กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีภาษาไทยEnglish
หน้าหลัก ข่าวสารหน่วยงาน วท.แจงสารดับเพลิงไพโรเจนไม่ติดไฟ แต่ใช้เพื่อดับไฟ ชี้หากสูดดมนานจะหมดสติและเสียชีวิตได้

วท.แจงสารดับเพลิงไพโรเจนไม่ติดไฟ แต่ใช้เพื่อดับไฟ ชี้หากสูดดมนานจะหมดสติและเสียชีวิตได้

พิมพ์ PDF

 

       

        นายวรวรงค์ รักเรืองเดช รองโฆษกกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวถึงเหตุเกิดกลุ่มควันดำในอาคารเอสซีบีพาร์ค เป็นเหตุให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต เมื่อกลางดึงวันที่ 13 มีนาคมที่ผ่านมา โดยมีการคาดการณ์สาเหตุว่าเกิดจากมีการกระตุ้นให้สารดับเพลิง (แก๊สไพโรเจน) จนทำให้เกิดเหตุอันน่าเศร้าสลดขึ้น ว่า โดยตัวของแก๊สไฟโรเจนไม่มีคุณสมบัติติดไฟ แต่เป็นสารดับเพลิงทางการค้าแบบหนึ่งที่พัฒนามาจากเชื้อเพลิงที่ใช้ในจรวด ถูกบรรจุอยู่ในกระบอกที่ไร้ความดันในรูปของวัตถุที่เป็นของแข็ง เมื่อถูกกระตุ้นให้ทำงานโดยสวิตช์ไฟฟ้าหรือความร้อนที่กระบอกมากกว่า 500 องศาเซลเซียส จะกลายเป็นละอองของเหลวพุ่งออกมา ในรูปของสารอนุมูลอิสระของธาตุโพแทสเซียมและแก๊สเฉื่อยจำพวกไนโตรเจน คาร์บอนไดออกไซด์และน้ำ ซึ่งไม่ติดไฟ แต่จะทำหน้าที่ดูดซับความร้อนและจับตัวกับอนุมูลอิสระของไฮโดรเจน ออกซิเจนและไฮดรอกไซด์ที่เกิดจากการเผาไหม้ ทำให้กระบวนการติดไฟขาดความต่อเนื่อง จนสามารถดับไฟได้ในที่สุด

       รองโฆษก วท. กล่าวด้วยว่า โดยปกติสารดับเพลิงดังกล่าวจะถูกใช้ในปริมาณ 1 ขีดต่อลูกบาศก์เมตร เมื่อเทียบกับปริมาณอากาศใน 1 ลูกบาศก์เมตรที่หนัก 1.3 กิโลกรัม จะคิดเป็นสัดส่วนเพียง 8 เปอร์เซ็นก็เพียงพอต่อการดับไฟได้ สารประเภทนี้ไม่ไวไฟและมีประสิทธิภาพสูง จึงมักใช้แทนที่ระบบสปริงเกอร์ที่ใช้น้ำดับไฟ เพื่อป้องกันพื้นที่ที่อาจทำให้เกิดไฟช็อต เช่น ห้องเซิร์ฟเวอร์ระบบคอมพิวเตอร์ หรือบริเวณที่มีเชื้อเพลิงเช่น สารเคมี กระดาษในห้องเก็บเอกสาร ซึ่งเป็นพื้นที่ปิดที่ไม่มีคนอยู่เท่านั้น สารดับเพลิงประเภทนี้กันอย่างแพร่หลาย ทั้งในออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ สหรัฐอเมริกา เอเชียและแอฟริกา เพราะเป็นสารที่ใช้ได้ผลในปริมาณที่น้อยกว่าสารตัวอื่นๆ เช่น สารฮาลอน 1301 และ เอฟเอ็ม-200 ได้หลายเท่าตัว

      "ถึงแม้สารนี้จะเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพราะไม่มีสารประกอบของแก๊สเรือนกระจกพวกคลอรีนหรือโบรมีน จึงไม่ทำลายชั้นบรรยากาศโอโซนของโลกได้ และผู้ผลิตได้ให้ข้อมูลว่าไม่เกิดอันตรายเมื่อสัมผัสโดยตรงกับร่างกายคน แต่ก็ได้แนะนำต่อว่าไม่ควรอยู่ในพื้นที่เกิน 5 นาที เพราะละอองของเหลวดังกล่าวไม่มีออกซิเจนที่จำเป็นต่อการหายใจ โดยปกติเซลล์สมองของคนจะเริ่มตายได้หากไม่ได้หายใจเพียง 1 นาที และทวีความรุนแรงถึงขั้นเสียหายได้หากไม่ได้หายใจ 3 นาที จากนั้นภายใน 10 นาทีสมองจะเสียหายขั้นรุนแรงและทำให้เสียชีวิตได้ภายใน 15 นาที” นายวรวรงค์ กล่าว

 

ประสานงานได้ที่ กลุ่มงานประชาสัมพันธ์ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

โทรศัพท์ 0 2333 3700 ต่อ 3727 - 3732  โทรสาร 0 2333 3834

อีเมลล์ :    อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน

Facebook : sciencethailand

Call Center : 1313

 
หน่วยงานในสังกัดกระทรวง
สำนักงานรัฐมนตรี สำนักงานปลัดกระทรวง กรมวิทยาศาสตร์บริการ สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ สถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ(องค์การมหาชน) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ(องค์การมหาชน) สำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน(องค์การมหาชน) สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร(องค์การมหาชน) สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ(องค์การมหาชน) สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์(องค์การมหาชน)

กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.)
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อการพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม สร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืน ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร
หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
โปรดแจ้งให้ทราบเพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป