กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีภาษาไทยEnglish
หน้าหลัก ข่าวสารหน่วยงาน ก.วิทย์ฯ จับมือ ทรู สื่อสารเรื่องราวความรู้ด้านวิทยาศาสตร์

ก.วิทย์ฯ จับมือ ทรู สื่อสารเรื่องราวความรู้ด้านวิทยาศาสตร์

พิมพ์ PDF

            (30 สิงหาคม 2552)   กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ร่วมกับ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น  จำกัด (มหาชน)  จัดโครงการเสวนา คุยกัน...ฉันท์วิทย์ สัญจร  โดยมี ดร.คุณหญิงกัลยา  โสภณพนิช   รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  เป็นประธานแถลงข่าวและเปิดการเสวนา  คุยกัน..ฉันท์วิทย์  สัญจร  เรื่อง “เทคโนโลยีหุ่นยนต์ไทย  ก้าวไกลทันโลก” ณ ชั้น 2 ร้านทรู คอฟฟี่  สาขาสยามสแควร์  ซอย 3  เพื่อเปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนไทยได้พบปะพูดคุยกับนักวิทยาศาสตร์ผู้เชี่ยวชาญ และตัวแทนนักศึกษาทีม IRAP_PRO แชมป์โลกหุ่นยนต์กู้ภัย ปี 2009   ณ เมืองกราซ  ประเทศออสเตรีย

             ดร.คุณหญิงกัลยา  โสภณพณิช    รัฐมนตรีว่ากระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  กล่าวว่า  กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีให้ความสำคัญในนโยบายการสร้างความรู้ ความตระหนักด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมแก่ประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้องวางรากฐานตั้งแต่เด็กและเยาวชน เพื่อให้เกิดสังคมแห่งการเรียนรู้  จึงได้จัดกิจกรรม เสวนา คุยกัน..ฉันท์วิทย์ สัญจร ให้เป็นเวทีที่สร้างโอกาสในการสื่อสารเรื่องราวข้อมูล ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ให้แก่เยาวชนและประชาชนทั่วไป  โดยมีรูปแบบให้เยาวชนและประชาชนที่สนใจ มีโอกาสพบปะและพูดคุยกับนักวิทยาศาสตร์ นักวิชาการ หรือผู้เชี่ยวชาญ ที่มีประสบการณ์ในด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม   เพื่อให้กิจกรรมดังกล่าวเข้าถึงกลุ่มเยาวชน กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจึงได้ร่วมมือกับ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ที่อนุเคราะห์สถานที่จัดกิจกรรมที่สยามสแควร์ ซึ่งเป็นศูนย์รวมของกลุ่มเยาวชนไทยรุ่นใหม่ ที่ใฝ่หาความรู้ ความก้าวหน้าของวิทยาการต่างๆ และถือเป็นถิ่นความรู้ของเด็กและเยาวชน ซึ่งเป็นคนรุ่นใหม่ที่จะเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศต่อไป

            กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นองค์กรหลักในการพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เพื่อสร้างปัญญาในสังคม สนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืน ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาประเทศไปสู่สังคมฐานความรู้  ดังนั้น ภารกิจสำคัญของกระทรวงวิทยาศาสตร์  คือ การสร้างความร่วมมือกับหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อสร้างคนดีและเก่งในทุกระดับ รวมทั้งสร้างความตระหนักด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม ให้แพร่หลายและเป็นที่ยอมรับ โดยต้องสร้างและบ่มเพาะตั้งแต่เด็ก ซึ่งเป็นการวางรากฐานให้เด็กและเยาวชนมีกระบวนการคิดเป็นวิทยาศาสตร์ เพราะวิทยาศาสตร์มุ่งเน้นการสร้างปัญญาบนรากฐานของหลักเหตุผล และสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้นอกจากนี้ วิทยาศาสตร์ ยังเป็นเรื่องราวที่มีมนต์เสน่ห์ เพราะเป็นความจริงของธรรมชาติ ที่สามารถพิสูจน์ได้ มีคุณประโยชน์มากมาย และเกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวัน ของพวกเราทุกคน  ดังนั้น กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจึงจัดกิจกรรมเสวนา คุยกัน..ฉันท์วิทย์ โดยบุกมาถึงถิ่นความรู้ของเด็กและเยาวชน  ที่สยามสแควร์นี้ เพราะเด็กและเยาวชนเป็นคนรุ่นใหม่ที่จะพัฒนาประเทศต่อไป

            ปัจจุบันกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เน้นนโยบาย “สร้างงาน สร้างเงิน สร้างคุณภาพชีวิต ด้วยวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรม” เนื่องจาก วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม เป็นเรื่องใกล้ตัว ที่สามารถนำมาใช้ในชีวิตประจำวัน และมีประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศในทุกๆ ด้าน ซึ่งนับวันจะมีความสำคัญเพิ่มมากขึ้น  เพื่อให้เห็นเป็นรูปธรรม กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจึงให้ความสำคัญต่อการวิจัยและพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ทั้งงานวิจัยพื้นฐานและงานวิจัยประยุกต์ เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ พัฒนาอุตสาหกรรม อันจะส่งผลให้สามารถเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ก่อให้เกิดการพัฒนาสังคม เศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตที่ดีแก่ประชาชนต่อไป

            สำหรับการเสวนา ในวันนี้  เป็นเรื่องเกี่ยวกับหุ่นยนต์  เพราะหุ่นยนต์ไทยกำลังพัฒนาก้าวไกลไม่แพ้ต่างประเทศ แนวโน้มโลกอนาคตจะมีการพัฒนาหุ่นยนต์เพื่อใช้งานมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น หุ่นยนต์สำหรับงานบริการ (เช่น ดูแลผู้สูงอายุ เสิร์ฟอาหาร ชงกาแฟ) หุ่นยนต์กู้ภัย กู้ระเบิด เป็นต้น และที่น่าดีใจคือเด็กไทยตื่นตัวและให้ความสนใจด้านนี้มาก ดังจะเห็นได้จาก ความสำเร็จในการแข่งขันระดับประเทศจำนวนมาก   วิทยาการของหุ่นยนต์ ได้รวมศาสตร์ทางวิทยาศาสตร์หลายด้านรวมกัน ดังนั้น กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจงส่งเสริมความสนใจของเด็กและเยาวชนในเรื่องหุ่นยนต์ ในวันนี้จึงจัดเสวนา คุยกัน..ฉันท์วิทย์ สัญจร ในหัวข้อ “เทคโนโลยีหุ่นยนต์ไทย ก้าวไกลทันโลก” เพื่อเปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนที่สนใจเกี่ยวกับการประดิษฐ์หุ่นยนต์ ได้มีโอกาสพบปะ พูดคุย ซักถาม โดยตรงกับ นักวิทยาศาสตร์ผู้มีความเชี่ยวชาญ  ได้แก่  รศ.ดร.สยาม เจริญเสียง ผู้อำนวยการหลักสูตรสาขาวิทยาการหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ สถาบันวิทยาการหุ่นยนต์ภาคสนาม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี   และ นายอาทิตย์  ตระกูลธงชัย  ตัวแทนนักศึกษา ทีม IRAP_PRO แชมป์โลกหุ่นยนต์กู้ภัย รายการ World Robocup Rescue 2009 ณ เมือง กราซ ประเทศออสเตรีย จากมหาวิทยาลัยพระจอมเกล้าพระนครเหนือ   ในวันนี้ดิฉันจึงขอถือโอกาสเปิดการเสวนาเรื่อง “เทคโนโลยีหุ่นยนต์ไทย ก้าวไกลทันโลก” และกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ขอขอบคุณในความร่วมมือของ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เป็นอย่างยิ่ง ที่แสดงให้เห็นถึงการให้ความสำคัญในการสร้างเสริมปัญญาในสังคม ซึ่งเป็นแบบอย่างความร่วมมือของหน่วยงานราชการและภาคเอกชนอันดี

          ด้าน  รศ.ดร.สยาม  เจริญเสียง  ผู้อำนวยการหลักสูตรสาขาวิทยาการหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ  สถาบันวิทยาการหุ่นยนต์ภาคสนาม  มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี  กล่าวว่า หุ่นยนต์ หรือ โรบอต (Robot) เป็นเครื่องจักรหรืออุปกรณ์ที่สามารถเคลื่อนไหวได้ โดยมีการทำงานจากโปรแกรมการตัดสินใจและสามารถปรับเปลี่ยนโปรแกรมการทำงาน ให้ทำงานได้หลากหลายหน้าที่เพื่อตอบสนองต่อข้อมูล หรือสัญญาณที่ได้จากสิ่งแวดล้อมสามารถใช้งาน หรือทำงานได้แทนมนุษย์ซึ่งอาจทำงานได้ด้วยตนเอง หรือทำงานตามลำดับการทำงานที่ได้มีการตั้งไว้ล่วงหน้า เช่น หุ่นยนต์คล้ายมนุษย์ หุ่นยนต์อุตสาหกรรม หุ่นยนต์รักษาความปลอดภัย หุ่นยนต์ทางการแพทย์ เป็นต้น ส่วนวิทยาการหุ่นยนต์ (Robotics) เป็นศาสตร์ที่ผสมผสานความรู้จากทั้งด้านไฟฟ้า เครื่องกล คอมพิวเตอร์ ตลอดจนสารสนเทศ มาพัฒนาหุ่นยนต์เพื่อการประยุกต์ใช้งานในด้านต่างๆ
            ในปัจจุบันประเทศไทยมีการตื่นตัวทางด้านหุ่นยนต์อย่างมาก โดยเฉพาะการจัดการแข่งขันหุ่นยนต์ภายในประเทศ ตั้งแต่ระดับประถมศึกษา จนถึงระดับอุดมศึกษา โดยได้รับการสนับสนุนทั้งจากภาครัฐ ได้แก่ กระทรวงวิทย์ฯ กระทรวงศึกษาธิการ และภาคเอกชน จนได้ตัวแทนเยาวชนไปแข่งขันในเวทีโลก และสามารถคว้าตำแหน่งแชมป์โลกหลายสมัยจากการแข่งขันหุ่นยนต์เตะฟุตบอล และหุ่นยนต์กู้ภัย นอกจากนี้ยังมีการทำวิจัยที่เกี่ยวข้องกับวิทยาการหุ่นยนต์จากหลายมหาวิทยาลัย เช่น การพัฒนาหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี หุ่นยนต์ช่วยในการแพทย์จากมหาวิทยาลัยมหิดล หุ่นยนต์สำรวจใต้น้ำจากสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเซีย หุ่นยนต์ช่วยมนุษย์ในการทำงานจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นต้น ส่วนด้านการศึกษานั้น โรงเรียนระดับมัธยมหลายแห่งได้เริ่มมีการเปิดสอนวิชาเลือกเกี่ยวกับหุ่นยนต์ซึ่งได้รับการสนใจอย่างมากจากนักเรียน ส่วนในระดับอุดมศึกษานั้น มีการเปิดการเรียนการสอนระดับปริญญาโท-เอกด้านวิทยาการหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติที่ภาควิชาแมคคาทรอนิกส์ สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเซีย และที่สถาบันวิทยาการหุ่นยนต์ภาคสนาม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี 

            ส่วนการตื่นตัวในระดับนโยบาย รัฐบาลเคยอนุมัติยุทธศาสตร์การพัฒนาวิทยาการหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติประจำปี 2551 ถึงปี 2555 เพื่อพัฒนาบุคลากร เทคโนโลยี การถ่ายทอดเทคโนโลยี อุตสาหกรรม และนโยบาย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานทางด้านวิทยาการหุ่นยนต์ และการนำผลงานวิจัยมาใช้ให้เหมาะสมกับความต้องการของประเทศ รวมถึงการเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันกับนานาชาติ โดยระยะแรก เน้นการสร้างความตระหนักและความเข้าใจในเทคโนโลยีทางด้านวิทยาการหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติแก่ประชาชนในประเทศ ให้เข้าใจอย่างถูกต้องเสียก่อน

             นายอาทิตย์  ตระกูลธงชัย  ตัวแทนทีม IRAP_PRO แชมป์โลกหุ่นยนต์กู้ภัย ปี 2009  จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ กล่าวว่า  หุ่นยนต์ใช้สำหรับการแข่งขันรายการหุ่นยนต์กู้ภัย ขับเคลื่อนด้วยระบบโซ่สายพาน ใช้สายยางรดน้ำต้นไม้เป็นวัสดุสายพาน มีแขนคู่หน้าสำหรับช่วยพยุงตัวหุ่นยนต์ในการปีนป่ายพื้นผิวขรุขระ และขึ้นบันได มีชุดแขนกล 5 แกนหมุน สามารถหมุนรอบตัวเองได้ 360 องศา ยืดได้สูง 150 ซม. มีกล้องติดที่ตัวหุ่นยนต์ 4 ตัวสำหรับให้คนบังคับมองผ่าน ควบคุมด้วยระบบ Wireless LAN ผ่านคอมพิวเตอร์แบบพกพา ที่หุ่นยนต์ติดเซนเซอร์ต่างๆ เพื่อใช้ในการตรวจสภาพของผู้ประสบภัย และสร้างแผนที่อัตโนมัติคือ Laser Length Finder, Encoders,CO2, Heat, 3D-Accelometer และ Digital compass ภาระกิจของหุ่นยนต์กู้ภัยคือ เข้าไปทำการสำรวจหาผู้ประสบภัยในสถานการณ์จำลอง จากอาคารถล่ม หรือเกิดไฟไหม้ เพื่อตรวจสอบตำแหน่งของผู้ประสบภัย และสถานภาพของผู้ประสบภัยว่า มีชีวิต เสียชีวิต หรือได้รับบาดเจ็บที่ใดบ้าง พร้อมทั้งรายงานสิ่งที่ตรวจพบผ่านระบบไร้สายมาให้ผู้ควบคุมรับทราบ ก่อนที่จะส่งทีมกู้ภัยที่เป็นมนุษย์เข้าไปทำการช่วยเหลือ ขนาดกว้าง 50 ซม. * ยาว 70 ซ.ม. * สูง 50 ซม. (ขณะไม่ยืดคอกล้อง) น้ำหนัก 66 กิโลกรัม
 

ผู้เขียนข่าว  :  กมลวรรณ  เอมสมบูรณ์
ผู้ตรวจข่าว  :  หัวหน้ากลุ่มงานประชาสัมพันธ์ สำนักงานปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
                   โทร. 0 2354 4466  ต่อ  118,120

  

 

 
หน่วยงานในสังกัดกระทรวง
สำนักงานรัฐมนตรี สำนักงานปลัดกระทรวง กรมวิทยาศาสตร์บริการ สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ สถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ(องค์การมหาชน) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ(องค์การมหาชน) สำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน(องค์การมหาชน) สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร(องค์การมหาชน) สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ(องค์การมหาชน) สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์(องค์การมหาชน)

กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.)
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อการพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม สร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืน ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร
หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
โปรดแจ้งให้ทราบเพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป