กระทรวงวิทย์ แถลงผลงานเด่น ’51 โชว์งานวิจัยและพัฒนาเสริมเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตคนไทย

พิมพ์

ดร.สุจินดา  โชติพานิช กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นประธานแถลงสรุปผลงานกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ รอบปี 2551 ยกผลงานเด่นที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์และนโยบายรัฐบาล ที่สร้างผลกระทบอย่างเป็นรูปธรรมทั้งด้านเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิต 5 ด้าน

 

 

 


กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ในฐานะหน่วยงานหลักของประเทศที่มีบทบาทภารกิจในการดำเนินงานด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของประชาชนชาวไทย โดยให้ความสำคัญกับการดำเนินงานภายใต้ยุทธศาสตร์ส่งเสริมเร่งรัด พัฒนา กำลังคนให้เป็นขุมพลังสำคัญของประเทศ สร้างความตระหนักด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีให้เป็นสังคมฐานความรู้   วิจัยและพัฒนาสร้างนวัตกรรมเพื่อเพิ่มผลิตภาพของประเทศ ถ่ายทอดองค์ความรู้ที่สอดสอดคล้องตามแนวพระราชดำริ พร้อมทั้งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อสนับสนุนภาคการผลิตและบริการให้มีศักยภาพทุกระดับตลอดจนสร้างความร่วมมือกับนานาประเทศ โดยในรอบปี 2551 กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ได้ขับเคลื่อนภารกิจภายใต้การนำของรัฐมนตรีที่ให้ความสำคัญในงานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 2  ท่าน  คือ ศ.ดร. ยงยุทธ  ยุทธวงศ์  และ นายวุฒิพงศ์  ฉายแสง    มีโครงการสำคัญปรากฏเป็นรูปธรรมหลายด้าน  ได้แก่

1.การสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจของประเทศ โดยพัฒนาออกแบบวัสดุระบบโครงสร้างโรงเรือนเพาะชำครบวงจร พัฒนาพันธุ์ข้าวแก้วเกษตรต้านทานโรคไหม้ซึ่งปลูกได้ผลดีในภาคกลาง/ ยืดอายุการเก็บรักษาผลิตผลด้วยฟิล์มกำจัดก๊าซเอทิลีน/นำเทคโนโลยีไมโครชิป RFID ใช้ในระบบลงทะเบียนสัตว์ที่ฟาร์มโคนม /พัฒนาชุดทดสอบไบโอดีเซลอย่างง่ายและระบบสกัดน้ำมันปาล์มแบบไม่ใช้ไอน้ำต้นแบบระดับชุมชน

           นอกจากนี้ ได้ติดตั้งระบบลำเลียงแสงซินโครตรอนและสถานีทดลองเพื่อรองรับการวิจัยด้าน NANO-Science ชีวเคมีและวิทยาศาสตร์การแพทย์ 2 สถานี/ผลิตชิ้นส่วนสุญญากาศที่มีค่าระดับความดันต่ำที่สุด ในประเทศไทย/ ให้บริการข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียมในรูป WMS ในโครงการดิจิทัลไทยแลนด์/สนับสนุนด้านการเงินและวิชาการโดยบ่มเพาะธุรกิจให้ผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรม/ เผยแพร่งานวิจัย และสิ่งประดิษฐ์สู่ประชาชนกว่า 200 ชิ้นงานและมอบรางวัลเครื่องจักรกลยอดเยี่ยมในงาน Techno Mart & Inno Mart 2008/ สร้างบรรยากาศนวัตกรรมด้วยการจัดประกวดรางวัล

นวัตกรรมแห่งชาติ/ สร้างความเข้มแข็งชุมชนโดยจัดตั้งโรงงานผลิตปุ๋ยอินทรีย์เคมีและชีวภาพต่อเนื่องลดค่าใช้จ่ายเกษตรกรได้ถึง 50% ให้คำปรึกษาและถ่ายทอดเทคโนโลยีผ่านเครือข่ายคลินิกเทคโนโลยี ไม่น้อยกว่า 180 เรื่อง และมีผู้ขอรับบริการข้อมูลคลินิกทางเว็บไซต์กว่า 3 แสนราย / ถ่ายทอดเทคโนโลยีผลิตปุ๋ยหมักมูลไส้เดือนเพื่อลดค่าใช้จ่ายในการกำจัดขยะและส่งเสริมอาชีพให้เกษตรกร/อีกทั้งสนับสนุนการส่งออกด้วยการให้บริการฉายรังสีอาหาร ผลิตภัณฑ์ สินค้าเกษตรกว่า 1.2 ล้านกิโลกรัมคิดมูลค่าส่งออกกว่า 300 ล้านบาท

2.การพัฒนาสังคมและคุณภาพชีวิต กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ได้เสริมสร้างกระบวนการเรียนรู้ของเยาวชนและประชาชน ผ่านกิจกรรม ถนนสายวิทยาศาสตร์ในวันเด็กแห่งชาติ/สร้างชาติสร้างอนาคตโดยจัดมหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ที่มีผู้คนหลั่งไหลร่วมงานกว่า 1 ล้านคน /ระดมสมองนักวิชาการทั้งในและต่างประเทศเพื่อแก้วิกฤติโลกร้อนในการประชุมสมัชชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อการพัฒนา ครั้งที่ 7 อีกทั้งยัง เปิดเวทีความคิดด้วยการจัดเสวนาคุยกัน.ฉันท์วิทย์ ต่อเนื่องตลอดทั้งปี / เปิดโลกทัศน์การเรียนรู้ผ่านสื่อโทรทัศน์ อาทิ รายการวันละนิด..วิทย์เทคโน/ ซายน์ฮิตวิทยาศาสตร์ หรือ ฉลาดล้ำโลก และผลิตสื่อซีดีเพื่อการเรียนรู้วิทยาศาสตร์พื้นฐาน 55 เรื่องแจกจ่ายโรงเรียนมัธยมทั่วประเทศกว่า 3 หมื่นโรง อีกทั้งสร้างความตระหนักด้านวิทยาศาสตร์เฉพาะทางด้วยการจัดค่ายอะตอมจูเนียร์แคมป์/สัมมนาเตรียมความพร้อมรับเหตุฉุกเฉินทางรังสี /ค่ายเยาวชนดูดาวและนิทรรศการดาราศาสตร์สัญจร

            นอกจากนี้ ได้ให้ความสำคัญในคุณภาพชีวิตของประชาชนโดยพัฒนาชุดตรวจวินิจฉัยไข้หวัดนกรุ่นใหม่ความไว 100 เท่า/ พัฒนาเจลซิลิโคนเจลรักษาแผลไฟไหม้น้ำร้อนลวกโดยยึดติดผิวหนังได้ดี /ให้บริการไอโซโทปรังสีและเภสัชรังสีวินิจฉัยสนับสนุนโรงพยาบาลเพื่อบริการประชาชนกว่า 3,500 ราย/ ประยุกต์ใช้แสงซินโครตรอนช่วยแพทย์วิเคราะห์โรคนิ่วได้แม่นยำยิ่งขึ้น และเหนืออื่นใดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ให้ความสำคัญในการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อคนพิการ ภายใต้โครงการสารสนเทศตามแนวพระราชดำริ โดยร่วมกับครูโรงเรียนศรีสังวาลพัฒนาสวิทช์พูดได้และสมุดภาพสื่อสาร พร้อมทั้งจัดทำหนังสือเสียงอิเล็กทรอนิกส์ระบบเดซี่ ในกลุ่มคนพิการทางสายตาและผู้สูงอายุ โดยส่งมอบให้โครงการสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนใช้ประโยชน์รวม 28 ชุด

3.มุ่งพัฒนากำลังคนทั้งในและนอกระบบ โดยในปีที่ผ่านมา ได้สนับสนุนนักเรียนทุนทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กว่า 1,400 คน /สนับสนุนการจัดตั้งห้องเรียนวิทยาศาสตร์ 4 โรงเรียนโดยความร่วมมือของมหาวิทยาลัย/จัดกิจกรรมค่ายวิทยาศาสตร์มีนักเรียนร่วมกว่า 2 พันคน /นำนักศึกษาปริญญาตรีและโท 63 คนเข้าค่ายวิทยาศาสตร์แสงสยาม และโครงการค่ายปฏิบัติการพี่นำน้องรักษ์น้ำสนองแนวพระราชดำริ อีกทั้งมอบทุนศึกษาและวิจัยใ น สาขาวิชาเทคโนโลยีชีวภาพ คอมพิวเตอร์  อิเล็กทรอนิกส์ วัสดุศาสตร์ นาโนเทคโนโลยี  เทคโนโลยีซินโครตรอน และพัฒนาหลักสูตรด้านเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ เป็นต้น

          4. ผลักดันงานด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสู่มาตรฐานสากล ในปีที่ผ่านมากระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ได้สร้างความร่วมมือกับนานาอารยะประเทศ อาทิ ดำเนินงานภายใต้กรอบแผนงานเพื่อการวิจัยและพัฒนาด้านเทคโนโลยี ฉบับที่ 7 ของสหภาพยุโรป ในโครงการ South East Asian countries and European Union Network หรือ ( SEA-EU-NET ) และโครงการ Further developing strategic S&T cooperation with Southeast Asia on ICT (SEACOOP ) พร้อมเชิญชวนบริษัทต่างชาติ เช่าพื้นที่อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย เช่น จัดตั้งศูนย์บริการด้านเทคนิคการวิเคราะห์ปริมาณสารพิษนอกประเทศญี่ปุ่นเป็นแห่งแรกของเอเชีย/ทำความตกลง ความร่วมมือด้านภูมิสารสนเทศกับมหาวิทยาลัยอู่ฮั่น สาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อจัดตั้งสถานีรับสัญญาณดาวเทียมธีออส / ขยายความร่วมมือด้านเทคโนโลยีซินโครตรอนกับประเทศในภูมิภาคยุโรปและเอเชีย หรือ แม้กระทั่ง จัดกิจกรรม Road Show การจับคู่ทางธุรกิจกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ในงาน Measurement Exhibition and Partnership 2008 ไม่เพียงเท่านั้น เรายังให้ความร่วมมือห้องปฏิบัติการทดสอบด้าน น้ำ อาหาร-สิ่งแวดล้อม แก่ประเทศปากีสถาน กว่า 33 ห้องปฏิบัติการ /ร่วมมือวิจัยทางดาราศาสตร์กับ มหาวิทยาลัยลิเวอร์พูล ประเทศอังกฤษ และมหาวิทยาลัยเซจอง ประเทศเกาหลี รวมทั้งเป็นเจ้าภาพจัดประชุมวิชาการดาราศาสตร์นานาชาติโดยมีผู้สนใจ กว่า 25 ประเทศ

5. ภารกิจด้านความมั่นคงของประเทศ เป็นอีกหนึ่งปัจจัย ที่กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมุ่งเน้นงานวิจัยและพัฒนาพัฒนาต้นแบบเครื่องบินเล็กไร้คนขับสำรวจในระยะไกล /พัฒนาต้นแบบอุตสาหกรรมเครื่องรบกวนสัญญาณโทรศัพท์มือถือ เพื่อขัดขวางการจุดระเบิด /ร่วมมือกับกระทรวงกลาโหมพัฒนานวัตกรรมชุดลดอันตรายจากสะเก็ดระเบิดสังหารบุคคล ช่วยลดการนำเข้ายุทโธปกรณ์ และการสูญเสียของชีวิตของผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่เสี่ยงภัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ/ และผลงานที่สร้างความภาคภูมิใจอย่างยิ่งใหญ่ นั่นคือ การส่งดาวเทียมธีออส ซึ่งเป็นดาวเทียมสำรวจทรัพยากรดวงแรกของไทยทะยานขึ้นสู่วงโคจรเป็นผลสำเร็จ เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2551

ภายใต้ยุทธศาสตร์กระทรวงที่กล่าวมา กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีได้ดำเนินการควบคู่ไปกับระบบการบริหารจัดการที่ดี จนสามารถผลักดันกฎหมาย พระราชบัญญัติว่าด้วยวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี และนวัตกรรมแห่งชาติ พ.ศ.2551 นำไปสู่การจัดตั้งสำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ / พระราชบัญญัติส่งเสริมวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี พ.ศ.2551 และพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสถาบันวิจัยแสงซินโคร ตรอน (องค์การมหาชน) พ.ศ. 2551 ได้อย่างเป็นรูปธรรม

 



Tags แถลงผลงานเด่น - ประจำปี 2551 - กระทรวงวิทยาศาสตร์ - คุณภาพชีวิต - เศรษฐกิจ
 
ข่าวที่เกี่ยวข้อง :
» มาตรวิทยา SCG แท็คทีมวิจัยและพัฒนาวัสดุศาสตร์ ประหยัดพลังงานสู่เชิงพาณิชย์
» มว. จับมือ 2 หน่วยงาน ผุด ECTI-CARD เพาะเมล็ดพันธุ์ดันงานวิจัยรุ่นใหม่สนองภาคอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืน
» ปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ พร้อมผู้บริหารฯ และข้าราชการ ร่วมพิธีลงนามถวายพระพร
» ดร.พิเชฐ บันทึกเทปแสดงความยินดี
» งานเทคโนโลยีโชว์ที่จังหวัดขอนแก่น 14 พฤษภาคม 2559
» ชีพจรข่าว 24 พฤษภาคม 2559 NBT
» ประชุมคณะทำงานยุทธศาสตร์ประชาสัมพันธ์ วท. ครั้งที่ 7/2559