นฤดี
พระกรุณาธิคุณต่อชาวไทยในอังกฤษ
องค์กรในพระอุปถัมภ์
พระนิยมในความเป็นไทย
การปฏิบัติพระกรณียกิจในปัจจุบัน
ทุกหน้า

สวนรื่นฤดี

          หลังจากความวุ่นวายทางการเมืองเมื่อเกิดเหตุการณ์กบฏบวรเดช และการเปลี่ยนแปลงการปกครองได้ผันผ่านไป พระนางเจ้าสุวัทนาฯ จึงทรงพระกรุณาโปรดให้สร้างตำหนักที่ประทับสำหรับสมเด็จพระเจ้าภาติกาเธอฯ ขึ้น บนที่ดินริมถนนราชสีมาตัดกับถนนสุโขทัย แล้วเสร็จในพุทธศักราช ๒๔๗๗ พร้อมกับประทานนามตำหนักแห่งนี้ว่า “สวนรื่นฤดี” ณ สวนรื่นฤดีแห่งนี้ สมเด็จพระเจ้าภาติกาเธอฯ ได้ทรงพระอักษรตามหลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการ โดยพระอาจารย์พิเศษจากโรงเรียนราชินีต่อมาได้เสด็จไปทรงพระอักษร ณ โรงเรียนราชินี จนจบชั้นประถมศึกษาปีที่ ๓ แล้วทรงลาออกมาทรงพระอักษรกับมิสซิสเดวีส์ อดีตครูโรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย และนางสาวศรีนาถ สุทธะสินธุ (ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ท่านผู้หญิงศรีนาถ สุริยะ) ตลอดทั้งยังทรงเรียนเปียโนกับมิสเซดี้อีกด้วย

สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ

          ในเดือนมีนาคม ๒๔๗๗ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงสละราชสมบัติ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร ได้เสด็จผ่านพิภพขึ้นสืบสนองพระองค์ คณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ในพระปรมาภิไธยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้มีประกาศเปลี่ยนคำนำพระนามสมเด็จพระเจ้าภาติกาเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี ผู้เป็นพระขนิษฐภคินีในสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็น “สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ” อันมีความหมายว่าน้องหญิงตามพระฐานันดร

รักษาพระอนามัย

          เมื่อประทับ ณ สวนรื่นฤดีได้ระยะหนึ่ง พระนางเจ้าสุวัทนาฯ ทรงสังเกตได้ว่าพระอนามัยของสมเด็จพระเจ้าภคินีเธอฯ มีลักษณะพิเศษ เช่นทรงมีความสามารถด้านการคำนวณ การจดจำทิศทาง และความสนใจจดจ่อต่อสิ่งต่างๆ รอบตัวที่ผิดแผกจากเด็กสามัญทั่วไป จึงมีพระดำริจะทรงพาสมเด็จพระเจ้าภคินีเธอฯ ไปทรงศึกษาต่อและประทับรักษาพระองค์ยังต่างประเทศ

          ในเบื้องแรก พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าธานีนิวัต ทรงนำเสด็จทั้ง ๒ พระองค์ไปประพาสอินโดนีเซียเป็นปฐม ให้ได้ทรงคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมของต่างประเทศ ทั้งยังได้ทรงเยี่ยมเจ้านายหลายพระองค์ที่เสด็จไปประทับในประเทศนั้นหลังจากเปลี่ยนแปลงการปกครอง อาทิ สมเด็จเจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต สมเด็จเจ้าฟ้านิภานภดล กรมขุนอู่ทองเขตขัตติยนารี เป็นต้น ในการเสด็จประพาสอินโดนีเซียครั้งนี้ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศิริรัตนบุษบง พระธิดาในสมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระนครสวรรค์วรพินิต ทรงบันทึกไว้ว่า
สมเด็จเจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา เคยได้เฝ้าพ่อบ้างแล้วที่กรุงเทพฯ ครั้งนี้สนิทสนมมาก ทรงเกาะพระพาหาพ่ออยู่เรื่อย ดูเหมือนจะทรงรู้สึกว่าขาดพ่อ ฝ่ายพ่อก็ทรงสงสารและรับสั่งว่าสงสารพ่อที่ไม่ทันเห็นลูกโต

นิราศประเทศไทย

            เมื่อสมเด็จพระเจ้าภคินีเธอฯ ทรงเจริญพระชนมายุได้ ๑๒ พรรษา พระนางเจ้าสุวัทนาฯ มีพระดำริว่าสมควรจะนำเสด็จไปทรงศึกษาต่อ ณ ประเทศอังกฤษทั้งจะได้ประทับรักษาพระอนามัยด้วย ในวันที่สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอฯจะเสด็จไปนั้น สมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า ได้มีพระมหากรุณาเสด็จฯ ไปทรงส่งเสด็จที่สวนรื่นฤดี ทรงประคองพระราชนัดดาขึ้นรถพระที่นั่งแล้วรับสั่งว่า “ไปรักษาพระองค์แล้วเสด็จกลับมาหาย่า

           ณ ประเทศอังกฤษสมเด็จพระเจ้าภคินีเธอฯ และพระชนนี ประทับ ณ ตำหนักแฟร์ฮิลล์ เมืองแคมเบอร์เลย์ มณฑลเซอร์เรย์ ซึ่งมีขนาดใหญ่เพียบพร้อมสมพระเกียรติ บรรดาผู้ปฏิบัติงานในตำหนักก็ล้วนแต่เป็นสตรีทั้งสิ้น ด้วยพระนางเจ้าสุวัทนาฯ ทรงตั้งพระทัยมั่นที่จะทรงรักษาพระเกียรติศักดิ์แห่งราชนารีของพระราชธิดาและพระองค์เองไว้โดยบริบูรณ์ แม้จะประทับในต่างประเทศก็ตาม นอกจากนี้ยังทรงพาสมเด็จพระเจ้าภคินีเธอฯ ไปเฝ้าฯพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี ซึ่งประทับ ณ พระตำหนักเวอร์จิเนีย วอเตอร์ หลังจากทรงสละราชสมบัติและเสด็จพระราชดำเนินไปประทับ ณ ประเทศอังกฤษแล้วนั้น อยู่เนืองๆ

ระหว่างสงครามโลกครั้งที่ ๒

            เมื่อสงครามโลกครั้งที่ ๒ อุบัติขึ้น ประเทศอังกฤษตกอยู่ในภาวะสงครามและถูกโจมตีอย่างรุนแรง ระหว่างนี้ทั้งสองพระองค์ก็ทรงได้รับผลกระทบเป็นอย่างยิ่งโดยเฉพาะปัญหาด้านการเงิน ต้องทรงรับปันส่วนอาหารเช่นเดียวกับพลเมืองทั่วไป และต้องเสด็จลี้ภัยไปประทับในแคว้นเวลส์ สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอฯ ต้องเสด็จเข้าทรงศึกษาในโรงเรียนเซเครดฮาร์ต ซึ่งเป็นโรงเรียนประจำสำหรับสตรี อย่างไรก็ตาม แม้ในความยากลำบากเช่นนั้น ทั้งสองพระองค์ก็ยังทรงมีน้ำพระทัย กรุณาต่อผู้ประสบภัยสงครามโดยเสด็จไปทรงช่วยเหลือกิจการสภากาชาดอังกฤษ โดยทรงถักเครื่องกันหนาว และทรงม้วนผ้าพันแผลพระราชทานแก่ผู้ปฏิบัติงานในแนวรบ

พระอัจฉริยภาพ 

            ครั้นสงครามใกล้จะยุติ ได้ทรงย้ายไปประทับ ณ ตำหนักเลขที่ ๒๖ ถนนหลุยเครสเซนต์ เมืองไบรตัน มณฑลซัสเซค ระหว่างนี้ ได้ทรงศึกษาไวยากรณ์และวรรณคดีภาษาอังกฤษ และทรงเรียนเปียโน พระอัจฉริยภาพในการทรงเปียโนนี้เป็นที่กล่าวขวัญกันมาก ด้วยทรงจดจำโน้ตเพลงได้แม่นยำแม้เคยทอดพระเนตรเพียงครั้งเดียวก็ทรงจดจำได้ทั้งสิ้น ยิ่งไปกว่านั้น ยังทรงสามารถบรรเลงเพลงที่ไม่เคยทอดพระเนตรโน้ตมาก่อน เพียงแต่ทรงเคยฟังและทรงจำทำนองได้เท่านั้นก็ทรงเปียโนได้ทันที พระปรีชาสามารถด้านนี้ยังปรากฏให้ข้าราชบริพาร ได้ชื่นชมอยู่เสมอแม้เสด็จประทับในประเทศไทยแล้ว

            นอกจากนี้ สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอฯ ยังมีพระอัจฉริยภาพในการคำนวณปฏิทินร้อยปีได้อย่างแม่นยำ มักมีรับสั่งถามวันเดือนปีเกิดของผู้มาเฝ้าเสมอ เมื่อกราบทูลสนองรับสั่งแล้ว จะทรงคำนวณในพระทัยได้ทันทีว่าบุคคลนั้นเกิดวันอะไร ทั้งยังทรงมีความทรงจำแม่นยำอย่างยิ่ง ทรงจำวันเดือนปีเกิด ตลอดกระทั่งแม้วันที่มาเฝ้าของบุคคลต่างๆ ได้เป็นจำนวนมาก



 
หน่วยงานในสังกัดกระทรวง
สำนักงานรัฐมนตรี สำนักงานปลัดกระทรวง กรมวิทยาศาสตร์บริการ สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ สถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ(องค์การมหาชน) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ(องค์การมหาชน) สำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน(องค์การมหาชน) สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร(องค์การมหาชน) สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ(องค์การมหาชน) สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์(องค์การมหาชน)

กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.)
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อการพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม สร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืน ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร
หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
โปรดแจ้งให้ทราบเพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป