สรุปสาระสำคัญ “รายการคืนความสุขให้คนในชาติ” วันศุกร์ที่ 15 เมษายน 2559 โดยพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี

พิมพ์

 

 

พ.อ.ญ ทักษดา เปิดรายการ

สวัสดีค่ะ ดิฉัน พันเอก หญิง ทักษดา สังขจันทร์ ผู้ช่วยโฆษกประจำ สำนักนายกรัฐมนตรี ในคืนนี้ ดิฉันทำหน้าที่ผู้ดำเนินรายการคืนความสุขให้คนในชาติเฉพาะกิจค่ะ สำหรับคำถามในคืนวันนี้นะคะจะเป็นคำถามที่พี่น้องประชาชนส่งมาถามท่านนายกรัฐมนตรีเรามาคุยกับท่านนายกรัฐมนตรีกันค่ะ สวัสดีค่ะ ท่านนายกฯ คะ ในช่วงนี้ขอเริ่มคำถามแรกเลยนะคะท่านนายกฯ ในช่วงนี้มีเรื่องอะไรที่เป็นเรื่องน่ายินดีสำหรับคนไทยบ้างคะ ท่านนายกฯ คะ

นายกรัฐมนตรี : ถ้าเอาใกล้ๆนี่นะครับ ก็เป็นเรื่องของการแข่งขันกีฬาแบดมินตันครับ ซึ่งน้องเมย์ของเรา รักชนก อินทนนท์ สามารถคว้าแชมป์ 2 รายการติดต่อกันเลย ทั้งอินเดีย โอเพ่น 2016 แล้วก็มาเลเซีย โอเพ่น 2016 ด้วย ก็เห็นแล้วล่ะว่าเขามีความพยายามอย่างสูงนะ ผมรู้ว่ามันเหนื่อยนะ แล้วมันเครียด แต่ก็ไม่ทำให้คนไทยผิดหวัง แล้วในอนาคตก็น่าจะทวงตำแหน่งมืออันดับ 2 ของสหพันธ์แบดมินตันโลกมาครองอีกครั้งหนึ่ง อันนี้เป็นสิ่งที่ผมคิดว่าเป็นของขวัญวันสงกรานต์ แล้วก็สร้างความสุขสำหรับคนไทยในช่วงเทศกาลนี้ ปีใหม่ไทยนะครับ ก็อยากให้ทุกคนช่วยกันเป็นกำลังใจให้เขา น้องเขายังอายุน้อยอยู่ เขามีโอกาสที่จะไปสู่ตำแหน่งที่สูงกว่านี้ หรือได้ชัยชนะในระดับสูงกว่านี้อีกต่อไปในระยะต่อไปด้วย ก็แสดงให้เห็นว่าคนไทยนี่ไม่แพ้ใคร ทำอะไรก็ทำได้ ทำสิ่งดี ๆ มีความตั้งใจบริสุทธิ์ในการที่จะทำทุกอย่างให้ดีที่สุด อย่างเช่น พระมหาชนกที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวท่านทรงพระราชนิพนธ์ไว้แล้ว อยากให้ทำแบบนี้

พ.อ.ญ ทักษดา : ค่ะแล้วก็เป็นเรื่องที่น่ายินดีของคนไทยไปแล้วนะคะ แล้วก็ช่วงนี้ก็ใกล้จะสิ้นสุดเทศกาลสงกรานต์แล้วค่ะ ท่านนายกฯ เป็นห่วงอะไรสำหรับพี่น้องประชาชนบ้างคะ ในช่วงนี้ค่ะ

นายกรัฐมนตรี : จริงๆ แล้วนะก็คงไม่ใช่เฉพาะเทศกาลสงกรานต์ เอาสงกรานต์ก่อนแล้วกัน ก็ใกล้จะผ่านพ้นไปแล้วล่ะ ผมก็เห็นตัวเลขในการสูญเสีย บาดเจ็บ เสียชีวิตก็มีอยู่จำนวนพอสมควร ผมก็ได้เตือนไปตลอดเวลา เจ้าหน้าที่ทุกคนก็ทำงานอย่างหนักนะ ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย ทั้งฝ่ายปกครอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ท้องถิ่น อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน แล้วก็อาสาสมัคร ตำรวจ ทหาร ทั้งหมดครับ ที่ช่วยกันดูแลความปลอดภัย เสียสละเวลาของเขาที่ต้องอยู่กับครอบครัว ก็มารับมาส่งคอยดูแลพี่น้องประชาชน ที่เดินทางไปกลับ ไปเยี่ยมบ้านกลับภูมิลำเนาอะไรก็แล้วแต่ เขาไม่ได้พักผ่อนเหมือนกัน แล้วเขาก็อยากมีเวลาพักผ่อน ไปเยี่ยมครอบครัวเหมือนกับคนอื่นนั่นแหละ แต่เขาไปไม่ได้ เพราะเขาติดด้วยภาระหน้าที่ ความจำเป็น แล้วก็ความเสียสละของเขา อันนี้ต้องให้กำลังใจเขาด้วยนะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งทำให้ปลอดภัยนี่คงไม่ใช่เฉพาะกฎหมายอย่างเดียวที่ทำให้อุบัติเหตุลดลง ต้องใช้กลไกทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นประชารัฐ ไม่ว่าจะเป็นความร่วมมือ การปลูกจิตสำนึกเหล่านี้ ต้องเริ่มต้นให้ได้นะ ถ้าเริ่มต้นไม่ได้ เราก็ไม่สามารถจะควบคุมปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ ได้ด้วยกฎหมายแต่เพียงอย่างเดียว บุคคลที่ได้รับอุบัติเหตุ ส่วนใหญ่ก็จะเมาสุราใช่ไหม แล้วก็ส่วนใหญ่จะเป็นรถโดยสารขนาดใหญ่บ้าง แล้วก็เป็นมอเตอร์ไซค์เยอะ คือมอเตอร์ไซค์สองล้อ 4 ล้อยังแย่เลย 2 ล้อแล้วเมาเข้าไปอีก เพราะฉะนั้นอันนี้ เป็นอันตรายอย่างยิ่ง แล้วก็ตัวเลขสูง เพราะฉะนั้นอยู่ที่ตัวคนแล้วก็คนขับ แล้วก็มาตรการทางสังคม ทางครอบครัวต้องช่วยกันดูแล วันนี้เราตั้งด่านหมดเลย ด่านทหาร ด่านตำรวจ ด่านชุมชน มีการโซนนิ่งพื้นที่ต่าง ๆ ให้ชัดเจนขึ้น มีความรับผิดชอบให้มากขึ้นในการเดินทาง รวมความไปถึงเรื่องการจัดระเบียบในการเล่นน้ำสงกรานต์อย่างปลอดภัย

อย่างหนึ่งที่ผมต้องชมเชยคืออาชีวะครับ เราได้มีการจัดตั้งโครงการอาชีวะอาสา โดยกระทรวงศึกษาฯ เรื่องงานเทศกาลสงกรานต์ 2559 อันนี้ก็มีนักศึกษาอาชีวศึกษา และครูอาจารย์ ประมาณ 250,000 คน ก็มาอาสาทำงานช่วยประเทศชาติ ให้การบริการตรวจสภาพรถยนต์ รถจักรยานยนต์ให้ปลอดภัย ให้แก่ประชนผู้สัญจรทางถนน ตั้งแต่วันที่ 11 ถึง 17 เมษายน ตั้งแต่ 8 โมงครึ่ง ถึงเที่ยงคืนครึ่ง เส้นทางสายหลัก สายรอง ทั่วประเทศ ก็น่าจะช่วยลดอุบัติเหตุทางถนนลงไปได้บ้าง คือเป็นเพื่อนเขาด้วย บางทีก็อาจจะขับๆ ง่วงๆ กันมา อะไรกันมา พอเจอด่าน เจอเด็ก ก็มีกำลังใจให้กันครับ ก็ขอให้เพียงแต่ขอบคุณเขาหน่อย ให้กำลังใจ เด็กๆ เขาลูกหลานเราทั้งนั้น เขามาช่วยอย่างน้อยก็เขาไม่ได้มารับจ้าง เขาอาสาสมัครมา เขาก็อยากไปเที่ยวเหมือนกันแต่เขาก็เอาล่ะ รัฐบาลกับกระทรวงศึกษาฯ ขอร้อง เขาก็มาช่วยเรา ก็ให้น้ำใจเขากลับคืนไปหน่อย จะได้เป็นกำลังใจให้เขามีความภูมิใจว่าเขาเป็นอาชีวศึกษาที่เป็นประโยชน์ ใช่ไหม จะได้เลิกทะเลาะเบาะแว้งกันสักที ทุกคนมองกันเป็นญาติพี่น้องทั้งหมด นี่แหละเขาเรียกว่าการเริ่มต้นของการอยู่ร่วมกันในสังคมที่เกื้อกูลต่อกัน เอื้อเฟื้อต่อกัน คือไม่ใช่อะไรก็ปรองดอง ใช้คำปรองดองไม่ได้นะ ผมใช้คำว่าทำอย่างไรเราจะมีความสุขร่วมกันให้ได้ด้วยทุกคนมีความพึงพอใจใช่ไหม

ในส่วนของการเดินทางครั้งนี้ ปัญหาเรื่องการสัญจรทางถนนยังมีปัญหาตลอด เพราะว่าผมคิดว่าแผนในการทำในเรื่องของโครงสร้างสาธารณูปโภคพื้นฐานของประเทศเรายังไม่สมบูรณ์ ไม่สมบูรณ์คืออะไร ไม่ว่าจะเป็นทางสายหลัก สายรอง การเชื่อมต่อยานพาหนะแต่ละประเภท ไม่ว่าจะเป็นรถไฟ รถเมล์ รถไฟฟ้า แล้วอนาคตก็จะมีรถรางเข้ามาอีก รถรางไฟฟ้า ก็ยังไม่ได้ต่อเนื่องกันชัดเจน ผมได้สั่งการไปแล้วให้ทางกระทรวงคมนาคมไปทำแผนมา วันนี้เราจะทำได้แค่ไหนก็ทำแค่นั้นก่อน แล้วก็วันหน้า รัฐบาลหน้าก็มาทำไป ถ้าเราไม่แก้ไขแบบนี้ก็จะติดไปทั้งหมด 1. รถติด 2. รถจอดบนถนนบ้าง อะไรบ้าง ความเร็วก็จำกัดไม่ได้อีก บังคับอะไรกันไม่ได้เลย แต่ทุกคนต้องการความปลอดภัย เจ้าหน้าที่ก็ทำงานลำบาก วันนี้ต้องพัฒนาทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การพัฒนาจิตใจ จิตสำนึกของคนใช้รถใช้ถนน อันที่ 3. ก็คือเรื่องของเจ้าหน้าที่ ต้องให้กำลังใจเขา ให้เขาปฏิบัติหน้าที่ทั้งกฎหมายด้วย ทั้งนิติศาสตร์ รัฐศาสตร์ อันนี้เป็นสิ่งสำคัญในการบริหารราชการแผ่นดินในปัจจุบัน ผมพยายามแก้ทุกอย่างวันนี้ไม่ว่าจะเป็นโครงการมอเตอร์เวย์ ก็มีอยู่ตั้ง 3 สาย ที่จะต้องทำเพิ่ม วันนี้เราก็จน รายได้ยังน้อยอยู่ ผมก็ได้ให้ไปพิจาณาว่าจะทำเส้นไหนได้ก่อนไหม หรือจะทำระยะต้นก่อนได้ไหม อะไรทำนองนี้ สิ่งเหล่านี้ไม่เกิดขึ้นในเวลาอันสั้นหรอกครับเพราะว่าต้องใช้เงิน ใช้เวลา แล้วก็กระบวนการในการทำ EIA, EHIA อะไรต่างๆ ก็มี ผมลดไม่ได้ เพียงแต่ลดเวลาลงให้สั้นลงไปได้ แต่ต้องทำทุกอันครับ สิ่งที่เราทำวันนี้น่าจะเกิดผลดีกับประเทศไทยใน 3 ปี หรือ 5 ปีข้างหน้านะ ก็คงเป็นเรื่องของยุทธศาสตร์ 5 ปีแรกนั่นแหละ นี่แหละเหตุผลของผม

อันหนึ่งที่ผมมองอีกอันหนึ่งก็ของการจัดทำที่จอดรถไง ผมอยากให้มีถนนที่งดงามสักเส้นหนึ่งนะ ซึ่งอันนี้เป็นมาตั้งแต่อดีตมาแล้ว เป็นถนนที่สวยที่สุด ในกรุงเทพฯ ผมว่าถนนนี้นะ ถนนราชดำเนินนะ เผอิญมีปัญหาเรื่องการจอดรถ แล้วก็ตลอดเส้นทางก็มีสิ่งสวยๆงามๆ เยอะเป็นสิ่งก่อสร้างสมัยก่อนนี้นะ งดงามฝรั่งเขาชอบ คนไทยก็ชอบ ปัญหาคือรถจอด แล้วก็แน่น จราจรติดขัด ผมก็ให้แนวความคิดไปว่าเราจะทำที่จอดรถใต้ดินบ้างไหม ผมเป็นการสอบถามความคิดเห็นใน ครม. ไปแล้วล่ะ ให้ไปช่วยคิดกันมา กระทรวงคมนาคม กระทรวงมหาดไทย กทม. ฝ่ายเศรษฐกิจ ถ้าเป็นไปได้ ถนนเส้นราชดำเนินถ้ามีที่จอดรถใต้ดินได้เป็นระยะๆ นะ รถจะไปจอดข้างล่างทั้งหมด ถนนก็จะโล่งใช่ไหม พอทุกคนมาทำงานทำการก็เอารถไปจอดข้างล่าง แล้วก็อาจจะเดินนิดหน่อย เข้ามาที่ทำงาน ทำเนียบก็มีอยู่ใกล้ๆ นี่ กระทรวงศึกษาก็มี อะไรก็มี หลายหน่วยงานอยู่แถวนี้ ถนนก็จะน่าอยู่น่าอาศัยงดงาม เวลาใครไปใครมา ท่องเที่ยวก็ได้ อะไรก็ได้ แถมกลางคืนก็จัดถนนคนเดินได้ จัดออกงาน ออกร้านค้าอะไรต่างๆ ผมคิดแบบนี้ แล้วก็โน่นจัดตั้งแต่สนามหลวงเส้นนี้ ยาวตั้งแต่สนามหลวง มา สองข้างทางสวยหมดน่ะ มาสะพานผ่านฟ้า มาสะพานมัฆวานฯ แล้วก็ตรงไปพระรูปนะ ตรงนี้ผมว่าน่าจะทำได้ และถ้าทำได้ต่อไปนะ อันนี้หลายอย่างนะทั้งรัฐบาลทำ แหมก็ใช้เงินเยอะพอควร ก็มี PPP ได้ไหม เอกชนมาลงทุนได้ไหม มีค่าตอบแทนผลประโยชน์ ให้กับเขาที่พอสมควรนะ ก็ต้องช่วยประเทศกันบ้าง ถ้าเป็นไปได้เราก็ขยายไปตรงอื่นซิ ถนนไหนที่รถติดๆ มากๆ ติดเพราะรถจอดสองข้างทางไปคิดดูซิ ทำได้ไหม ผมว่าจะช่วยลดปัญหาการจราจรลงได้เยอะเลย

แล้วอีกอัน ผมคิดไปอีกอันคือในพื้นที่ ที่เป็นพื้นทีเศรษฐกิจไง ที่มีศูนย์การค้า มีอะไรเยอะๆแยะ รถติดหมดน่ะ ทำยังไงจะทำที่จอดรถใต้ดิน แล้วใกล้ๆ นั่นแหละ แล้วถึงเวลาก็เดินทะลุขึ้นมาหน่อยหนึ่ง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นจะต้องไปเชื่อมโยงกับระบบการขนส่งทางรถราง รถไฟฟ้าอะไรกันหรือเปล่า ก็ยังไม่รู้เหมือนกัน ให้ไปคิดมาอยู่ ถ้าเราทำได้นะผมว่าบ้านเมืองเราจะสวยงาม

วันนี้หลายจังหวัดก็เสนอแผนงานในการจะขอสร้างที่เขาเรียกว่า Tram รถไฟฟ้าที่มีสายไฟข้างบน ที่วิ่งนะ ก็พูดง่ายๆ เป็นพื้นที่ที่ไม่มีอะไรเกะกะอยู่ ก็พอทำได้ เขามีงบประมาณของท้องถิ่นบ้าง อะไรบ้าง ก็มีคนมาร่วมลงทุน เห็นมีอยู่ 2-3 จังหวัดก็กำลังพิจารณาอยู่ นี่แหละครับคือปัญหาเรื่องการจราจร เพราะรถเยอะ แต่ก่อนนี้ถึงแม้ราคารถ น้ำมันแพงใช่ไหม คนก็ลดลงมาใช้การบริการรถโดยสาร รถอะไรมากขึ้น ตอนนี้พอน้ำมันลด ตอนนี้ก็ใช้กันทุกคน ใช้กันทุกคนเพราะว่าไม่ต้องประหยัดแล้ว เพราะน้ำมันลดราคาครึ่งหนึ่ง มากกว่าครึ่งด้วย นี่แหละเป็นสิ่งที่เราต้องกลับมาดูว่าเราจะประหยัดลงได้อีก เขาลดราคาน้ำมันลง เราก็น่าจะลดค่าใช้จ่ายลงได้ด้วยการใช้รถให้พอดีๆ หรือไปด้วยกัน แต่นี่ขับรถคนละคันหมดน่ะ ก็ติดสิ ที่จอดก็ไม่มี ถนนก็น้อย แล้วจะไปทำอะไรได้อีก ถนนก็มีได้แค่นี้ คลองกรุงเทพฯ ควรจะเป็นคลองที่สวยงาม ทำให้น้ำใส ก็ถมเสียเรียบร้อยหมดแล้ว พอน้ำมาก็น้ำท่วม นี่เป็นปัญหาที่เราแก้โดยไม่แก้ทั้งระบบให้ครบวงจร ก็ซ้ำซากอยู่แบบนี้แหละ ผมก็เพียงแต่เสนอความคิดริเริ่มไปให้เขามองระยะยาว ว่าประเทศไทยควรจะต้องเป็นอย่างไร คือทุกครั้งที่ไปเมืองนอก ผมก็จำภาพมานะ ผมไม่ได้ไปบ่อย ไปในฐานะส่วนใหญ่ไม่เคยได้ไปเที่ยว น้อยมากเลย นับครั้งแทบจะนับไม่ได้นะ ที่ไปนี่ไปทางการ ไปเยี่ยมเยือนเขาตอนเป็นผบ.ทบ. ผมก็เห็นว่าทำไมบ้านเขาสะอาดเอี่ยม เรียบร้อย รถทำไมเขาไม่ค่อยติด ทำไมเขาจอดรถโน่น เขาไปจอดใต้ดินโน่น หรือไม่เขาก็ใช้บริการรถไฟฟ้า รถไฟฟ้าของเขาต่อตลอดเส้นทาง ของเราติดๆ ต่อๆ อย่างไรพิกลนะ ไม่เป็นวงจร ไม่ครบ Loop นี่ก็พยายามจะแก้ให้ครบ Loop

พ.อ.ญ ทักษดา : ก็ได้พูดถึงเรื่องแผนการขนส่งแล้วก็ระบบการจราจรไปเรียบร้อยแล้วนะคะ ตอนนี้ไม่ว่าการเศรษฐกิจของประเทศเรานี่แหละค่ะ มีการเดินหน้าไปอย่างไรบ้างคะ แล้วก็มาตรการการยกระดับความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนที่รัฐบาลได้ดำเนินการมานี่ค่ะ มีความคืบหน้าไปถึงไหนแล้วคะ

นายกรัฐมนตรี : เศรษฐกิจเราต้องมอง หนึ่งเศรษฐกิจโลก ว่าเป็นอย่างไร เวลานี้เศรษฐกิจโลกตก ตกเพราะอะไร ต้องไปดู ผมก็พูดหลายครั้งแล้วนะ ด้วยการสู้รบ การขัดแย้ง ด้วยภัยพิบัติบ้าง ด้วยอากาศเปลี่ยนแปลงบ้าง ใช่ไหม วันนี้ก็ภัยแล้ง ก็เลยทำให้ทุกประเทศนี่ คือรายได้ของแต่ละประเทศก็ไม่เท่าเทียมกันอยู่แล้วเดิม มีช่องว่างของมันอยู่แล้ว ช่องว่างระหว่างประชาชน ช่องว่างของประเทศพัฒนากับประเทศที่กำลังพัฒนา สิ่งเหล่านี้ เลยทำให้ปัญหามาทับซ้อนในเวลานี้ คราวนี้ปัญหาทับซ้อน ผมพูดถึงโลกแล้ว อันนี้เป็นประชาคมโลก มีหลายประชาคม มีหลายพันธะสัญญา หลายกฎกติกาเต็มที วันนี้มีการรวมกลุ่มกันทั้งหมด เขาเรียกว่าใช้คำว่าเป็นเศรษฐกิจเดียว แล้วก็ใช้ความเชื่อมโยง Connectivity เข้าหากัน คราวนี้ประเทศที่รายได้น้อยนี่เดือดร้อน เพราะจะ Connect กับเขาได้อย่างไร ว่าต้องสร้างถนน สร้างทางรถไฟ สร้างอะไรต่างๆ เยอะแยะ แล้วรายได้มาจากไหน ประเทศเราอย่าลืมว่าเป็นประเทศที่มีรายได้จากการเกษตรใช่ไหม รายได้ประเทศประมาณสัก 70% มาจากการส่งออกพืชผลทางการเกษตรทั้งสิ้น แล้วส่วนใหญ่เป็นวัตถุดิบด้วย นอกนั้นก็เป็นรายได้จากภาษีการค้าบ้าง ภาษีนิติบุคคลบ้างอะไรบ้าง ซึ่งหลายอย่างนี่ทำให้รายได้ไม่เพิ่มขึ้น เพราะคน ในเมื่อคนไม่มีรายดีเพียงพอที่จะขึ้นภาษี ก็ขึ้นไม่ได้ เพราะฉะนั้นภาษีก็เท่าเดิม ปีนี้ขอร้องให้เสียภาษีกันให้ครบก็แล้วกันนะ อย่าให้มีปัญหาทางกฎหมายก็แล้วกัน ในส่วนของผู้ประกอบการทั้งหมด ปี 59 ให้โอกาสนะครับ

แล้วก็อีกเรื่องคือในส่วนของประชาชน คนที่มีรายได้น้อยนี่ยังมีจำนวนสูงมาก สูงมากเนื่องจากอะไร เพราะเขาเป็นเกษตรกร 30 - 40 ล้านคน แล้วก็อาชีพอิสระด้วยนะ พวกนี้เป็นเกษตรกรบ้าง พวกอาชีพอิสระ หลายอย่างที่ไม่มีรายได้ที่เพียงพอ แล้วก็ทันต่อการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจโลก คือเรื่องเทคโนโลยี การติดต่อ การสื่อสาร ยานพาหนะ รถยนต์ อะไรต่างๆ ผลิตรุ่นใหม่ๆ มาเยอะแยะไปหมด แต่ไม่มีสตางค์ซื้อเขา เพราะว่าอะไร เพราะว่ารายได้ไม่พอ เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้ ถ้าเราทำไม่ดีมันก็จะกลายเป็นเหมือนกับภาพลวงตา ทุกคนต้องมีรถดีๆ มีโทรศัพท์ใหม่ๆ ลูกเต้าก็เลยเอาตาม ตามไปหมดน่ะ เพราะไปดูตามเพื่อน แล้วรู้ไหมเล่าว่าพ่อแม่มีเงินเดือนเท่าไร พ่อแม่ก็ด้วยความรักลูก ก็ต้องหาเงินให้ลูกจนได้ ก็เป็นหนี้ เป็นสิน นี่แหละหนี้ครัวเรือนมันเกิดขึ้นมาจาก ส่วนใหญ่จะเกิดมาจากสิ่งของที่ไม่มีมูลค่าในอนาคต แต่ถ้าเป็นหนี้จากการผ่อนบ้าน ผ่อนรถ รถยังพอได้บ้าง ผ่อนรถเพื่อประกอบอาชีพ เพื่อไปทำงาน เราก็โอเคนะ แต่ถ้าไปเป็นอย่างอื่นผมว่าไม่คุ้มค่า เขาเรียกว่าหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ อันนี้แหละคือตัวเลขหนี้ครัวเรือนจริงๆ แต่คำว่าหนี้ครัวเรือนเรามาเน้นที่มองว่าสูง สูงจริงๆ แล้วต้องไปดูนะ แยกแยะให้ออกว่า หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้คือหนี้ที่กู้ยืมมาใช้ระหว่างทำการเกษตร ยังขายไม่ได้ กับหนี้ที่เกี่ยวกับเรื่องรถยนต์ หรือหนี้เกี่ยวกับบ้าน ที่ดินอะไรแบบนี้ อันนั้นเป็นสินค้าที่มีมูลค่าในวันหน้า เป็นมรดกลูกหลาน เป็นหนี้คนละแบบ แต่ใช้คำว่าหนี้ครัวเรือนเหมือนกันนะ

หรือลงทุนในประเทศนั้นประเทศนี้ก็ได้ หรือในเรื่องการแบ่งปันผลประโยชน์กันให้เท่าเทียม GDP มีทุกอย่าง รัฐบาลนี้แก้ทุกอัน วันนี้ก็มีหลายประเทศ หลายบริษัทให้ความสนใจมากนะ จะเห็นว่ามีหลายประเทศ หลายบริษัทมาพบผม ซึ่งผมก็พบเป็นการเปิด ผมไม่พบส่วนตัวอยู่แล้ว ให้ทุกรัฐมนตรีเข้ามานั่งฟังด้วย แล้วก็รับฟังปัญหาของเขา ว่าเขาต้องการอะไร สิ่งที่เขาต้องการคือสิ่งที่เราไม่เคยเปลี่ยนแปลงมาเป็นเวลาสิบๆ ปีมาแล้ว เราเคยปรับปรุงเศรษฐกิจของเราเมื่อ 30 ปีมาแล้ว ถ้าพูดถึงมิตรเราก็ญี่ปุ่น ตอนนั้นที่มาลงทุนมากๆ หน่อยตอนนั้น จากวันนั้นถึงวันนี้ ก็มีประเทศนั้นประเทศนี้มาเพิ่มเติม แต่สิ่งที่เริ่มต้นสมัยนั้นยังไม่ได้พัฒนา ก็คือยังเป็นสินค้าเก่าๆ สินค้าที่พื้นฐานซึ่งราคาไม่สูงมากนัก

วันนี้ก็เลยต้องกำหนดว่า สินค้าเก่า 5 ประเภท อุตสาหกรรมเก่า 5 ประเภท กับ อุตสาหกรรมใหม่ 5 ประเภท เช่น หุ่นยนต์ สินค้าที่เป็นปัญญาประดิษฐ์ หรือเป็นเทคโนโลยีเราต้องส่งเสริมเหมือนกัน ให้คนมาลงทุนบ้านเรา ทั้งของเก่าของใหม่ต้องไปคู่กัน 10 อย่าง ของเก่าก็พัฒนาให้มีราคาสูงขึ้น สร้างนวัตกรรม แข่งขันเขาได้ ราคาสามารถจะ Dump ลงแข่งในราคาขายตลาดโลกได้ ผมถึงบอกว่าต้องมีนวัตกรรม วันนี้เราสามารถจะเอาหลายอย่างไปแข่งขันเขาได้นะ ผมก็ให้ไปรื้อเรื่องโครงการวิจัยทั้งหมดที่คิดออกมาแล้วนี่ แล้วนำมาสู่การผลิต ผมเห็นหลายอย่าง สินค้าทางการเกษตร ที่เกี่ยวกับการประกอบรถไถ รถเกี่ยวข้าว รถอะไรนี่ ทำได้ดีนะครับ แต่ไม่ได้ออกสู่การผลิต ไม่ได้ขาย ผมก็ไปเร่งอยู่นี่ ก็ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานพยายามไปอุดหนุนเขาบ้าง เราก็ต้องไปแก้กฎหมาย แก้ พ.ร.บ.ให้สามารถใช้จ่ายงบประมาณของรัฐได้ในช่วงระยะการทดลอง เอามาใช้ แต่เขาทดสอบมาแล้วว่าแข็งแรง เราก็รับรองมาตรฐานให้ได้ แล้วทำอย่างไรจะใช้เงินของรัฐได้ ซื้อมาก็ลดราคาตั้งเยอะแยะ ถ้าไม่ทำแบบนี้ไม่มีทางเกิด นี่รัฐบาลนี้ทำ

นี่คือเศรษฐกิจโลกนะ เศรษฐกิจประชาคมโลก มีตั้งหลายประชาคม ผมก็แบ่งการพูดคุยเจรจาของผม ไปเวทีต่างๆ ก็มีการพูดคุยทวิภาคีหลายอย่างด้วยกัน เช่น ประชาคมยุโรป ประชาคมประเทศตะวันตก ต่อไปก็ประเทศที่เป็นมุสลิม ต่อไปกลุ่มประเทศอาฟริกา ต่อไปกลุ่มประเทศที่เป็นหมู่เกาะ ใช่ไหม ต่อไปก็เป็น CLMV แล้วก็เป็นอาเซียนที่เหลือ ทั้งหมดนี่ก็คือเพื่อนพี่น้องเราทั้งสิ้น ตอนนี้เราจะหา Matching กันได้อย่างไร อะไรต้นทุน อะไรต้นทาง กลางทาง ปลายทาง ตั้งแต่เพาะปลูก ตั้งแต่วัสดุต้นทุน มาถึงการผลิต การแปรรูป สร้างนวัตกรรม จะสร้างที่ไหนก็แล้วแต่ แต่เกิดวงจรขึ้นมา แล้วเมื่อสร้างขึ้นมา คนของเราก็จะอยู่ในวงจรเหล่านั้น ประชาชนก็ส่วนหนึ่ง ถ้าทำเกษตรไม่ได้ดี ต่อไปน้ำไม่พอ ก็จะได้มีที่ทำงานของเขาอย่างไร มีรายได้เลี้ยงลูก เลี้ยงพ่อแม่เขา นั่นคือสิ่งที่ผมคิดในคำว่าตรงกลางนะ

ประชาคมโลก อาเซียนสำคัญ ตอนนี้เศรษฐกิจเขาอยู่ได้ เศรษฐกิจระหว่างอาเซียนเพิ่มขึ้นหลายร้อยเปอร์เซ็นต์ คือขายกันเองนี่แหละ รอบบ้านเรานี่แหละ แล้วสินค้าเราก็เป็นที่นิยมของเพื่อนบ้าน อย่างไรก็ตามเราก็ต้องเผื่อแผ่เขาบ้าง ไม่ใช่เราขายได้อย่างเดียวแล้วดีใจ วันนี้เราเป็นอาเซียนแล้วเราก็ต้องเป็นเพื่อนกัน ผมบอกกับผู้นำทุกประเทศ เราต้องเดินไปด้วยกัน แล้วเราจะไม่ทิ้งใคร เราต้องหากิจกรรมที่แต่ละประเทศมีศักยภาพ แล้วก็มาร่วมมือกัน วันหน้าต้องมาพูดถึงเรื่องอะไรล่ะ สินค้า GI ที่ต้องมีที่มาทางภูมิศาสตร์เข้าไปอีก วันหน้าหลายพันธะสัญญา เขาต้องคำนึงถึงที่มาของวัตถุดิบเข้าไปอีก เราต้องเตรียมการให้พร้อม สิ่งเหล่านี้ไม่เคยคิดกันมาหรอก แต่ผมคิดตอนนี้นะ ข้าราชการเขาก็อยากจะทำ อยากจะคิด แต่ปรากฏว่าไม่มีใครสนใจ วันนี้ต้องสนใจ เราเกินไป เพราะฉะนั้นอย่าขัดแย้งเลยนะ

คราวนี้มาพูดถึงตรงกลาง ข้ามชาติ ตรงกลาง ข้ามชาติก็ต้องมาช่วยกลางชาติพูดง่ายๆ จะไปฟ้องว่าข้ามชาติ ผูกขาด ไม่ใช่ เขาโตไปแล้วก็โตไปแล้ว เราต้องเอาเขามาสร้างห่วงโซ่เชื่อมโยงให้ได้ ต่อไปต้องมาพูดถึงประชาชนสิ คราวนี้ประชาชนเขาไม่มีทางเลือกเลย เขาต้องผลิต แล้วขายใคร ขายพ่อค้าคนกลาง ซึ่งเป็นผู้กำหนดราคาใช่ไหม เราต้องมาดูว่าปัญหาอยู่ไหน ตั้งแต่ต้นทุนการผลิต เรื่องอะไรล่ะ การปลูกข้าวต่อไร่นี่ ต้นทุนสูง 4,000 –5,000 บางทีนะ แล้วขายได้เท่าไร ได้ 7,000 กำไรเท่าไร 2,500 จะอยู่รอดเหรอ ระหว่างนั้น หนี้ครัวเรือน เขาก็ต้องไปกู้เงินเขามา แล้วมาเลี้ยงลูก ลูกก็จะเอาโทรศัพท์มือถือแพงๆ มอเตอร์ไซค์แพงๆ อะไรอย่างนี้ หรือมอเตอร์ไซค์ไปแว้น อะไรทำนองนี้ นี่พันไปถึงปัญหาสังคม เพราะฉะนั้นเราก็ต้องมามองว่าเราจะทำให้ประชาชนเข้มแข็งก็คือสร้างธุรกิจที่เกิดจากพวกเขากันเอง เขาเป็นคนผลิตอยู่แล้ว ถ้าสร้างให้เขาสามารถแปรรูปได้ขั้นที่ 1 ได้ เช่นเอาวัสดุที่เป็นผ้าขาวม้า สมมุติ ยกตัวอย่าง นี่ทอผ้าขาวม้าออกมาแล้ว เอาผ้าขาวม้ามาทำเป็นกระเป๋า ทำเป็นเสื้อผ้า อาภรณ์ อะไรต่างๆ ก็จะเพิ่มมูลค่าของเขาเอง แล้วก็จะมีกลุ่มของเขา ไม่งันเขาไม่มีตลาด ทุกคนทำผ้าขาวม้าหมด จะไปขายใครเขา ผ้าขาวม้า ยกตัวอย่างอย่างเดียวนะ

ผมถึงบอกว่าวันนี้เราต้องปรับงบประมาณใหม่ทั้งหมดด้วย ให้ตรงกับสิ่งที่เราต้องการของประเทศ ใน Agenda ที่ว่านะ ตามวาระที่เราต้องการ อันแรกก็งบรายจ่ายประจำ แล้วก็พื้นฐานที่เคยทำมาแล้วเดิม ถ้าเอาแผนเดิมทำ ก็ทำไปตลอดนั่นแหละ เดี๋ยวจากเลนเดียวเป็น 2 เลน 2 เลน เป็น 4 เป็น 8 แทบไม่ต้องคิดก็ไปปรับตรงนั้นแล้วว่าเราจะเอาตรงไหนเป็นศูนย์กลางเรื่องอะไร สหภาพเขาอยู่ตรงไหน ถนนตรงนี้ควรจะขยายไหม หรือจะทำถนน อุโมงค์ หรือจะทำสะพานข้าม ก็มี 18 กลุ่มจังหวัด ก็ฟังจาก 18 กลุ่มจังหวัดเขา แต่ละกลุ่มจังหวัดเขาก็มี 6-7 จังหวัด เขาจะทำอะไรล่ะ ศักยภาพเขา แลกเปลี่ยนกันได้นะ แล้วทำร่วมกันได้ในวงจรภายในประเทศ รวมกับของฝ่ายประชาชนเขาด้วย จะเข้มแข็งภายใน อย่างที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงรับสั่งอย่างไร ระเบิดจากภายในใช่ไหม นี่คือสิ่งที่ผมอยากจะพูดว่าต้องมองเศรษฐกิจมหภาค แล้วก็ระดับในประเทศ วันนี้กำลังทำอยู่ทั้งหมด

จะเห็นว่าวันนี้มีอะไร ตลาดให้ชาวบ้านเขา มีทางออกให้เขา เขาทำมาแล้วจะไปขายที่ไหนล่ะ ก็ต้องรองรับจากอะไร จากพ่อค้าคนกลางอย่างเดียว หรือไม่ก็พ่อค้าใหญ่อะไรก็แล้วแต่ วันนี้เอาลงมาช่วยหมด วันนี้จะเห็นว่าเราตั้งร้านค้าแบบนี้ ร้านค้าเพื่อประชาชนนี่ 130 กว่าร้าน ที่ปั๊มน้ำมัน ปตท. ชาวบ้านเขาจะเอาสินค้าโอทอปเขามาวางขาย วันหน้าผมก็บอกเอาสินค้าการเกษตรสิ เอาสินค้าที่เป็นประมงสิ ปลาเค็ม อะไรที่ดีที่สุด จะได้ต่อไปด้วยการท่องเที่ยว คนจะได้ไปเที่ยวซื้อปลาเค็ม ที่นี่ที่โน่น ไปซื้อผักสดที่สุด ซื้ออะไรที่หวาน ผลไม้หวาน ทุกพื้นที่ทุกชุมชน ต้องหาศักยภาพของตัวเองให้เจอ แล้วรัฐบาลก็จะกำหนด อย่างนี้คือสิ่งที่น่าจะเป็น ไม่ใช่ว่าไอ้นี่มันไม่มีสตางค์ เงินน้อย เอาเงินใส่ไป ใส่ไป แล้วเอาไปทำอะไร เอาไปใช้หนี้อย่างไร แล้วเกิดรายได้ขึ้นมาใหม่ไหม ไม่เกิด ใช้หนี้ก็ยังไม่หมดเลยของเก่า แต่ถ้าเราให้แบบนี้ ก็จะเกิดโครงสร้างของธุรกิจขึ้นมาซึ่งวันหน้าก็จะมีธุรกิจที่เรียกว่า Start Up หรือ SMEs หรือ Micro SMEs จะต้องเกิดขึ้นรัฐบาลก็จะคิดแบบนี้นะ เพราะผมก็ไปฟังต่างประเทศมา ถามเขาว่าหลายประเทศเขาวันนี้เขาพูดกันถึงคำว่า SMEs เราก็พูดกันมาเหมือนกับเขาเหมือนกัน แต่ไม่ได้ทำ วันนี้ทำหมด ก็ต้องใช้เวลา ประมาณเกือบ 2 ล้านราย ในประเทศไทยเกือบ 90% เป็นธุรกิจ SMEs หมดนะ ที่เราส่งออกนี่ ต้องไปดูเขาพัฒนาฝีมือคุณภาพ ให้ทุนแล้วแต่เยอะแยะไปหมดให้การอบรม ออกแบบดีไซน์ คือแทบทุกเรื่อง ผมก็บอกให้ไปคิดให้เขาให้หมด ถึงมีของดีขึ้น ไม่อย่างนั้นก็ขายไม่ออก

อีกอันก็คือในเรื่องของที่ทำอะไรไม่ได้อยู่นี่ น้ำขาด จ้างงานให้ทุกคนมีงานทำ ให้เกิดการบริโภคมีการลงทุนในพื้นที่ คือก็หมายความว่า สมมุติว่ามีใครที่อยากจะลงทุนต่างๆ ก็ขอร้องเขา ช่วยเอาแรงงานไปได้ไหม บริษัทก่อสร้าง เพราะโครงการขนาดเล็กนี่ใช้แรงงานช่วยได้ ไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องมือ เครื่องจักรมากมาย เพราะฉะนั้นใครที่ได้โครงการไป ไม่ว่าจะโครงการขนาดเล็ก ขนาดใหญ่ ที่ผ่านมาก็เอาประชาชนเป็นแรงงาน อันนี้ก็ได้หลายจังหวัด หลายพื้นที่ที่ได้ประโยชน์นะ อันนี้ก็จะเอาจังหวัดที่มีผลกระทบจากการเกษตรตกต่ำ ภัยแล้ง ทำอะไรไม่ได้ เดินไปผมยังไม่รู้จะหาเงินได้สัก 10 บาทที่ไหนเลย ผมสงสารเขานะ ผมขึ้น ฮ.ไป ผมมองบนอากาศ ไม่ได้นั่งหลับ นั่ง ฮ.นี่ นั่งมองแล้วผมนึกถึงบ้านแต่ละหลังๆ ข้างล่าง อยู่กันอย่างไร เขาอยู่กันแบบไหนนี่ เขามีอะไรจะกินกันไปวันๆ เงียบทุกบ้านหมด เพราะอะไร ลูกหลานเข้ากรุงเทพฯ หมด ไปหางานทำ ไปรับจ้างเป็นกรรมกรบ้าง เป็นอะไรบ้าง จะปล่อยให้เขาเป็นอย่างนี้ต่อไปอีกหรือ ไม่ได้แล้ว มันหมดเวลาแล้ว ถ้ายังปล่อยแบบนี้ ประเทศก็ไปไม่ได้ ข้างบนก็ไปไม่ได้ กลางๆ ก็ไปไม่ได้ ข้างล่างยิ่งไปไม่ได้ใหญ่

วันนี้ก็ตั้งแต่กันยายน 58 ถึง 59 ที่ผ่านมา เราก็มีผลงานที่เราเร่งรัด สำรวจ อนุมัติไปแล้ว เราสำรวจมาก็อยากจะรายงานตรงนี้นะครับ โครงการตำบลละ 5 ล้านบาท จำนวน 7,000 กว่าตำบล ไม่ใช่น้อยนะ มีโครงการที่ได้รับอนุมัติจัดสรรงบประมาณไปแล้ว 1 แสนกว่าโครงการ มูลค่าราว 3 หมื่น 6 พันล้าน แล้วก็เบิกจ่ายผูกพันงบประมาณไปแล้วร้อยละ 98 ของงบประมาณที่ได้รับการจัดสรร ที่ช้าเพราะว่าโครงการเยอะมาก ต้องทำให้ถูกต้อง

เรื่องที่สอง ก็คือโครงการเร่งด่วนช่วยเหลือเกษตรกร คนยากจน เพื่อจะสร้างความเข้มแข็ง สร้างงานสร้างอาชีพ เป็นโครงการที่ได้รับการอนุมัติจัดสรรงบประมาณแล้ว 4,000 โครงการ มูลค่า 3,200 ล้านบาท เบิกจ่ายงบประมาณไปแล้วร้อยละ 85 ที่เหลือรัฐจัดสรรไป ก็ต้องกลั่นกรอง ไม่ใช่เอาเงินลงไป แล้วจะไปใช้อะไรก็ได้ จะไปแจกกันอะไรกันไม่ได้ ต้องมีคณะกรรมการดูทุกอัน

อีกอันคือโครงการสนับสนุนการจัดหาเครื่องจักรกลทางการเกษตร อันนี้เนื่องจากว่าเราจะลดต้นทุนการเกษตรได้ ต้องลดหลายอย่างนะ หนึ่ง ค่าเช่าที่นา สอง การเช่าเครื่องจักร สาม การใช้ปุ๋ยอินทรีย์ มาแทนปุ๋ยเคมีราคาแพง หักไปหักมาเสร็จแล้วสรุปว่าทำนา โทรศัพท์ทำนาหมด ไอ้พวกนี้ก็เอาเงินกระจายไปหมด แล้วเสร็จแล้วหักกำไรเสร็จถูกกดราคาบ้าง ข้าวความชื้นไม่พอ คุณภาพไม่ได้ เหลือ 7,000 ลงทุน 5,000 กำไร 2,000 จะไปทำอะไรได้ นี่ต้องคิดแบบนี้ว่า จะทำอย่างไรให้ 2,000 ดีขึ้น ผมก็อยากยกตัวอย่าง กระทรวงเกษตร รัฐมนตรีรายงานมาว่าไปตรวจเยี่ยมเมื่อวาน วันก่อน ไปดู แล้วเขาไปปลูกถั่วเขียวแทน เขาบอกว่าเดิมได้ 2,500 ต่อไร่ วันนี้เขาได้ 35,000 ต่อไร่ ต่อเดือน เป็นไง ก็ไม่ทำ บางคนก็ไม่เชื่อไม่ทำ เพราะไม่เคยทำ ผมไม่ได้หมายความว่าห้ามท่านปลูกข้าวนะ อยากจะปลูกก็ปลูกไป ปลูกเท่าที่มีน้ำ ที่ปลูกไว้กิน ปลูกไว้ใช้ โอเคเลย ถ้าคิดจะปลูกไว้ขาย มันทำไม่ได้หรอก เพราะเดี๋ยวน้ำหมดก็ตาย ตายแล้วรัฐบาลต้องเอาเงินอุดหนุนเข้าไปอีก แทนที่จะเอาเงินมาซื้อเครื่องจักร ที่ผมว่าเมื่อกี้นี้นะ ไม่ได้ต้องคิดใหม่ ขอร้องกันมีปัญหาก็มาบอกข้าราชการ ฟังเขาบ้างนะ ผมเห็นใจพ่อแม่พี่น้องจริงๆ เรื่องเครื่องจักรกลเราให้กับกลุ่มสหกรณ์ และกลุ่มเกษตรกร อนุมัติไปแล้ว 421 รายการ 21 จังหวัดมูลค่า 250 ล้านบาท ไม่ใช่ว่าครบหรอก แต่ผมให้เพื่อจะไปถ่วงดุลไง ใครล่ะเอกชน ชอบขึ้นราคาสูง

เวลาข้าวเขาเสีย ปลูกข้าวไม่ได้แล้วถูกเก็บค่าเช่านา ถูกเก็บเหมือนเดิม เก็บเขา เขาก็เป็นหนี้ แล้วหนี้ก็ทบไปเรื่อย ถ้าเกิดน้ำแล้ง 4 ปี 5 ปี ก็เป็นหนี้ 5 เท่า คือต้องจ่ายค่าข้าว จ่ายไม่ได้คิดเป็นตัน คิดเป็นเงิน วันหน้าก็โดนยึดที่ ทำวนอยู่แบบนี้ แล้วรัฐบาลไหนล่ะจะแก้ รัฐบาลนี้กำลังจะแก้ แก้อยู่นี่ ก็เพียงแต่ขอร้องชาวบ้านให้เข้าใจแล้วกันทุกอย่าง เรื่องที่ดินก็จัดหาให้ ไม่ให้สิทธินะ เดี๋ยวไปขายอีก แบบแปลงรวมนี่นะ

อีกอันก็คือเรื่องของเมื่อสักครู่นี้ ประมาณร้อยละ 90 ทำไปแล้ว ต่อไปก็คือเรื่องการลงทุนขนาดเล็กของรัฐบาล 4,000 กว่ารายการ 2,000 กว่าล้าน ก็เบิกจ่ายไปแล้ว 100 เปอร์เซ็นต์ของงบประมาณ ติดตามทุกอย่างนะครับ อุปสรรคต่างๆ แก้ทุกอัน อันไหนมันช้า ช้าเพราะอะไร ช้าเจ้าหน้าที่ไม่พอ เอาเจ้าหน้าที่ส่วนกลางลงไปช่วยเขาทำ เอาจังหวัดลงไปช่วย อปท. ลงไปช่วย ทุกอย่างต้องช่วยกันหมด เพราะว่าความไม่พร้อมในระบบต่างๆ ไม่มีความพร้อมกันเลย แล้วเดิมคราวนี้พอทำอะไรใหม่ๆ ทำเร็วๆ คิดแก้ปัญหา แก้ไม่ได้ แก้ไม่ทันสักอย่างเลยนี่ นี่คือปัญหาของเรา แต่ดีขึ้น เดี๋ยวจะดีขึ้น เพราะเราจะต้องสร้างความเข้มแข็งจากภายในให้ได้ วันนี้ต้องพัฒนาต้องเรียนรู้นะครับ สร้างเครือข่ายการทำงานร่วมกัน กลไกร่วมกัน การบูรณาการ การประชุมหารือที่ไม่คำนึงถึงประโยชน์ส่วนตัว ให้คำนึงถึงประชาชนเป็นหลัก ประชาชนเป็นศูนย์กลาง ที่เราเรียกว่า ประชารัฐนั่นแหละ

วันนี้ในส่วนของทางกระทรวงเกษตรฯ จังหวัด อำเภอ ภาคเอกชน ต้องมาช่วยกันในประชารัฐทั้งหมด รัฐทำอย่างเดียวไม่ได้ ประชาชนทำอย่างเดียวก็ไม่ได้ อปท. ก็ไม่ได้ ทั้งหมดต้องรวมกัน เพราะงบประมาณมีคนละแท่ง คนละแท่ง ถ้าทุกคนต่างคนต่างทำ แยกกันทำ ฉันอยากทำเรื่องนี้ ตรงนี้ฉันอยากทำ แล้วจะต่อประสานกันได้ไหม ที่ผมพูดน่ะ ต้นทาง กลางทาง ปลายทาง ไม่มีเกิด แล้วเมื่อในประเทศไม่เกิด ก็ไปสร้างรอบบ้านไม่ได้ CLMV ไม่ได้ อาเซียนก็ไม่เกิด แล้วจะไป Connection กับใครเขาล่ะ ไม่มีอนาคตทั้งสิ้น วันนี้เริ่มต้นเท่านั้นเอง แต่ก็เริ่มขึ้นในทุกพื้นที่เลยนะ เพราะว่าผมขับเคลื่อนโดยคณะกรรมการเอกชนด้วย แล้วก็ภาคธุรกิจ 12 คณะด้วยที่มาช่วยเรา หลายบริษัท มาช่วยกัน เอาประชาชนช่วยดูแลสิ เพราะว่าคนไทยด้วยกัน เขาก็ยินดีนะ วันนี้หลายอย่างเดี๋ยวคงอาทิตย์หน้าผมจะให้เขามาพูดให้ฟัง ว่าเขาทำอะไรร่วมกับเราไปแล้วบ้างนะครับ

เป้าหมายของเราในเรื่องเหล่านี้ วันนี้ที่เราพยายามทำเร่งในชุมชนให้ได้ เอาเงินลงไปให้เกิดการหมุนเวียนแล้ว อะไรแล้ว เป็นกิจกรรมที่จะทำให้ทุกคนมาปฏิสัมพันธ์ กัน มาเจอกัน มาคุยกัน บางทีที่ผ่านมาไม่ได้คุย เพราะทะเลาะกันเรื่องการเมือง เรื่องสี เรื่องอะไรกันบ้าง วันนี้ก็จะได้มาคุยกัน ขุดดินไป ขุดลอกแหล่งน้ำกันไป ขจัดผักตบชวา แล้วก็คุยกัน ก็เป็นบ่อเกิดของความสุขนะผมว่า ไม่อย่างนั้นทะเลาะกันทุกเรื่อง วันนี้ดีขึ้น ทุกพื้นที่ ผมได้รับรายงานอย่างนั้น คือผมไม่ได้ถามเจ้าหน้าที่อย่างเดียว ผมถามชาวบ้านด้วย ผมถามชาวบ้านที่มาหางานในกรุงเทพฯ เขาบอกว่าดีขึ้นค่ะ ดีขึ้นอะไรล่ะดีขึ้นเพราะว่า คือไม่ต้องฟังคำพูดอะไรที่เขายุให้พวกเรานี่ทะเลาะกันทั้งวัน คือพวกเราโมโหทั้งวันน่ะ ไม่รู้จริงไม่จริง แต่ก็โมโห ก็เลยทะเลาะกัน ต่างฝ่ายต่างก็เชื่อคนละอย่าง ต้องเชื่ออย่างเดียวกันสิครับ เชื่อว่าประเทศชาติต้องเดินไปข้างหน้า แล้วเชื่อว่าทุกอย่างต้องไปด้วยความรัก ความสามัคคี ไม่ใช่การแบ่งพวก แบ่งข้าง ไม่ใช่ทั้งนั้นนะ ไม่มีประเทศไหนเขาเป็นแบบเราหรอก

ถ้าเรากระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากได้ ช่วยพยุงเศรษฐกิจได้ก็จะสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชน ไปสู่ชุมชน ไปสู่หมู่บ้าน ตำบล อำเภอ จังหวัด กลุ่มจังหวัด ภูมิภาค ประชาคมอาเซียน ไปสู่ประชาคมอื่นๆ นี่ต่อกันอย่างนี้ หลายเรื่องนะครับ ที่เราให้ชาวบ้านเขามีรายได้ มาช่วยใช้กำลังบ้าง ซ่อมแซมทรัพย์สินสาธารณะ สร้างงานสร้างอาชีพ ก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน การปรับปรุงแหล่งน้ำ เหล่านี้เป็นการต่อยอดโครงการพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทั้งสิ้น ของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถด้วย ปีนี้เป็นปีที่ 70 ของการครองราชย์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และปีที่ 84 ของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ใช่ไหม ใน 2 วาระด้วยกัน ทำเพื่อท่าน ทำเพื่อพระองค์ท่าน พระองค์ท่านทำมาเท่าไรแล้ว กี่ปีมาแล้ว

เพราะถ้าเราพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนไม่ได้ จบ จบหมดทุกเรื่อง ปลูกฝังความรัก ความสามัคคี ระยะยาวจะเกิดวงจรเกิดขึ้น ถึงจะไปได้ ผมต้องตอบเยอะหน่อยเพราะหลายคนไม่เข้าใจว่าเศรษฐกิจคือเศรษฐกิจ สั่ง 2 วันแล้วทำได้ รัฐบาลนี้ทำไมทำช้า ไม่เห็นมีอะไรสักที ก็ที่ผ่านมาดีสักกี่คน ดีสักกี่พวก ดีสักกี่กลุ่ม ที่เหลือก็เหมือนเดิมนั่นแหละ ผมก็โมโหตรงนี้

พ.อ.ญ ทักษดา : ท่านนายกฯ ก็พูดถึงเรื่องเศรษฐกิจไปแล้วนะคะ สินค้าประมง และการประมงนี่ถือว่าเป็นส่วนหนึ่ง ส่วนสำคัญของเศรษฐกิจของเรานะคะ ในช่วงนี้เป็นช่วงฤดูปลาวางไข่อยู่ ทางรัฐบาลมีมาตรการในการดำเนินการเรื่องนี้อย่างไรบ้างคะ

นายกรัฐมนตรี : เรื่องของประมง ประมงไทยทั้งหมด ปัญหาที่ผ่านมา ที่ไม่ได้รับการแก้ไขก็คือในเรื่องของการบังคับใช้กฎหมาย กฎหมายไม่ทันสมัย IUU พันกับค้ามนุษย์เข้าไปอีก วันนี้ออกกฎหมายไม่รู้กี่ฉบับ แล้วก็พยายามจะทำให้องค์กรระหว่างประเทศเขาเชื่อมั่น เพราะเราเป็นประเทศที่มีศักยภาพทางทะเล ทางประมง รายได้ของรัฐ 2-3 แสนล้านบาท ล้านๆ ต่อปีนะ ถ้าเขาเลิกซื้อของเราไปล่ะก็เรียบร้อย เป็นรายได้หลักของเราด้วย เพราะฉะนั้นเราต้องมีมาตรการในการบริหารจัดการทรัพยากรสัตว์น้ำที่ดีพอ แล้วก็ยอมรับมาตรฐานสากล ขณะเดียวกันเราก็ต้องทำพร้อมกัน คือในเรื่องของการรักษาทรัพยากรทางทะเลของเราไว้ด้วย ไม่ใช่มีเท่าไรจับจนหมด อีกหน่อยปลาประเทศไทย ไม่มีปลาสักตัว เหลือแต่เรือประมงกับชาวประมง จะไปจับปลาที่ไหนล่ะ

วันนี้ผมต้องทำทั้งสองอย่าง อย่างหนึ่งก็คือไปหาความร่วมมือกับประเทศต่างๆ ในเรื่องของการเปิดหาแหล่งจับปลา หาความร่วมมือของเรือประมง เพราะเรือเราเยอะ ประมงเราก็เยอะ แต่ไต๋ไม่มี ไต๋น้อย ลูกเรือน้อยเข้าไปอีก ก็ผิดกันไปหมดน่ะ วันนี้แก้ทุกอัน ทำให้ถูกก่อน พอถูกก็เดือดร้อนสิ เคยทำมาได้ ตอนนี้ก็มีเสียงบ่นโน่นนี่ ทำไมต้องมาทำตามโน่นนี่เขา ก็โลกเขาเป็นคนบังคับ ทุกประเทศเขาก็บังคับ เรามีความผิด เราก็ต้องยอมรับสิ่งที่เราทำไม่ถูก เราก็แก้เท่านั้นเอง แต่ต้องเดือดร้อนแน่นอน แต่สิ่งที่ท่านต้องคิดว่า 20 ปี 30 ปีที่ท่านทำมาล่ะ ท่านกำไรไปแล้วหรือยัง ไม่เพียงพอหรืออย่างไร วันนี้ท่านจะเสียสละสักหน่อยได้ไหม จะขาดทุนบ้างนิดหน่อยได้ไหม อะไรเหล่านี้ต้องคิดแบบนี้นะ ไม่ใช่บอกเออรัฐบาลนี้มาทำลายความสุขของเขาโดยการไม่ให้เขาจับปลา แล้วถ้าไม่มีปลา ไม่วางไข่ มีปลาได้ไหม ปลามันออกลูกเป็นตัวหรือ ปลาทูนี่ แล้วคนชอบกินไข่ปลาทูอีก เพราะฉะนั้นหน้าปลาทูนี่ ปีหนึ่งก็มีแค่ช่วงเดียวเท่านั้นเอง มีระยะเวลาสัก 3 เดือนได้ใช่ไหม ในการที่จะปิดอ่าวนี่ 4 จังหวัด ภูเก็ต พังงา กระบี่ และตรัง มาตรการเหล่านี้ก็มีในเรื่องของการห้ามการใช้เครื่องมือในการทำประมงบางชนิด ซึ่งส่งผลต่อการขยายพันธุ์ ของทรัพยากรสัตว์น้ำวัยอ่อน ปลาทูที่ว่าไปแล้วนี่ หลายอย่างนะ ต้องมีปลาโตว่ายน้ำให้เราจับ ปลาเล็กก็ต้องไปอนุบาล ป่าชายเลนก็ต้องไปดูอีก ก็เหมือนโรงพยาบาลสัตว์ โรงพยาบาลปลา

เราทำลายทุกเรื่องเลย ตั้งแต่จับจนเกลี้ยง ป่าโกงกางก็ทำลายทิ้งใช่ไหม ใช้เครื่องมือก็ตาถี่เกินไป ปลาตัวเล็กก็จับหมด จับไปทำอะไร ทำน้ำปลา แทนที่จะเป็นปลาตัวโตให้กินอย่างอื่น ปลาดีๆ เยอะแยะไป วันนี้ก็เพียงแต่แก้ปัญหาว่าใช้อวนถูกประเภทใช่ไหม มีกฎหมาย วันนี้มีกฎหมายออกมาเยอะแยะแล้วนะ ตั้งแต่ ปี 58 ที่รัฐบาลนี้ออกพระราชกฤษฎีกาการประมง 2558 มีโทษปรับตั้งแต่ 5,000 บาท ถึง 30 ล้านบาทนะรู้ไหม 30 ล้านนะโดนปรับน่ะ หรือปรับ 5 เท่าของมูลค่าสินค้าสัตว์น้ำที่ได้จากการประมง เพราะฉะนั้นโวยวายไม่ได้ ทุกคนจะบอกว่าไม่รู้กฎหมายไม่ได้ ทั้งโลกเขาก็เป็นแบบนี้ ไม่มีคนไหนปฏิเสธได้ว่าไม่รู้กฎหมาย ต้องรู้ ต้องฟัง ต้องอ่าน

เครื่องมืออวนลากคานถ่างนะใช้ประกอบกับเรือกล แล้วก็เครื่องมืออวนโป๊ะ ได้รับการยกเว้นให้ทำการประมงได้ เพราะอันนี้ตามันห่างบ้างอะไรบ้าง ก็พอจะลอดไปบ้าง จะได้ให้โอกาสในการขยายพันธุ์ของสัตว์น้ำในห้วงเวลาดังกล่าวด้วย ขอความร่วมมือด้วยนะครับ

ก็เป็นห่วงประมง ประมงพื้นบ้านใช่ไหม ประมงคนจน ความจริงก็ใช้เครื่องมือผิดประเภทมาเยอะเหมือนกัน แล้วก็วันนี้พยายามผ่อนผัน พยายามชะลอทุกอย่าง เพราะถือว่าเป็นรายได้หลักของครอบครัวมายาวนาน แล้วไม่ได้ทำเสียหายมากนัก แล้วบางอย่างเขาก็ไม่ได้อยู่ในกติกาที่เขากำหนดมา เราก็ต้องปรับเปลี่ยน ดูแล แต่ก็ต้องขอให้ท่านต้องมีความรักในสิ่งที่ทำให้ท่านมีกินมีใช้มาคือปลา เห็นอกเห็นใจปลาเขาบ้าง เหมือนเห็นอก เห็นใจคนน่ะนะ คนเห็นใจคน คนเห็นใจปลา เพราะเป็นอาชีพ ปลาหมดแล้วจะไปไหนล่ะ ตัวเองก็เป็นประมงพื้นบ้าน จะไปไหน วิ่งได้ไกลเกิน 5 กิโล 10 กิโล ได้ไหม ไม่ได้อีก เสร็จแล้ว วันนี้ขอน้ำ วันหน้าขอปลารัฐบาลมาให้จับหรือ จะไปต้อนปลามาจากไหนล่ะ คิดให้ง่ายๆ แค่นี้แหละ

พ.อ.ญ ทักษดา : ในฐานะที่ท่านนายกฯ เคยเป็นอดีตผู้บัญชาการทหารบกนะคะ ท่านให้ความสำคัญกับการเกณฑ์ทหารอย่างไรบ้างคะ

นายกรัฐมนตรี : เรื่องเกณฑ์ทหาร ต้องพูดก่อนว่าทำไมเราถึงเกณฑ์ทหาร เกณฑ์ทหารอันที่ 1 คือเราต้องการปลูกฝังวินัยของคนในชาติ ชายไทยทุกคนต้องเป็นทหาร แต่การเป็นทหารในปัจจุบันนี้ไม่ได้เป็นทุกคน สัดส่วนการเกณฑ์ทหารเท่าไร 1 ต่อเท่าไร 2 ต่อ 8 เหมือน 10 คน ถูกเกณฑ์ไปแค่ 2 คนเอง ตัวเลขคร่าวๆ นะ แต่ปัญหาของเราคือสงสารนะ เวลามาร้องห่มร้องไห้กัน แต่สิ่งสำคัญของเรากคือ การให้เขามีวินัย เราต้องอย่าลืมว่าการศึกษาของเราสามารถนำคนเข้าระบบการศึกษาได้ไม่ครบหรอก

เพราะอย่างนั้นการเป็นทหารปัจจุบันนะ มีทั้งเรื่องของการเรียนต่อ กศน. การปลูกฝังการมีระเบียบวินัย การปลูกฝัง ยุทธวิธีทำการรบ แล้ววันนี้เรามีทหารประจำการใช่ไหม ทหารประจำการมีประมาณสัก 75% เท่านั้นเองที่บรรจุ ถ้าเราต้องบรรจุ 100% ก็ต้องใช้งบประมาณสูง เพราะคนหนึ่งใช้เงินเยอะ เรื่องนายสิบ เรื่องนายทหารนะ แล้วเขาต้องไปอยู่ตามบ้าน ตามชุมชน เขาจะพัฒนาตัวเอง ไปสร้างชุมชนให้เข้มแข็ง ให้มีความมั่นคง เรียนรู้เรื่องการเฝ้าระวัง ที่จับใบดำใบแดงเหลือ 20% เอง ที่ผมดูข้อมูลมาแล้ว แสดงว่ามีผู้ที่สมัครใจเป็นทหารเลย ไม่น้อยแล้วเดี๋ยวนี้ เพราะอย่างนั้นในทหารอีก 80% เป็นผู้สมัครใจเข้ามาเป็นทหารเลย แล้วผ่านการสมัคร แลคัดเลือก เป็นนักเรียนนายสิบ นักเรียนเตรียมทหาร นักเรียนพยาบาล นักเรียนแพทย์ทหารได้นะ

ก็บอกกับตำรวจ สตช.ให้ ปฏิรูปตรงนี้ ส่วนหนึ่งก็ไปรับมาจากข้างนอก ส่วนหนึ่งก็รับทหาร ไม่อย่างนั้นก็หนีทหาร เพราะก็ไม่อยากเป็นอยู่แล้ว เราต้องสร้างกำลังใจให้เขาซิว่าจากนี้ไปมีสิทธิ์ที่จะไปสอบเป็นตำรวจอีกนะ โคว์ต้าตรงนี้นะ ต้องคิดแบบนี้ ครบวงจร ผมก็พูดกับ ผบ.ตำรวจมาแล้วก็เห็นด้วย จะสักกี่เปอร์เซ็นต์ไม่รู้ ก็แล้วแต่ เพราะพวกนี้รบเป็นอยู่แล้วยังไง บางคนก็ไปใต้มา อะไรมา

เรื่องนี้อย่าไปปนกับเรื่องคดีความที่เกิดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ เป็นเรื่องของคน เป็นเรื่องของคนกลุ่มหนึ่งซึ่งวุฒิภาวะไม่ได้หรือเปล่าผมก็ไม่รู้ ผมก็สั่งลงโทษขนาดหนัก ไปแล้วนะ ผบ.ทบ. รับไปแล้ว ลงโทษ อย่างนี้ไม่ได้ มีคนเจ็บคนตายไม่ได้นะ เกินไปนะ ผมก็รับไม่ได้ สมัยผมก็ห้ามเหมือนกัน ห้ามมาตลอดนะ แล้วแต่ว่าจะเกิดช่วงไหนเท่านั้นเองเพราะคนก็เป็นคนน่ะ วันนี้เราต้องดูแลเขาให้ดีให้ปลอดภัย ให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น วันนี้ที่หลับที่นอน อาหารการกิน ก็ต้องสมบูรณ์ เบี้ยเลี้ยงเงินเดือนเขาก็สูงขึ้น อย่างน้อยก็ไม่ต่ำกว่าค่าแรงขั้นต่ำนะ ก็เห็นทุกคนก็ไม่มีงานทำ หลายคนก็สมัครเข้ามา ก็มีความสุข ส่งเงินไปให้พ่อแม่ เพราะไม่ได้ไปเที่ยวไหน

วันนี้สิ่งสำคัญที่อยากคิดต่อไปก็คือ ทุกคนอย่าไปคิดว่าวันนี้ไม่สำคัญนะ การเป็นทหาร ความมั่นคงไม่สำคัญ ไม่ต้องไปรบกับใคร ท่านเห็นไหมล่ะ วันนี้การใช้จ่ายเรื่องงบป้องกันประเทศของทุกประเทศในอาเซียนนี่เพิ่มขึ้นทุกประเทศเลยนะ เพราะเราถือว่าขึ้นน้อยกว่า ทำไมเขาถึงขึ้นล่ะ แล้วไหนบอกจะไม่มีอะไรกัน เขาก็ระวังกัน เขามีไว้เพื่อไม่ให้รบกัน ถ้าต่างคนต่างมีศักยภาพก็ใกล้เคียงกัน โอเค จบ แต่ถ้าเมื่อไรที่ไอ้นี่แข็งแรง ไอ้นี่ไม่แข็งแรง พอมีความขัดแย้งเกิดขึ้น เราก็เสร็จ เพราะฉะนั้นนี่คือสิ่งที่ไปพิจารณากันเอง ควรจะทำอย่างไรนะ

กำลังสำรองก็สำคัญ ทหารอย่างเดียวไม่พอหรอก ถ้ารบกันจริงๆนะ ต้องมี อส. มีใครล่ะ ชรบ. อรบ. ตอนนี้ก็เอาไปใช้งานที่ใต้ เข้าตรวจตามแนวชายแดน ภัยคุกคามรูปแบบใหม่ๆ อีก ยาเสพติด ผู้ก่อการร้าย การบรรเทาสาธารณะภัย น้ำท่วม ฝนแล้ว ไฟป่า ช่วยหมด ก็ทหารเก่าไปนำชาวบ้านออกมาเพราะเขาเคยฝึกเคยหัดมาแล้ว อย่างเช่นน้ำท่วมใหญ่ปี 54 แล้วก็สึนามิปี 47 กลุ่มแรกที่เข้าไปช่วยบรรเทาความเดือดร้อน ส่วนหนึ่งคือทหารเกณฑ์ จากการคัดเลือกเหล่านี้ ทหารในพื้นที่ ท้องถิ่น แล้วก็กำลังสำรองที่ปลดประจำการไปแล้ว เขาก็รู้อย่างไรว่าต้องดูแลคัดคน คัดแยกคน ปิดกั้นพื้นที่ นี่เขาทำ นั่นคือสิ่งที่ดีนะ สิ่งไม่ดีก็ลงโทษกันไป

พ.อ.ญ ทักษดา : เรื่องต่อไป ในปัจจุบันนี้ ทั้งสื่อมวลชนแล้วก็โซเชียลมีเดีย มีความสำคัญกับพี่น้องประชาชนมากเลยนะคะ แล้วบางทีก็ส่งผลถึงอิทธิพลความคิดของพี่น้องประชาชนด้วย ท่านนายกฯ มีแนวความคิดเรื่องนี้อย่างไรบ้างคะ

นายกรัฐมนตรี : คือผมได้หารือในเวทีระหว่างประเทศด้วย ผมถามทุกประเทศเลย มีปัญหาไหม มีหมดน่ะ มีเรื่องนี้ เรื่องโซเชียลมีเดียนี่ซึ่งมีอิทธิพลสูง เพราะทุกคนง่ายขึ้น เสพง่ายขึ้น ตอนนี้ก็กำลังหารือกันอยู่ว่าจะหามาตรการอะไร ไม่ใช่เฉพาะประเทศไทยคิดนะ ผมก็ต้องถามเขาดู เขาบอกว่าเป็นปัญหาเรื่องของความมั่นคง ประชาชนไม่เข้าใจหาว่ารัฐไปแทรกแซง ปิดกั้น ความจริงไม่ใช่เลย ถ้าไม่มีเรื่องไม่มีราว เขาจะไปยุ่งทำไม เพียงแต่ว่าเขาต้องมีอะไรสักอย่างไหม มีข้อกำหนดไหม บริษัทที่ให้การบริการเหล่านี้ต้องรับผิดชอบ ในกรณีที่เกิดความเสียหายต่อประเทศชาติเหล่านี้ เพราะทุกอย่างไม่ได้ผ่านผม ผ่านรัฐบาลนี่นะ มันผ่านทางบริษัท บริษัทที่ให้การบริการทั้งหมด ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ทุกคนต้องเข้าใจว่าวันนี้ เราประเทศอาเซียน หรือประเทศไหนในโลก ส่วนใหญ่แล้วมาจาก Youtube กับ Google ทำนองนี้นะ ซึ่งเราไปห้ามเขาไม่ได้หรอก เพราะเป็นกฎหมายระหว่างประเทศ

พ.อ.ญ ทักษดา : ขออนุญาตสอบถามอีกเรื่องหนึ่งนะคะ เป็นเรื่องเบาๆ บ้างค่ะ ท่านนายกฯ เป็นคนที่ทันสมัย แล้วพี่น้องประชาชนมองว่าท่านนี่ใกล้ชิดกับประชาชน แล้วก็ดูละคร ท่านเคยแนะนำให้ดูละครเกาหลีไปแล้ว ในคราวนี้ ท่านนายกฯ มีละครไทย หรือะไรที่อยากจะฝากถึงพี่น้องประชาชนในช่วงนี้บ้างไหม

นายกรัฐมนตรี : เดี๋ยวๆ แก้ก่อนไม่ใช่ผมชอบดูละคร ผมไม่มีเวลาขนาดนั้นหรอก ผมก็เปิดทีวี ข้างหน้าเป็นเพื่อน แล้วผมก็คิด ผมก็เขียน ผมก็อ่านหนังสือไป พอได้ยินเสียงแว่วๆ อะไร มันน่าจะดี เงยหน้ามาดูหน่อย วันนั้นพอดีเปิดดู เจอเป็นเกาหลีเข้ามาพอดี ผมก็ดูเขาหน่อย ก็ดูดี สิ่งที่ผมบอกไม่ใช่ให้ไปเช่า เขาเรียกอะไร ไปซื้อเขามาฉายในประเทศไทย ไม่ใช่ ผมให้คิดแบบเขา แล้วทำไมเขาคิดได้แบบนั้น ทำไมเขาผูกเรื่องได้แบบนั้น แล้วมาคิดของเรา ผมได้ข่าวมีคนไปซื้อมาแล้วนะ จะมาฉายในประเทศไทย คือไม่ต้องเอาใจผมขนาดนั้นหรอก เดี๋ยวคนไทยก็เลยเข้าใจกันผิดไปอีก แต่ไม่เป็นไร เพื่อนเรา เกาหลีเพื่อนเรา เพื่อนรักเราตั้งแต่อดีต ตั้งแต่สงครามเกาหลี วันนี้ก็ยังเป็นเพื่อนรักกันอยู่ ท่านประธานาธิบดีเกาหลีกับผมก็เจอกันบ่อยครั้งในการประชุม หลายอย่างก็จะมีความร่วมมือระหว่างกัน วันนี้เศรษฐกิจเราก็เดินทางไปนะ การลงทุน เกาหลี ญี่ปุ่น ใครล่ะ หลายประเทศ รัสเซีย อินเดีย เดี๋ยวผมก็ต้องเดินหมด ทุกประเทศ เพราะเราอิสระ ก็ยินดีนะครับ ถ้าท่านจะซื้อมาก็ซื้อมาเถอะ แต่ผมอยากให้ของเราปรับปรุงหน่อยสิ ปรับปรุงเรื่องการแต่งกาย ปรับปรุงในเรื่องที่มันเป็นเรื่องของการทะเลาะเบาะแว้ง เรื่องของครอบครัวโน้น ครอบครัวนี้ เรื่องมรดก แล้วก็เรื่องอะไรอีกล่ะ เรื่องโป๊ๆ เปลือยๆ นะ มีทุกเรื่องเลย บางเรื่องก็เยอะที่สุดเลย แล้วเสร็จแล้วก็ไปสู่โน่น เรื่องของการจัดนิทรรศการ จัดงานรถยนต์ จัดโอ้ย มันทำให้สังคมเสื่อมโทรม เด็กก็เลยไม่รู้ว่าอะไรถูก ผิด สมัยก่อนผมบอกแล้วว่าผู้หญิงนี่ไม่ใช่เขาแต่งตัวให้ผู้ชายดูง่ายๆนะ เขาต้องแต่งให้สวย แต่งให้มิดชิด วันนี้เปิดให้ผู้ชายดู จะได้ชอบเรา มันไม่ใช่หรอกนะ เป็นความชอบผิวเผินมากกว่า เพราะฉะนั้นผมว่าจะหล่อไม่หล่อ หล่อได้ก็ดี ไม่หล่อแต่ก็มีความดีทดแทน ผมว่าพอสู้กันได้ แต่ก่อนเขาเรียกอะไรนะ คารมเป็นต่อ รูปหล่อเป็นรอง วันนี้อย่าไปเชื่อคารมน่ะ เชื่อความดีดีกว่านะ โลกวันนี้เปลี่ยนแปลงไปเยอะ

ทุกวันจันทร์ วันอังคาร พี่น้องประชาชนมีเวลาว่างประมาณ 1 ชั่วโมง ผมก็เกรงใจ นึกว่าเป็นวันศุกร์นะ ก็เป็นจันทร์ อังคาร เดี๋ยว 2 ทุ่มก็เจอของผมอีก วันศุกร์ เดี๋ยวเล่นงานผมอีก ก็แนะนำแล้วกันนะครับให้พี่น้องประชาชนนี่มาชมละครโทรทัศน์ สัญชาติไทยเลย เป็นซีรี่ย์นะ ใช้คำหนักไปหรือเปล่าไม่รู้ สัญชาติไทย คนไทยทำนะ เป็นซีรี่ย์ชุดที่เรียกว่า เรื่องเจ้าเวหา ผมก็เห็นโฆษณาแป๊บๆ นะ เดี๋ยวจะลองดูเหมือนกัน หาเวลาว่างๆ แบ่งเป็น 3 ตอน รู้ซะด้วยนี่ คือเขาสรุปมาให้ผมดูว่ามีอะไรบ้างให้ผมมาพูดโฆษณาให้เขาหน่อย แบ่งเป็น 3 ตอนนะเจ้าเวหา คือฝั่งน้ำ จรดฝั่งฟ้า เป็นทหารเรือ ดูน่าดูนะ เป็นทหารเรือใช่ไหม ไม่มีทหารบกเลยในนั้น มีพิชิตแดนใจ แล้วก็ผู้ครองฟ้า อันนี้ดูทาง TRUE For You ใช่ไหม ช่อง 24 ใช่ไหม ก็เป็นเรื่องหนึ่งนะครับสร้างสรรค์สังคม ปลูกฝังอุดมการณ์การรักชาติ แล้วก็ดีต่อทุกสาขาอาชีพนะ ขอบคุณผู้อำนวยการสร้าง ผู้กำกับ นักแสดง ทีมงานที่สร้างผลงานที่มีคุณภาพ สู่สายตาคนไทย อยากให้สร้างเยอะๆ นะ ความรักชาติ ความเสียสละ ความอดทน ซื่อสัตย์เหล่านี้ต้องสร้างในใจคนไทยให้ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเด็กนะ เด็กเล็กที่ยังบริสุทธิ์อยู่ทั้งหมด

นอกนั้นผมคงตอบไปหมดแล้ว เรื่องความมั่นคงตอบไปแล้ว ที่อยากจะถามเราอีกเรื่องที่บอกเราไว้จะถามเรานะ ก็เราเตรียมความพร้อมเราให้ได้แล้วกัน ทั้งคน เครื่องมือ เทคโนโลยี ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับงบประมาณที่มีอยู่ ขึ้นอยู่กับแผนการพัฒนากองทัพ ไม่ใช่วันนี้นึกจะซื้ออะไรก็ซื้อได้ ไม่ใช่ เขาวางแผนเป็น 10 ปี ได้เงินเมื่อไรก็ทำเมื่อนั้น พอได้เมื่อไรเมื่อนั้น กว่าจะซื้อได้อีก 5 ปีถึงจะมา รุ่นใหม่มาใหม่อีกแล้ว ก็ไม่ทัน พอไม่ทันขึ้นมาก็เสียหาย แล้วก็สิ้นเปลือง วันหน้าก็แพงขึ้นไปอีก เราไม่ต้องการของที่ดีที่สุด แพงที่สุด เอาที่มาตรฐานใช้ได้ รับรองมาตรฐานได้ แล้วก็มีใช้ในต่างประเทศ มีน้อยก็ใช้น้อยสิ ต้องมีภูมิคุ้มกันที่ดี อย่างไรก็ต้องมี เพราะรอบบ้านเขามีหมด ไม่ได้ไปแข่งขันกับเขา แข่งไม่ได้หรอกเรายังไม่พร้อม แต่เรามีให้ใกล้เคียงเขาก็พอแล้ว เราไม่ได้เอาไว้รบกันนี่ ตอนนี้ทำหลายเล่มแล้ว

ด้านสังคมหรือสังคมเกี่ยวกับการศึกษา ต้องสอนให้คนคิดเป็น คิดเป็นขบวนการ คิดให้เป็นวิสัยทัศน์ คิดแต่ต้นจนจบให้เป็นน่ะ ไม่ใช่คิดแต่ตอนต้นปัญหา แล้วตอนจบต้องการอะไร แล้ววันนี้ไม่รู้เรื่องเลย พูดกันทุกวัน เป็นอย่างนี้หมด ผมไม่อยากจะว่า หลักการรู้ วิชาการรู้ แต่ถามว่าทำยังไง ไม่รู้เหมือนกัน ผมดันคิดจะทำ ก็พอจะมีทางออกให้ทำได้บ้าง แต่ผมเก่งไม่เท่าท่าน ถ้าท่านเอาความรู้ที่ท่านมี เอาวิชาการที่ท่านมี มาผสมกับผม มาช่วยผมสิ แล้วก็อย่าขัดแย้งกันมากนัก ทุกคนถ้าไม่ทำตามตัวเองนะเลิกหมด ไม่ได้ ต้องเอาสิ่งที่ 10 คนมาคุย 10 คนมีเรื่องโต้กันอยู่ 3 เรื่อง เอา 3 เรื่องออกมาทำก่อน นี่ 10 คนเลือกไม่ตรงกัน ก็เอาเรื่องของเราเป็นหลัก เรื่องคนอื่นเอาไว้ก่อน ก็ไปไม่ได้หมด ทุกเรื่องเหมือนปฏิรูปน่ะ วันนี้มีตั้งเป็นร้อยเรื่อง หลายวาระด้วยกัน เพราะฉะนั้นอะไรที่ทำได้ทำก่อน อะไรที่ขัดแย้งมากๆ ถ้าบังคับมันก็ทำไม่ได้อยู่ดี เพราะวันหน้าก็ขัดแย้งอีก ใช้กฎหมายหรือ ก็วันนี้คนเชื่อกฎหมายเยอะไหมล่ะ วันนี้กฎหมายประกาศไปโครม ก็ยังทำอยู่เลย แล้วคนเหล่านี้หรือทำให้ประเทศชาติปลอดภัย ไม่รู้พวกไหน ไปดูเอาเอง

เรื่องกฎหมาย ออกกฎหมายมาเยอะนะ กฎหมายการค้า กฎหมายความมั่นคง กฎหมายอำนวยความเป็นธรรม กฎหมายคนจน อ่านดูบ้างนะ ไม่อย่างนั้นท่านไม่รู้หรอกว่ามีอะไรบ้าง กองทุนยุติธรรม แก้ปัญหางาช้าง ปัญหาค้ามนุษย์ IUU ICAO ที่ผ่านมาไม่ค่อยสนใจ ไม่รู้ว่าเพราะอะไรนะ ก็ให้เจ้าหน้าที่ทำไป ทำก็ได้ ไม่ทำก็ได้ พอวันนี้ พอมีเรื่องมาบอกโทษข้าราชการ ข้าราชการเขาเสียใจนะ ผมบอกให้ วันนี้ผมให้กำลังใจเขาอยู่

เรื่องต่างประเทศ ทำอย่างไรจะให้เขายอมรับเรา วันนี้ผมคิดว่าผมทำได้ระดับหนึ่ง ให้เขายอมรับว่าเรากำลังพัฒนาประเทศ กำลังปฏิรูปประเทศ ผู้นำหลายประเทศให้กำลังใจผมว่ายินดี แล้วก็เห็นความก้าวหน้าของรัฐบาลเราในปัจจุบัน มีความก้าวหน้าในหลายๆ เรื่องด้วยกัน ก็ขอเป็นกำลังใจให้ และรู้ว่าเป็นงานที่ยาก เป็นงานที่ยากและมีปัญหาที่ทับซ้อนมายาวนาน นี่ผู้นำประเทศเขาพูดนะ เขาเห็นผมทำนี่ เขาบอกว่าเออก็มีความก้าวหน้า ก็ขอให้รักษาเสถียรภาพรัฐบาล รักษาเสถียรภาพประเทศให้ได้แบบนี้ ให้สงบแบบนี้ ไม่มีการประท้วง อะไรทำนองนี้ แล้วไปสู่การเลือกตั้งที่ได้รัฐบาลที่ดีมา เขาก็คาดหวังเหมือนเราเหมือนกันนะ แต่ของเรานี่ ต่างประเทศเขาก็บอกว่า ผมอธิบายเขานะบอกว่าเราเปิดเวทีทีไรทะเลาะกันทุกที เพราะทุกคนไม่ยอมกัน เขาก็บอกว่าแปลกเหมือนกันนะ หลายเรื่องที่ผมเล่าให้เขาฟัง ตรงห้องนี้แหละ มันเกิดอะไรแปลกๆ บ้านเรานี่ เขาบอกว่ายังเกิดอีกหรือ ยังมีหรือแบบนี้ เขาไม่เข้าใจ จะเกิดขึ้นได้อย่างไร มีการใช้อาวุธปืน M16 ใช้ระเบิด หรือเผาศาลากลาง มีหรือ หรือทำลายการประชุมอาเซียน มีหรือ ไม่มีทั้งนั้นแหละ คนทำก็อ้างว่า พวกต่อต้าน ต่อต้าน กฎหมายเขาต่อต้านได้ไหมเล่า เขาประท้วงได้ไหม เวลาตัวเองประท้วง เขาก็ประท้วงก็เหมือนกันแหละ แถมอาวุธเข้าไปอีก ก็ชุดเดิมนี่แหละ อีกพวกก็ต้องหามาป้องกันตัว ก็ไปทั้งคู่ วันหน้าก็เป็นอะไรเขาเรียกอะไร การจลาจล

อีกไม่กี่วันนี้ก็จะหยุดพ้นวันหยุดสงกรานต์แล้วใช่ไหม ฝากความคิดถึงหรือ คิดถึงอยู่แล้ว ประชาชนนะ ทุกวัน ทุกคืน 24 ชั่วโมง คิดงานทั้งวัน คิดงานสั่งงานจนบางคนเขาเบื่อผมแย่อยู่แล้วนี่ ตอนนี้ข้าราชการเขาก็เบื่อๆ เหมือนกัน แต่เขาก็ต้องทำแหละ ผมขอร้องเขาทำให้ประชาชน

ขอบคุณทุกคนที่เหน็ดเหนื่อยในช่วงสงกรานต์นะครับ ข้าราชการขอบคุณในวันนี้ ในวันหน้า ขอบคุณในปีเก่าไทย ปีใหม่ไทย ขอความร่วมมือได้ไหม อวยพรปีใหม่ไทยนะครับ ขอให้ทุกคนมีความสุข ความเจริญ ความปลอดภัย มีความรักความสามัคคี แล้วก็อำนาจคุณพระศรีรัตนตรัย สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในสากลพิภพ เดชะพระบารมีแผ่ไพศาล ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้โปรดดลบันดาล พระราชทานพรให้กับประชาชนทุกคน ที่เป็นคนไทย สัญชาติไทยทั้งหมด ทั้งชายหญิง เด็กเล็ก คนชราทั้งหมด ทั้งเกือบ 70 ล้านคน มีความสุข และมีความสบายใจ แล้วก็ปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สิน มีรายได้ที่มั่นคงยั่งยืนต่อไปในอนาคต จากการวางพื้นฐานของพวกเราที่วางให้นะครับ ขอขอบคุณนะครับ

 

สรุปสาระโดย: กลุ่มงานประชาสัมพันธ์ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  ข้อมูลจาก: เว็บไซต์รัฐบาลไทย