กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีภาษาไทยEnglish
หน้าหลัก ข่าวสารหน่วยงาน งานแถลงข่าว “ Winter Sky…มหัศจรรย์ปรากฏการณ์และกิจกรรมดาราศาสตร์แห่งปี”

งานแถลงข่าว “ Winter Sky…มหัศจรรย์ปรากฏการณ์และกิจกรรมดาราศาสตร์แห่งปี”

พิมพ์ PDF


 

     สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สดร.) จัดงานแถลงข่าว“Winter Sky…มหัศจรรย์ปรากฏการณ์และกิจกรรมดาราศาสตร์แห่งปี” ในวันจันทร์ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ.2552 หวังว่าในช่วงฤดูหนาวนี้กระตุ้นคนไทยตระหนักและเห็นความสำคัญทางดาราศาสตร์
 


        เวลา 11.00 น. ( 9 พ.ย. 2552 ) ณ ห้องโถงชั้น 1 อาคารพระจอมเกล้า กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กรุงเทพมหานคร ดร.คุณหญิงกัลยา  โสภณพนิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีให้เกียรติเป็นประธานและร่วมในการแถลงข่าว “ Winter Sky…มหัศจรรย์ปรากฏการณ์และกิจกรรมดาราศาสตร์แห่งปี” ซึ่งจัดโดยสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) โดยกล่าวว่านับเป็นโอกาสอันดียิ่งที่ในปี 2552 นี้ ที่สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติได้มีโอกาสจัดกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง เพื่อร่วมฉลองวาระครบ 30 ปี ของการสถาปนากระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และปีดาราศาสตร์ดาราสาสตร์สากล 2009 และรู้สึกมีความยินดีเป็นอย่างมากที่สถาบันวิจัยดาราศาสตร์ (องค์การมหาชน) ได้มีความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาและหน่วยงานหลายหน่วยงานในการจัด “ Winter Sky…มหัศจรรย์ปรากฏการณ์และกิจกรรมดาราศาสตร์แห่งปี” อันจะทำให้นักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วประเทศได้ร่วมกิจกรรมและรับข้อมูลทางดาราศาสตร์ที่ถูกต้อง และเป็นประโยชน์ หวังเป็นอย่างยิ่งว่ากิจกรรมทางดาราสาสตร์ในครั้งนี้จะส่งเสริมบรรยากาศและความตื่นตัวทางด้านวิทยาศาสตร์ของประเทศ สร้างความตระหนักและความเข้าใจที่ถูกต้องทางวิทยาศาสตร์ได้เป็นอย่างดี
 


        รศ. บุญรักษา  สุนทรธรรม ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) กล่าวถึงวัตถุประสงค์ในการจัดกิจกรรม “ Winter Sky…มหัศจรรย์ปรากฏการณ์และกิจกรรมดาราศาสตร์แห่งปี” ว่าปีนี้เป็นปีที่มีความสำคัญทางดาราศาสตร์หลายๆ อย่าง นอกจากสหพันธ์ดาราศาสตร์สากล ได้ประกาศให้เป็นปีดาราศาสตร์สากล ( International Year of astronomy 2009 : IYA 2009 ) แล้วยังมีปรากฏการณ์สำคัญทางดาราศาสตร์เกิดขึ้นอีกหลายเหตุการณ์ตั้งแต่ต้นปีและในช่วงฤดูหนาว อีกเช่นกัน สดร. ได้วางแผนในการดำเนินการจัดกิจกรรมที่น่าสนใจทางดาราศาสตร์ที่หลากหลาย ทั้งนี้เพื่อให้ความตระหนักและความตื่นตัวทางดาราศาสตร์ให้แก่นักเรียน นิสิต นักศึกษารวมทั้งประชาชนคนไทยทั่งภูมิภาคให้สนใจกิจกรรมและปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์มากยิ่งขึ้น เพื่อให้เป็นไปตามวิสัยทัศน์ และพันธกิจที่มุ่งเน้นการวิจัย การสร้างเครือข่ายความร่วมมือและการพัฒนาองค์ความรู้ทางดาราศาสตร์ของประเทศสู่ระดับสากล เพื่อล่งเสริมบรรยากาศและความตื่นตัวทางด้านวิทยาศาสตร์ของประเทศ สร้างความตระหนักและความเข้าใจที่ถูกต้องทางวิทยาศาสตร์โดยมุ่งเน้นงานทางด้านดาราศาสตร์สู่สาธารณะ โดยมีกิจกรรมในหลากหลายรูปแบบ ดังนี้

         1. กิจกรรม “เปิดฟ้า...ตามหาดาว” ณ หอดูดาวสิรินธร มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จัดขึ้นเดือนละ 1 ครั้ง ในระหว่างเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนกุมภาพันธ์ ( สดร. ร่วมกับคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ) เป็นกิจกรรมที่เชิญชวนให้นักเรียน นิสิต นักศึกษา ประชาชนทั่วไป มาร่วมสังเกตวัตถุท้องฟ้าต่างๆ ในช่วงฤดูหนาว ที่ท้องฟ้าแจ่มใสเหมาะสมในการสังเกตวัตถุท้องฟ้าต่างๆ ครั้งแรกจัดขึ้นเมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายนที่ผ่านมา และครั้งที่สองกำหนดจัดในวันที่ 22 ธันวาคม 2552 ส่วนในเดือนมกราคม และกุมภาพันธ์ กำหนดการจะได้ประกาศต่อไป
 


         2. มหกรรมดาราศาสตร์สัญจร เป็นการจัดนิทรรศการทางดาราศาสตร์ นิทรรศการภาพถ่ายทางดาราศาสตร์จากทั่วโลก นิทรรศการภาพถ่ายทางดาราศาสตร์ในเมืองไทย กิจกกรมดาราศาสตร์มากมาย รวมทั้งให้ผู้เข้าร่วมกิจกกรมได้สังเกตวัตถุท้องฟ้าโดยใช้อุปกรณ์ต่างๆ เพื่อกระตุ้นให้เกิดความตื่นตัวและความตระหนักทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยใช้ดาราศาสตร์เป็นสื่อ รวมทั้งเป็นการกระจายโอกาสการบริการทางดาราศาสตร์แก่ชุมชนไปในภูมิภาคต่างๆ โดยในช่วงฤดูหนาวนี้ กำหนดจัด 2 กิจกรรม ได้แก่
                2.1 “มหกรรมดาราศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ” ระหว่างวันที่ 16-17 พฤศจิกายน 2552 ณ วิทยาลัยการอาชีพวังไกลกังวล อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ( สดร. ร่วมกับมูลนิธิการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม วิทยาลัยการอาชีพวังไกลกังวล และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ) ในกิจกรรมนี้จะมีการ “อบรมครูดาราศาสตร์” สำหรับครูอาจารย์ในเขต จ. ประจวบคีรีขันธ์ จ. เพชรบุรี และเขตจังหวัดใกล้เคียง อีกด้วย
                2.2 “ Lanna Starry Miracle 2009: อัศจรรย์ดาราศาสตร์ ครั้งแรกของเชียงใหม่” ระหว่างวันที่ 27 พฤศจิกายน – 1 ธันวาคม 2552 ณ ชั้น 3 โซน B ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซ่า เชียงใหม่ แอร์พอร์ตและวันอาทิตย์ที่ 6 ธันวาคม ณ บริเวณลานอนุสาวรีย์สามกษัตริย์ อ. เมือง จ. เชียงใหม่

         3. มหัศจรรย์ปรากฏการณ์ “การกลับมาของฝนดาวตกลีโอนิดส์” ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์ที่น่าตื่นตาตื่นใจเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งจะเกิดในวันที่ 17-18 พฤศจิกายน 2552 โดยทางสดร. กำหนดจัดทีมสังเกตการณ์ปรากฏการณ์ดังกล่าวสองจุด ได้แก่ อ. หัวหิน จ. ประจวบคีรีขันธ์ และบริเวณดอยอินนนท์ จ. เชียงใหม่ ผู้สนใจสามารถเข้าร่วมสัมผัสปรากฏการณ์ฝนตกลีโอนิดส์ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ
สำหรับในภูมิภาคต่างๆ สดร. ยังได้ร่วมมือกับหน่วยงาน และมหาวิทยาลัยเครือข่ายทั่วประเทศ จัดกิจกรรมติดตาม “ฝนดาวตกลีโอนิดส์” หลายแห่ง เช่น
             ภาคกลาง : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
             ภาคตะวันออก : อ่างเก็บน้ำจักรพงษ์ อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี โรงเรียนชลราษฎรอำรุง อ.เมือง จ.ชลบุรี โรงเรียน เบญจมราชรังสฤษฏิ์ อ.เมือง และโรงเรียนไผ่แก้ววิทยา อ.แปลงยาว จ.ฉะเชิงเทรา
             ภาคเหนือ : ม. นเรศวร ม. เชียงใหม่   ม.รภ. เชียงราย
             ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : ม.อุบลราชธานี  ม.รภ. อุดรธานี นครราชสีมา อุบลราชธานี
             ภาคใต้ : ม. วลัยลักษณ์ ม.รภ. สงขลา ภูเก็ต

รายละเอียดต่างๆ สามารถดูได้ที่ www.narit.or.th  หรือสอบถามเพิ่มเติมที่ฝ่ายวิเทศสัมพันธ์และประชาสัมพันธ์ สดร. 053-225569 ต่อ 11 หรือ 086-4290674
 


          นอกจากนี้ ดร.ศรัณย์  โปษยะจินดา รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า ในช่วงเดือนพฤศจิกายน-กุมภาพันธ์ เป็นช่วงเวลาที่ท้องฟ้าในประเทศมีสภาพเหมาะสมกับการดูดาว เนื่องจากลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือมักจะนำความเย็นและอากาศแห้งมายังภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือของประเทศไทย ระหว่างเดือนพฤศจิกายน 2552 – เดือนกุมภาพันธ์ 2553 มีปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์ที่น่าติดตามหลายประการ ดังนี้

          1. ฝนดาวตกลีโอนิดส์ หรือฝนดาวตกกลุ่มดาวสิงโต วันที่ 17-18 ธันวาคม 2552 ในปี 2541 และ 2544 ฝนดาวตกลีโอนิดส์ ได้สร้างความตื่นตาตื่นใจ ด้วยดาวตกสว่างนับร้อยนับพันดวงต่อชั่วโมงอย่างไรก็ดีฝนดาวตกที่เกิดขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมาก็มีจำนวนไม่มากนัก นักดาราศาสตร์หลายคน รวมถึงนักดาราศาสตร์จอกองค์การอวกาศ NASA ได้คำนวณว่าสายธารฝุ่นที่ดาวหาง 55P/ Temple-Tuttle ได้ทิ้งไว้เมื่อโคจรผ่านมาใกล้ดวงอาทิตย์ใน ปี ค.ศ. 1466 และ 1533 อาจจะทำให้ฝนตกลีโอนิดส์จำนวนมากในช่วงเวลาสั้นๆของเช้าวันที่ 18 พฤศจิกายน 2552 (ตามเวลาในประเทศไทย) ซึ่งคาดการณ์จากนักดาราศาสตร์ให้ผลแตกต่างกัน จากการคำนวณเราอาจจะได้เห็นดาวตกจำนวนระหว่าง 100-500 ดวงต่อชั่วโมง โดยเวลาที่อาจเกิดดาวตกที่มากที่สุดจะเป็นเวลาประมาณ 04.00-05.30 น. ของเช้าวันที่ 18 พฤศจิกายน 2552

          2. ฝนดาวตกเจมินิดส์ หรือฝนตกกลุ่มดาวคนคู๋ วันที่ 13-14 ธันวาคม 2552 ฝนดาวตกเจมินิดส์ เกิดจากฝุ่นละอองของดาวเคราะห์น้อย 3,200 เฟธอน (3200 Phaeton) โดยทั่วไปฝนดาวตกเจมินิดส์จะมีจำนวนมากทุกปี แม้ว่าจะไม่สว่างเท่ากับฝนดาวตกลีโอนิดส์ก็ตาม  ในปีนี้ ช่วงเวลาที่เกิดปรากฏการณ์ฝนดาวตกเจมินิดส์ จะเป็นช่วงเวลาที่ปราศจากแสงจันทร์รบกวน เราอาจได้เห็นดาวตกจำนวนหลายสิบดวงต่อชั่วโมงในคืนวันที่ 13 ธันวาคม 2552 ถึงรุ่งอรุณของวันที่ 14 ธันวาคม 2552
 


          3. จันทรุปราคาบางส่วน วันที่ 1 มกราคม 2552  หลังจากเริ่มปีใหม่ไม่นาน คนไทยจะได้เห็นปรากฏการณ์จันทรุปราคาบางส่วน เกิดขึ้นในช่วงเวลาระหว่าง 01:52-02:52 อย่างไรก็ดี คราสบางส่วนครั้งนี้ จะบดบังดวงจันทร์ไม่มากนัก โดยพื้นผิวดวงจันทร์จะเข้าไปในเงามืดของโลกเพียงร้อยละสิบเท่านั้น

          4. สุริยุปราคาบางส่วน วันที่ 15 มกราคม 2552  สุริยุปราคาบางส่วนที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 15 มกราคม 2553 นี้ นับเป็นสุริยุปราคาบางส่วนครั้งที่ 3 ที่เกิดขึ้นในระยะเวลาห่างกันไม่ถึง 12 เดือน สุริยุปราคาครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการเกิดสุริยุปราคาแบบวงแหวนแนวคราสวงแหวนเริ่มต้นตั้งแต่  ทวีปอัฟริกา ผ่านมหาสมุทรอินเดีย ตอนใต้ของประเทศอินเดียตอนบนของประเทศศรีลังกา สหภาพเมียนมาร์ และสิ้นสุดที่สาธารณรัฐประชาชนจีน สำหรับประเทศไทยนั้นจะเห็นเป็นปรากฏการณ์สุริยุปราคาบางส่วน เห็นได้ทั่วประเทศ โดยภาคเหนือตอนบนดวงอาทิตย์จะถูกดวงจันทร์บดบังมากที่สุดถึงร้อยละ 73 ที่จังหวัดเชียงราย แม้ว่าท้องฟ้าจะไม่มืดสนิทแต่ผู้คนก็จะรู้สึกถึงความสว่างที่ลดลงได้ นอกจากนี้จะได้เห็นปรากฏการณ์ข้างเคียง เช่น เงาเสี้ยวของดวงอาทิตย์สิ่งผ่านใบไม้ เป็นต้น

         5. ดาวอังคารเข้าใกล้โลก มกราคม-กุมภาพันธ์ 2553 ทุกๆ ประมาณ 26 เดือน ดาวอังคารและโลกจะโคจรเข้ามาใกล้กันซึ่งเป็นโอกาสที่เราจะได้ใช้กล้องส่องดูดาวขนาดเล็กส่องสังเกตลักษณะพื้นผิวของดาวเคราะห์เพื่อนบ้านดวงนี้ได้ อย่างไรก็ดี การเข้าใกล้ของดาวเคราะห์สีแดงในครั้งนี้ จะเข้ามาใกล้โลกมากที่สุดเพียง 99,331,411 กิโลเมตร ในช่วงเช้าของวันที่ 28 มกราคม 2553 ตามเวลาในระเทศไทย ซึ่งจะทำให้ขนาดปรากฏของดาวเคราะห์ดวงนี้มีเพียง 14.11 ฟิลิปดา ดาวอังคารจออยู่ในตำแหน่งตรงข้ามดวงอาทิตย์ในวันที่ 30 มกราคม 2553 และเราสามารถชมปรากฏการณ์นี้ได้ตลอดในช่วงเดือน มกราคมและกุมภาพันธ์ที่จะถึงนี้

ท่านสามารถติตามข่าวสารอื่นๆของสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติเพิ่มเติมได้ที่ www.narit.or.th


ฝ่ายวิเทศสัมพันธ์และประชาสัมพันธ์
สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน)
โทร 053-225569 ต่อ 11
 

ผู้เขียนข่าว : ศิริลักษณ์  สิกขะบูรณะ

                กลุ่มงานประชาสัมพันธ์ สำนักงานปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

                โทร 0 2354 4466 ต่อ 118,120

ถ่ายภาพโดย : สุนิสา ภาคเพียร โทร 02-3544466 ต่อ 199

 

 

 
ข่าวที่เกี่ยวข้อง :
» ก.วิทย์ฯ จับมือ ก.ศึกษาฯ ผุดชุดซอฟต์แวร์ ช่วยการเขียน เพิ่มประสิทธิภาพการเรียนสำหรับนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ทั่วประเทศ
» ปรากฏการณ์ธรรมชาติ ดาวอังคารใกล้โลกที่สุดในรอบ 11 ปี 21 พฤษภาคม 2559
» สดร.โชว์ความก้าวหน้าดาราศาสตร์ไทย วันวสันตวิษุวัต 19 มีนาคม 2559
» “พิเชฐ” เผยผลสำเร็จหลังเยือนญี่ปุ่น องค์กรวิทยาศาสตร์ฯ พร้อมเพิ่มลงทุนงานวิจัยในไทย หนุนอุตสาหกรรมยุคใหม่ สานฝันโครงการฟู๊ดอินโนโพลีส
» ดร.พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ มอบรางวัลการประกวดภาพถ่ายทางดาราศาสตร์ ประจำปี 2558
» รายการ "เดินหน้าประเทศไทย" 24 พฤษภาคม 2558
» วท. รุกสร้างความเข้มแข็งด้านวิทยาศาสตร์รับ AEC ผุดเวทีแข่งขัน – ค่ายวิทย์เพื่อเยาวชนอาเซียน
หน่วยงานในสังกัดกระทรวง
สำนักงานรัฐมนตรี สำนักงานปลัดกระทรวง กรมวิทยาศาสตร์บริการ สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ สถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ(องค์การมหาชน) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ(องค์การมหาชน) สำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน(องค์การมหาชน) สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร(องค์การมหาชน) สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ(องค์การมหาชน) สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์(องค์การมหาชน)

กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.)
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อการพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม สร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืน ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร
หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
โปรดแจ้งให้ทราบเพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป