กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีภาษาไทยEnglish
หน้าหลัก ข่าวสารหน่วยงาน ความร่วมมือ ว & ท ไทย-สหรัฐ ผลน่าพอใจเห็นร่วมยกระดับ วทน.

ความร่วมมือ ว & ท ไทย-สหรัฐ ผลน่าพอใจเห็นร่วมยกระดับ วทน.

พิมพ์ PDF

 

 

      ความร่วมมือ ว & ท ไทย-สหรัฐ ผลน่าพอใจเห็นร่วมยกระดับ วทน. สานต่อการพัฒนาพลังงานทางเลือก  การพัฒนาวัคซีนและเวชสำอาง เปิดกว้างในกรอบการศึกษาสะเต็มนอกระบบ  ฐานข้อมูลภูมิสารสนเทศของพื้นที่ชุ่มน้ำ ตลอดจนการผลักดันให้ไทยเป็น Wildlife Health Center ในภูมิภาค

     8 มีนาคม 2559 โรงแรมดุสิตธานี / ทั้งฝ่ายไทย และสหรัฐอเมริกา พอใจผลการประชุมคณะกรรมการร่วมด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ไทย-สหรัฐ (Thai-U.S. Joint Committee Meeting on Science and Technology – JCM) ภายใต้ความตกลงว่าด้วยความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์และวิชาการไทย-สหรัฐอเมริกา (Thai - U.S. Scientific and Technical Cooperation Agreement – STA) ซึ่งได้จัดการประชุมตั้งแต่วันที่ 7-8 มีนาคม 2559 ที่ผ่านมา โดย รศ.ดร.วีระพงษ์ แพสุวรรณ ปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เปิดเผยต่อสื่อมวลชนถึงความก้าวหน้าจากการประชุมหารือของทั้งสองฝ่ายในประเด็นสาขาเจรจาความร่วมมือ 4 ด้าน ดังนี้
 

       ด้านพลังงาน  ฝ่ายสหรัฐอเมริกา นำทีมโดย Dr. Boulem Hadjeriou, Oak Ridge National Laboratories และ Dr. Jamie Kern, Department of Energy (DOE) ได้เสนอประเด็น Hydropower เป็นโครงการหลักในการเจรจาโดยอ้างถึงความร่วมมือที่ต้องการสานต่อกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย กระทรวงพาณิชย์ ในขณะที่กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) มีความสนใจทางด้านพลังงานชีวมวล พลังงานงานทางเลือก แบตเตอรี่  ทั้งนี้ ฝ่ายไทยโดยผู้แทนจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย กระทรวงพาณิชย์ จะเป็นผู้ประสานโครงการด้านพลังงานน้ำที่สหรัฐฯ เสนอมาเป็นโครงการหลักในการเจรจาต่อไป 

      ด้านสุขภาพ  ฝ่ายสหรัฐฯ นำทีมโดย ผู้แทนจาก Dr. John MacArthur, Centers for Disease Control and Prevention (CDC) และ Col.Robert O’Connell, Armed Forced Research Institute of Medical Sciences (AFRIMS) ซึ่งเสนอประเด็นความร่วมมือในการพัฒนาวัคซีน ซึ่งมีความร่วมมือกับศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (ศลช.) และกระทรวงสาธารณสุข นอกจากนี้ ยังมีการเสนอประเด็นความร่วมมือในด้านอื่นๆ เพิ่มเติม ได้แก่ ด้านโภชนเภสัชศาสตร์ ด้านเวชภัณฑ์ประเภทเครื่องสำอาง และการชะลอความชรา เป็นต้น       โดยฝ่ายไทยมี ดร.นเรศ ดำรงชัย ผู้อำนวยการศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (ศลช.) เป็นผู้นำทีมการเจรจา พร้อมด้วยผู้แทนจากกระทรวงสาธารณสุข สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) และศูนย์นาโนเทคโนโลยี สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) 

      ด้านสะเต็มศึกษา (STEM) ฝ่ายสหรัฐฯ นำทีมโดย Dr. Elizabeth “Libby” Lyons, National Science Foundation และ Dr. Geri Richmond, Oregon State University และดำรงตำแหน่ง Science Envoy ได้เสนอประเด็นหลักในการเจรจาแบบเปิดกว้างภายใต้กรอบการศึกษาสะเต็ม โดยเน้นการสนับสนุนไทยในด้านการจัดฝึกอบรมปฏิบัติการ และนัยของการให้ไทยเป็นศูนย์กลางการถ่ายทอดการศึกษาดังกล่าวในอนุภูมิภาค ทั้งนี้    
   

      ฝ่ายไทยได้แสดงความสนใจการศึกษา STEM การพัฒนากำลังคน (STEM Workforce) การเรียนรู้สะเต็มนอกระบบโรงเรียน และการพัฒนาสะเต็มในสาขาเทคโนโลยีนิวเคลียร์ ซึ่งมีนายอลงกรณ์ เหล่างาม  ผู้ช่วยปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ เป็นผู้นำการหารือ พร้อมตัวแทนจากสำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี (สวทน.) สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (สนช.) สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) และสำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษา (สกอ.)  นอกจากนี้ ยังมีการหารือในส่วนของโครงการเฉพาะโดยผู้แทนจากองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) และสถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (สทน.) เข้าร่วมหารือด้วย 

        ด้านน้ำและความหลากหลายทางชีวภาพ  ฝ่ายสหรัฐฯ นำโดย Dr. Matthew Andersen และ Dr. John French, U.S. Geological Survey ได้เสนอโครงการ Lower Mekong Initiative (LMI) ซึ่งมีนัยสำคัญในการจะเกิดโครงการที่ขยายและเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน  โดยเฉพาะในกรอบการหารือได้พูดถึงการสนับสนุนการวางแผนบริหารจัดการ การจัดทำระบบฐานข้อมูลในการทำแบบจำลองการพยากรณ์อากาศที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งเน้นการพัฒนาความร่วมมือใน 2 ด้าน ได้แก่ การจัดการและการพัฒนาระบบฐานข้อมูลชายฝั่ง  และการพัฒนาความร่วมมือด้านการพัฒนาระบบฐานข้อมูลภูมิสารสนเทศของพื้นที่ชุ่มน้ำ โดยฝ่ายไทย ดร.รอยล จิตรดอน ผู้อำนวยการสถาบันสารสนเทศและทรัพยากรน้ำ (สสนก.) เป็นผู้แทนหลักในการเจรจา 
   
   
 
       ปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในส่วนของความหลากหลายทางชีวภาพ ผู้แทนจาก USGS ของสหรัฐฯ ซึ่งมีโครงการความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยมหิดล ได้แจ้งความประสงค์ขอเจรจาความร่วมมือกับคณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เรื่อง Wildlife Health Center  ซึ่งสำนักงานปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ได้ประสานเชิญ รศ.นสพ.ปานเทพ รัตนากร หัวหน้าโครงการฝ่ายไทย เข้าร่วมหารือกับฝ่ายสหรัฐฯ ในครั้งนี้ โดยคาดหวังให้ได้ความร่วมมือที่เป็นรูปธรรมตรงตามความต้องการของทั้งสองฝ่าย และ รศ.นสพ.ปานเทพ รัตนากร  คณบดีคณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
 
          ทั้งนี้ ปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ เปิดเผยผลจากการประชุมดังกล่าวว่าได้เน้นความสำคัญไปที่เรื่องการศึกษาสะเต็ม น้ำและความหลากหลายทางชีวภาพ โดยได้มีการหารือถึงประเด็นความร่วมมือในการทำวิจัยระหว่างไทย-สหรัฐในด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่จะเกิดขึ้นในอนาคต นอกจากนี้ ได้มีการพูดคุยเกี่ยวกับ เรื่อง วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี อาทิ ฟู้ดอินโนโปลิส (Food Innopolis) การศึกษาสะเต็ม (STEM Education) และ Climate Change ว่าประเทศไทยจำเป็นจะต้องเน้นและให้ความสนใจในการทำวิจัยเพื่อนำเคลื่อนประเทศไทยให้เข้าสู่สังคมวิทยาศาสตร์ ทั้งนี้ สหรัฐฯได้แนะให้ไทยหันมาใช้ระบบวิธีการให้ทุน โดยแบ่งออกเป็น 2 ส่วนคือ การแบ่ง Science Technology ออกจาก Innovation โดยใช้นโยบายสนับสนุนนวัตกรรมอย่างชัดเจนและที่สำคัญสหรัฐให้ทุนวิจัยกับภาคเอกชนเพื่อที่จะนำไปสร้างนวัตกร ซึ่งประเทศไทยจะต้องปรับหันมาใช้ระบบวิธีการให้ทุนดังกล่าว 
 
ข้อมูลโดย: สำนักความร่วมมือระหว่างประเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ประสานงานได้ที่ : กลุ่มงานประชาสัมพันธ์ 
สำนักงานปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
โทรศัพท์ 0 2333 3700 ต่อ 3728 - 3732  โทรสาร 0 2333 3834
e-mail :     อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน
Facebook : sciencethailand
 

 

 
หน่วยงานในสังกัดกระทรวง
สำนักงานรัฐมนตรี สำนักงานปลัดกระทรวง กรมวิทยาศาสตร์บริการ สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ สถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ(องค์การมหาชน) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ(องค์การมหาชน) สำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน(องค์การมหาชน) สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร(องค์การมหาชน) สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ(องค์การมหาชน) สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์(องค์การมหาชน)

กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.)
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อการพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม สร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืน ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร
หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
โปรดแจ้งให้ทราบเพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป