กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีภาษาไทยEnglish
หน้าหลัก ข่าวสารหน่วยงาน ประชุมชี้แจงโครงการรีไซเคิลลำไยค้างสต๊อคเป็นพลังงานชีวมวล

ประชุมชี้แจงโครงการรีไซเคิลลำไยค้างสต๊อคเป็นพลังงานชีวมวล

พิมพ์ PDF

ผลตอบรับเป็นที่พอใจ  ประชาชนภาคเหนือมั่นใจเทคโนโลยีกระทรวงวิทย์ฯ

 

          (วันศุกร์ที่ 6 พฤศจิกายน 2552) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  เปิดเวทีห้องประชุมองค์การบริหารส่วนจังลำพูน  จัดประชุมชี้แจงทำความเข้าใจให้กับประชาชน และหน่วยงานในพื้นที่ 4 จังหวัดภาคเหนือ ได้แก่ ลำพูน  ลำปาง เชียงใหม่ ซึ่งเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในโครงการ รีไซเคิลลำไยค้างสต๊อคปี 2546/2547 พร้อมสาธิตการทำงานของเครื่องจักรที่จะนำมาใช้ดำเนินการจริงในพื้นที่  โดยนายวีระพงษ์  แพสุวรรณ รองปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ  เป็นประธานเปิดการประชุม  และนายสุรชัย  อังเกิดโชค รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูนให้การต้อนรับ  พร้อมผู้สนใจเข้าร่วมประชุมกว่า 300 คน 

          นายวีระพงษ์  แพสุวรรณ รองปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวว่า ที่ผ่านมารัฐบาลพยายามแก้ปัญหาลำไยตกค้างปี 2546/2547 ซึ่งมีจำนวน 46,800 ตันมาตลอด โดยเฉพาะหน่วยงานที่รับผิดชอบการแก้ปัญหามาตั้งแต่ต้น คือ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์  โดยองค์การตลาดการค้าเพื่อเกษตรกร (อตก.) เนื่องจากปัญหาดังกล่าวถือเป็นปัญหาระดับประเทศที่จำเป็นต้องอาศัยระยะเวลาและ แนวทางการคลี่คลายที่ดีที่สุด ส่งผลกระทบน้อยที่สุดและเป็นที่ยอมรับของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เกี่ยวข้อง    ทุกฝ่าย  ดังนั้น  การที่กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ได้รับความไว้วางใจจากคณะรัฐมนตรี และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์  ให้เข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาลำไยตกค้างปี 2546/2547 จึงนับเป็นความภาคภูมิใจ โดยกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ได้นำเอาเทคโนโลยีของคนไทยมาเป็นเครื่องมือในการดำเนินการปรับเปลี่ยนจากวิธีการเผาหรือฝังกลบเพื่อทำลายลำไย ไปเป็นการรีไซเคิลหรือการแปรรูปให้เป็นแท่งเชื้อเพลิงชีวมวลหรือที่เรียกว่า “เชื้อเพลิงแท่งตะเกียบ” ซึ่งเป็นพลังงานทดแทนที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในกิจกรรมอื่นๆ ได้อีก เช่น โรงอบลำไยของกลุ่มเกษตรกร โรงงานเซรามิกส์ โรงงงานไฟฟ้าขนาดเล็ก เป็นต้น

          รองปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า  โครงการรีไซเคิลลำไยค้างสต๊อคไปเป็นพลังงานชีวมวลในครั้งนี้ฯ กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ดำเนินการร่วมกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ซึ่งเป็นสถาบันการศึกษาในเครือข่ายคลินิกเทคโนโลยี มีความเชี่ยวชาญด้านการศึกษาวิจัยพลังงานทดแทน และร่วมกับ สมาคมเครื่องจักรกลไทย ซึ่งมีความเชี่ยวชาญในการผลิตเครื่องจักร/เครื่องมือระดับอุตสาหกรรม โดยเทคโนโลยีที่นำมาใช้  ได้แก่ เทคโนโลยีการบดลำไยหน้าโกดังโดยไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม และเทคโนโลยีการอัดลำไยที่บดแล้วเป็นเชื้อเพลิงชีวมวล โดยใช้เครื่องอัดแท่งชีวมวลที่กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ได้สนับสนุนสมาคมเครื่องจักรกลไทย ให้ดำเนินการพัฒนาสร้างขึ้นภายใต้โครงการวิศวกรรมย้อนรอย

              นอกจากนี้ตลอดช่วงระยะเวลาของการปฏิบัติงานในพื้นที่ ตั้งแต่กระบวนการ การบดย่อยหน้าโกดังไปจนถึงการอัดแท่งเชื้อเพลิงชีวมวล ซึ่งกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ จะอาศัยการจ้างแรงงงานในพื้นที่เข้ามาร่วมดำเนินการไม่น้อยกว่า 5 เดือน ถือเป็นการสร้างงาน สร้างรายได้ ให้กับประชาชนในพื้นที่อีกด้วย และเมื่อสิ้นสุดโครงการนี้กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ จะส่งมอบเครื่องบดจำนวน 36 เครื่อง ให้กับกลุ่มเกษตรกรลำไยในภาคเหนือนำไปใช้ประโยชน์  อีกทั้งกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ยังถือโอกาสนี้นำเทคโนโลยีชุดอิเล็กทรอนิกส์ควบคุมการอบลำไย มาร่วมจัดแสดงด้วย  โดยเทคโนโลยีดังกล่าว กระทรวงฯ ได้สนับสนุนมหาวิทยาลัย  แม่โจ้  ให้วิจัยพัฒนาจนประสบความสำเร็จ และเป็นประโยชน์กับเกษตรกรชาวสวนลำไยเป็นอย่างยิ่ง

          ด้านนายสุรชัย  อังเกิดโชค  รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน เปิดเผยว่า ถือเป็นโอกาสอันดีที่ได้เห็นกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์  ความร่วมกันแก้ไขปัญหาให้กับเกษตรกรชาวสวนลำไยและผู้เกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นปัญหาที่ยืดเยื้อยาวนาน  โดยในภาพรวมมองว่า วิธีการและเทคโนโลยีที่กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ นำเข้ามาแก้ไขปัญหาลำไยในครั้งนี้ นับเป็นทางเลือกที่ทุกคนพึงพอใจ และประเทศชาติได้ประโยชน์  ตนเองในฐานะเป็นส่วนหนึ่งของคนภาคเหนือยินดีให้ความร่วมมือกับกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ และหน่วยงานที่ได้รับมอบหมายให้เข้ามาปฏิบัติงานในพื้นที่ตลอดระยะเวลาดำเนินการ  โดยจะพยายามช่วยสื่อสารประชาสัมพันธ์กับพี่น้องประชาชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความเข้าใจและเกิดความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาให้สำเร็จลุล่วงแบบบูรณาการ ต่อไป   

          การประชุมชี้แจงทำความเข้าใจโครงการฯ กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ได้เชิญวิทยากรที่เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูลแก่ผู้เข้าร่วมประชุม โดยผู้แทนกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ได้แก่ นายวีรชัย  อาจหาญ จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี   และนายณรงค์  สกุลศิริรัตน์ จากสมาคมเครื่องจักรกลไทย นอกจากนี้ยังมี  นายโอวาท  อภิบาลภูวนารถ  รองผู้อำนวยการ อ.ต.ก. มาให้ข้อมูลเกี่ยวกับการบริหารจัดการโกดังและค่าใช้จ่ายในส่วนที่เกษตรกรจะต้องได้รับคืนหลังนำลำไยออกจากโกดัง  และนายวิชาญ  จาระธรรม รองประธานชุมนุมสหกรณ์จังหวัดลำพูน ในฐานะผู้แทนเกษตรกรในพื้นที่   ทั้งนี้ ช่วงบ่ายมีการสาธิตการบดอัดลำไยบริเวณหน้าโกดังองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูน ซึ่งได้รับความสนใจจากเกษตรกร และสื่อมวลชนอย่างดียิ่ง อีกทั้งเป็นการตอกย้ำความมั่นใจให้กับประชาชนในพื้นที่ภาคเหนือถึงความตั้งใจนำเทคโนโลยีเข้ามาแก้ไขปัญหาให้กับประเทศชาติ โดยกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

          หลังจากประชุมชี้แจงฯ ครั้งนี้แล้ว  กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ จะเริ่มดำเนินการปฏิบัติงานจริงในพื้นที่ประมาณกลางเดือนพฤศจิกายน 2552 เป็นต้นไป  โดยจะดำเนินการด้วยความโปร่งใส ประชาชนสามารถร่วมสังเกตการณ์และตรวจสอบได้  และจะรายงานความก้าวหน้าต่อคณะกรรมการบริหารจัดการทำลายลำไยอบแห้งฯ กระทรวงเกษตรฯ ทราบทุกเดือน อีกทั้งประชาสัมพันธ์ให้สาธารณชนได้รับทราบอย่างสม่ำเสมอ ต่อไป         

          ติดตามสกู๊ปข่าวการประชุมชี้แจงโครงการรีไซเคิลลำไยค้างสต๊อคฯ ในรายการ Energy update ทางสถานีโทรทัศน์ NBT เวลา 13.30 น. วันอาทิตย์ที่ 15 พฤศจิกายน 2552 นี้

 

ข้อมูลข่าวโดย : เทียรทอง   ใจสำราญ นักวิเคราะห์นโยบายและแผน ชำนาญการ
สำนักส่งเสริมและถ่ายทอดเทคโนโลยี สำนักงานปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
 

 
ข่าวที่เกี่ยวข้อง :
หน่วยงานในสังกัดกระทรวง
สำนักงานรัฐมนตรี สำนักงานปลัดกระทรวง กรมวิทยาศาสตร์บริการ สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ สถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ(องค์การมหาชน) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ(องค์การมหาชน) สำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน(องค์การมหาชน) สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร(องค์การมหาชน) สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ(องค์การมหาชน) สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์(องค์การมหาชน)

กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.)
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อการพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม สร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืน ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร
หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
โปรดแจ้งให้ทราบเพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป