กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีภาษาไทยEnglish
หน้าหลัก ข่าวสารหน่วยงาน กระทรวงวิทย์ฯ ประกาศเปิดอุทยานวิทย์ภาคเหนือ หวังดึงเอกชนลงทุนทำวิจัย เชื่อมโยงการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน

กระทรวงวิทย์ฯ ประกาศเปิดอุทยานวิทย์ภาคเหนือ หวังดึงเอกชนลงทุนทำวิจัย เชื่อมโยงการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน

พิมพ์ PDF

 

 

      23 ธันวาคม 2558 ณ จังหวัดเชียงใหม่ / กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ประกาศสร้างอาคารอำนวยการอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคเหนือ ณ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ วิทยาเขตการศึกษาดอยคำ จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อส่งเสริมให้ภาคเอกชนลงทุนทำวิจัยและพัฒนา นำทรัพยากรและโครงสร้างพื้นฐานวิจัยในภาครัฐภาคการศึกษา ภาคอุตสาหกรรม และภาคชุมชนท้องถิ่น มาใช้ให้เกิดประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ เชื่อมโยงการพัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่ และสนับสนุนให้เกิดผู้ประกอบการฐานเทคโนโลยีอย่างยั่งยืน โดย อุทยานวิทยาศาสตร์ฯ นี้ จัดเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศ เพื่อเป็นการส่งเสริมและพัฒนาองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมของประเทศให้เข้มแข็งต่อไป

 

    อุทยานวิทยาศาสตร์ภาคเหนือ ตั้งอยู่บนอาคารอำนวยการมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งอาคารนี้เป็นอาคารแปลความหมายเชิงสัญลักษณ์ตามโครงการมุ่งเน้นของอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคเหนือ คือ โครงการนวัตกรรมข้าวไทยเพิ่มมูลค่าสู่ตลาดโลก โดยออกแบบเป็นรูปทรงวงรีของเมล็ดข้าว และมีห้องสำหรับจัดประชุมสัมมนา และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ แบบครบวงจร โดยจะมีการก่อสร้างแล้วเสร็จใน พ.ศ. 2561 อาคารนี้ถือเป็นศูนย์กลางด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมระหว่างภาครัฐ ภาคการศึกษาและภาคเอกชนแห่งแรกของภาคเหนืออย่างสมบูรณ์แบบ

 

 

    กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ร่วมกับมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้กำหนดจัดพิธีวางศิลาฤกษ์อาคารอำนวยการอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคเหนือ ณ วิทยาเขตการศึกษาดอยคำ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ตำบลแม่เหียะ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ โดยได้รับเกียรติจาก ดร.พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย รศ.ดร.วีระพงษ์ แพสุวรรณ ปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เข้าร่วมพิธีวางศิลาฤกษ์ดังกล่าว

 

        ทั้งนี้ ภายในวันเดียวกันนั้นได้มีพิธีเปิดโรงงานต้นแบบกำจัดแมลงและไข่แมลงด้วยเทคโนโลยีคลื่นความถี่วิทยุ (RF Technology Pilot Plant) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีในการรักษาคุณภาพข้าวให้ปลอดภัยจากการเข้าทำลายของแมลงตลอดจนไข่แมลงตลอดทั้งวงจรชีวิต อีกทั้งเป็นการเพิ่มมูลค่าของข้าวไทย อีกทั้งเทคโนโลยีคลื่นความถี่วิทยุนี้ ยังสามารถใช้ในผลผลิตทางการเกษตรอื่นๆ ได้อีกด้วย เช่น ข้าวโพด ถั่ว เป็นต้น จึงกล่าวได้ว่า เป็นผลงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่ช่วยส่งเสริมและยกระดับมาตรฐานคุณภาพข้าวไทยให้ดียิ่งขึ้นอย่างแท้จริง

     พิธีวางศิลาฤกษ์อาคารอำนวยการอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคเหนือ (จังหวัดเชียงใหม่) และพิธีเปิดโรงงานต้นแบบกำจัดแมลงและไข่แมลงด้วยเทคโนโลยีคลื่นความถี่วิทยุ (RF Technology Pilot Plant) กำหนดจัดขึ้นในวันพุธที่ 23 ธันวาคม 2558 เวลา 08.30 – 11.30 น. ณ อุทยานวิทยาศาสตร์ภาคเหนือ (จังหวัดเชียงใหม่) บริเวณพื้นที่การศึกษา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ต.แม่เหียะ อ.เมือง จ.เชียงใหม่

 

 

 

ข้อมูลโดย : ดร.สุพจน์ สุทธิรัตน์ นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการ

สำนักงานเลขานุการคณะกรรมการส่งเสริมกิจการอุทยานวิทยาศาสตร์

โทร. 02-333-3700 ต่อ 4051    

 

ผู้ประสานงาน :  กลุ่มงานประชาสัมพันธ์ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

โทรศัพท์ 0 2333 3700 ต่อ 3727 - 3732  โทรสาร 0 2333 3834

e-mail : อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน

 
หน่วยงานในสังกัดกระทรวง
สำนักงานรัฐมนตรี สำนักงานปลัดกระทรวง กรมวิทยาศาสตร์บริการ สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ สถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ(องค์การมหาชน) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ(องค์การมหาชน) สำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน(องค์การมหาชน) สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร(องค์การมหาชน) สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ(องค์การมหาชน) สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์(องค์การมหาชน)

กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.)
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อการพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม สร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืน ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร
หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
โปรดแจ้งให้ทราบเพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป