“คูปองวิทย์ฯ OTOP” ตอบโจทย์ชัดเจน 6 เดือนแรกแห่สมัครเกือบ 800 ราย ผ่านเกณฑ์เกินครึ่ง คาดเศรษฐกิจฐานรากเข้มแข็งรายได้เพิ่มไม่น้อยกว่าร้อยละ 5 ต่อราย วท.เร่งเดินหน้าต่อเนื่อง

พิมพ์

 

        ตามที่กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) ได้เริ่มดำเนินโครงการ OTOP ด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม (วทน.) ในรูปแบบการบูรณาการของหน่วยงานในสังกัด ผ่านกลไก “คูปองวิทย์เพื่อ OTOP” ให้บริการด้าน วทน. 6 เรื่อง ได้แก่ พัฒนาคุณภาพชีวิต กระบวนการผลิต ออกแบบนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ มาตรฐาน บรรจุภัณฑ์ และเครื่องจักร ครอบคลุมกลุ่ม OTOP      ทุกกลุ่ม ทั้งกลุ่มเริ่มต้นทำผลิตภัณฑ์ (Start Up) กลุ่ม OTOP ปัจจุบัน และกลุ่ม OTOP ที่ต้องการก้าวไปสู่ SMEs โดยมีระยะเวลาดำเนินการ 3 ปี วงเงิน 300,000 – 500,000 บาทต่อปีต่อราย โดยสัดส่วนการสนับสนุนเงินคูปองฯ จะดำเนินการผ่านหน่วยงานในสังกัด วท. และสถาบันการศึกษา ร่วมกับเงินลงทุนของผู้ประกอบการ ตั้งแต่ 30% - 70% ขึ้นกับบริการและจำนวนการจ้างงาน โดยในส่วนของเงินลงทุนร่วมของผู้ประกอบการ อาจจะอยู่ในรูปวัตถุดิบ แรงงาน สถานที่ผลิต หรือการสนับสนุนของหน่วยงานในพื้นที่ที่ไม่อยู่ในรูปตัวเงิน โดยเริ่มเปิดตัวโครงการ ในงาน OTOP CITY เมืองทองธานี เมื่อปลายปี 2558 และกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ โดย ดร.พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรี ได้แถลงข่าวเปิดตัวโครงการ“คูปองวิทย์เพื่อ OTOP” อย่างเป็นทางการในเดือนมกราคม 2559 ตามด้วยการจัดงาน OTOP สัญจร 10 จังหวัด ครอบคลุมทุกภูมิภาค     

 

        รศ.ดร.วีระพงษ์ แพสุวรรณ ปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เปิดเผยว่า  จากการติดตามข้อมูลข่าวสารจากโฆษกรัฐบาล จะเห็นว่าท่านนายกรัฐมนตรีให้การสนับสนุนโครงการ “คูปองวิทย์เพื่อ OTOP” อย่างเต็มที่ พร้อมทั้งกำชับให้ วท. ดูแลเรื่องการต่อยอดสนับสนุนผู้ประกอบการหลังได้รับเงินทุนหรือองค์ความรู้จากคูปองวิทย์ฯ ให้เกิดความยั่งยืน ซึ่งตั้งแต่เปิดตัวโครงการมาเมื่อปลายปี 2558 วท.ได้เดินหน้าดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการจัดงาน OTOP สัญจร จำนวน 10 ครั้ง ใน 10 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย นครพนม มุกดาหาร สกลนคร อ่างทอง ปทุมธานี ตรัง สุราษฎร์ธานี ลำปาง และตราด ระหว่างเดือนพฤศจิกายน 2558 – เมษายน 2559   มีผู้สนใจสมัครเข้าร่วมโครงการจำนวน 781 ราย และผ่านการพิจารณาครั้งที่ 1 มากถึง 419 ราย หรือร้อยละ 54 โดยในจำนวนนี้ วท. ได้ดำเนินการสนับสนุนคูปองวิทย์ฯ ไปแล้ว 95 ราย อยู่ระหว่างดำเนินการอีก 315 ราย นอกจากนี้ ยังมีผู้ประกอบการที่ได้รับคำปรึกษาเชิงลึกและสามารถดำเนินการโดยไม่จำเป็นต้องใช้คูปองวิทย์เพื่อโอทอป อีกจำนวน 9 ราย และยังมีใบสมัครที่ วท.กำลังดำเนินการพิจารณาเพิ่มเติมอีก 333 ราย ซึ่งจากการยื่นใบสมัครทั้งหมดที่ผ่านมา มีผู้ไม่ผ่านเกณฑ์การพิจารณาคุณสมบัติเพียง 29 รายเท่านั้น ซึ่งถือเป็นส่วนน้อย

        ปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า ผู้ที่ผ่านการพิจารณาในรอบแรกนี้ส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบการกลุ่มอาหารและเครื่องดื่มมากที่สุดถึง 266 ราย (ร้อยละ 63) รองลงมา คือ กลุ่มสมุนไพรที่ไม่ใช่อาหาร จำนวน 50 ราย กลุ่มของใช้ ของตกแต่ง และของที่ระลึก จำนวน 47 ราย กลุ่มผ้าและเครื่องแต่งกาย จำนวน 41 ราย และกลุ่มอื่นๆ จำนวน 15 ราย ใน 73 จังหวัดทั่วประเทศ โดย ดำเนินงานผ่านการจัดกิจกรรมบูรณาการเชื่อมโยงเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง เช่น การประชุมหารือเพื่อพัฒนาผู้ประกอบการ OTOP กับ หน่วยงานสถาบันการเงิน และ หน่วยงาน E-commerce เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2559 เพื่อเตรียมช่องทางการจำหน่ายออนไลน์ (e-market place) สำหรับผลิตภัณฑ์ที่พัฒนาขึ้น  การจัดประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการพัฒนาผลิตภัณฑ์โอทอปใน 3 ด้าน ได้แก่ การพัฒนาวัตถุดิบ/การผลิตต้นน้ำ มาตรฐาน และการตลาด ตลอดจนการจัดงาน Business Matching Big Day ในช่วงเดือนพฤษภาคม 2559 เพื่อนำไปสู่การจัดงานครั้งยิ่งใหญ่ระดับชาติ “ประชารัฐร่วมใจพัฒนา OTOP” ในเดือนสิงหาคม 2559 ต่อไป ซี่งภายในงานจะมีการการลงนามความร่วมมือในการพัฒนา OTOP ด้วย วทน. กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด โดยคาดหวังความสำเร็จโครงการ “คูปองวิทย์เพื่อโอทอป” จะช่วยพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากให้เข้มแข็ง ผลิตภัณฑ์ OTOP ที่พัฒนาด้วย วทน. จะทำให้ผู้ประกอบการมีรายได้เพิ่มขึ้นร้อยละ 5 ต่อราย และสามารถขายเชิงพาณิชย์ได้ร้อยละ 30 คาดการณ์ผลกระทบต่อเศรษฐกิจฐานรากประมาณ 5,000 ล้านบาทต่อปี

      สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี Call Center 1313 หรือสำนักส่งเสริมและถ่ายทอดเทคโนโลยี 0 2333 3941

 

ข่าวโดย: กลุ่มงานประชาสัมพันธ์ สำนักงานปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ข้อมูลโดย: สำนักยุทธศาสตร์วิสาหกิจ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย

โทรศัพท์ 0 2577 9000