กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีภาษาไทยEnglish
หน้าหลัก ข่าวสารหน่วยงาน สรุปสาระสำคัญ “รายการคืนความสุขให้คนในชาติ” วันศุกร์ที่ 13 พฤศจิกายน 2558 โดยพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี

สรุปสาระสำคัญ “รายการคืนความสุขให้คนในชาติ” วันศุกร์ที่ 13 พฤศจิกายน 2558 โดยพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี

พิมพ์ PDF

 

- วันเสาร์ที่ 2 ของเดือนพฤศจิกายนของทุกปีเป็น “วันคนพิการแห่งชาติ” ผมอยากให้ทุกคนในสังคมตระหนักว่าคนพิการเป็นทรัพยากรที่มีค่า หากได้รับการดูแลเอาใจใส่ด้านการแพทย์ การศึกษา การส่งเสริมอาชีพ และด้านสังคมแล้ว ก็จะเพิ่มโอกาสในการพัฒนาศักยภาพ ให้สามารถทำประโยชน์ให้กับประเทศชาติได้ ที่ผ่านมากองทัพนักกีฬาคนพิการทีมชาติไทยเรานั้นก็ได้นำชื่อเสียง ความภาคภูมิใจมามอบให้กับพี่น้องประชาชนชาวไทยตลอดมา ขณะนี้ก็กำลังจะเดินทางไปแข่งขันกีฬา อาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 8 ณ สาธารณรัฐสิงคโปร์ ระหว่างวันที่ 3 - 9 ธันวาคม นี้ ผมขอให้กำลังใจ ให้ชนะ ประสบความสำเร็จ และในโอกาส “วันคนพิการแห่งชาติ” นี้สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานชื่อดอกไม้ประดิษฐ์โดยคนพิการของสำนักงานส่งเสริมอาชีพและพัฒนาการคนพิการ สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ที่ผมติดอยู่ขณะนี้ว่า “ดอกแก้วกัลยา” โดยให้เป็นดอกไม้สัญลักษณ์ของคนพิการทั่วประเทศสำหรับรายได้จากการจำหน่ายดอกแก้วกัลยาจากฝีมือพี่น้องคนพิการนั้น จะนำกลับไปช่วยส่งเสริมคุณภาพชีวิตพัฒนาอาชีพคนพิการของเราด้วย

- สำหรับความคืบหน้าการเตรียมการกิจกรรม “BIKE FOR DAD ปั่นเพื่อพ่อ” ซึ่งมีประชาชนชาวไทยและชาวต่างชาติ ทั้งในประเทศและจาก 66 เมืองทั่วโลกได้ลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรมมากกว่า 5 แสนรายแล้ว

สำหรับผู้ที่เข้าร่วมกิจกรรม ผมเห็นในข่าวว่ามีทั้งจักรยานล้อเดียวของเด็ก และวิลแชร์คนพิการด้วย ก็ขอให้เตรียมความพร้อม ทั้งร่างกายและจักรยานของตนเองให้มีความสมบูรณ์ มีการศึกษาเส้นทาง และติดตามรายละเอียดกิจกรรมอย่างต่อเนื่องเพื่อให้เกิดความปลอดภัยด้วย

- เรื่องการเสนอข่าว ขอให้สื่อมวลชนทุกแขนงช่วยกันเสนอข่าวในทางสร้างสรรค์ เป็นไปตามข้อเท็จจริงข้อกฎหมาย และกระบวนการยุติธรรม รัฐบาลเข้าใจดี ก็คำว่าจรรยาบรรณ สิทธิ เสรีภาพคืออะไร แต่ต้องไม่ไปละเมิดสิทธิของผู้อื่นจนทำให้เขาเกิดความเสียหาย ทั้งส่วนบุคคล และประเทศชาติด้วย

- ในเรื่องของการบริหารจัดการน้ำให้เพียงพอต่อการทำการเกษตรในปีนี้ ก็นับว่าเป็นเรื่องที่ยากในสถานการณ์ปัจจุบันทุกคนทราบดี สถานการณ์น้ำเป็นอย่างไร น้ำในเขื่อน น้ำนอกเขื่อน น้ำฝน น้ำท่า ก็น้อยกว่าปีที่แล้วมาก วันนี้เราต้องมองให้ครบวงจร ทุกมิติ ในเวลาเดียวกัน รัฐบาลนี้ก็ต้องใช้ข้อมูลที่ทันสมัย เน้นหลักการ เหตุผล ใช้หลักวิชาการ ในการที่จะกำหนดมาตรการแก้ปัญหาอย่างบูรณาการ ซึ่งเราก็ได้เสนอให้ทราบมาเป็นระยะ ๆ อย่างต่อเนื่องแล้ว อาทิ (1) การจัดทำแผนพัฒนาอาชีพเกษตรกรตามความต้องการของชุมชนเพื่อบรรเทาภัยแล้ง ปี พ.ศ. 2558 – 2559 (2) การดำเนินงานร่วมกัน และสอดคล้องกันในทุกระดับ ภูมิภาค จังหวัด อำเภอ ในกรอบ “ทีมประเทศไทย” เราจะทำในรูปแบบของ “ประชารัฐ” (3) มีการจัดทำคู่มือ - คำแนะนำแก่พี่น้องเกษตรกร เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจในการปรับเปลี่ยนการเพาะปลูกตามความเหมาะสมกับสภาพภูมิสังคม ปริมาณน้ำและ สถานการณ์ต่าง ๆ ที่เป็นจริงในปัจจุบัน มีหลายปัญหาทับซ้อนกันอยู่ ไม่อยากให้ทุกคนไม่มีรายได้ ทุกคนต้องเสียหาย หรือมีหนี้สินเพิ่ม (4) อีกเรื่องหนึ่งคือเรื่องการดูแลคุณภาพเมล็ดพันธุ์ และ (5) การส่งเสริมด้านการตลาด เป็นต้น ดูทุกมิติเลย เพราะฉะนั้นก็ขอให้ติดต่อหาความรู้จากส่วนราชการต่าง ๆ ที่ขณะนี้ก็ไปให้การบริการอยู่ในพื้นที่ชัดเจน

- เรื่องของการระบายข้าวในคลัง นับเป็นปัญหาอย่างมาก เนื่องจากหากจำหน่ายราคาสูงมาก ก็ไม่มีผู้สนใจ ต่ำไปก็กลายเป็นว่า รัฐบาลขายข้าวราคาต่ำ ขาดทุน แต่ปัญหาสำคัญที่ต้องพิจารณาเป็นอันดับแรกก็คือว่าการเก็บรักษาข้าวไว้ในคลังจำนวนมากนั้น มีทั้งคุณภาพดี และที่มีความเสียหาย ที่นับวันก็จะเสียหายมากขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งหมดนั้นจะเป็นภาระด้านงบประมาณอย่างมากในอนาคต เพราะฉะนั้นปัจจัยหลักสำคัญในการพิจารณาของคณะอนุกรรมการพิจารณาระบายข้าวนั้น เป็นเรื่องสำคัญก็ขอให้ความร่วมมือด้วย

- เรื่องของการร่างรัฐธรรมนูญและการปฏิรูป รัฐบาล และ คสช. มุ่งหวังให้ประเทศไทย มีความมั่นคง มีความเป็นอยู่ที่ดี อนาคตที่ดี มีที่ยืนในเวทีโลก ทุกคนจะได้มีความภูมิใจ มีศักดิ์ศรี อยากขอความร่วมมือจากประชาชนทุกภาคส่วน ให้ร่วมมือกันในการทำให้ประเทศชาติ “มั่นคง มั่งคั่ง อย่างยั่งยืน” ซึ่งขณะนี้จากสถานการณ์ที่ผ่านมา ก็ไม่ง่ายนัก แต่เราพยายามอย่างยิ่งยวด ภายใต้สถานการณ์พิเศษในปัจจุบัน เราไม่สามารถจะให้มีการดำเนินการผิดกฎหมาย ไม่ถูกต้องในลักษณะเดิม ๆ อีกได้ ไม่อย่างนั้นเราก็ไม่อาจหลุดพ้นจากกับดักตัวเองได้เลย

- เรื่องของการปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ การปฏิรูปเศรษฐกิจต้องดำเนินการในหลาย ๆ ด้าน ต้องมีการลงทุนเพิ่ม ซึ่งต้องโปร่งใส ที่สำคัญก็คือต้องสอดคล้องกับแนวทางการปฏิรูปประเทศและยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ด้วย ผมก็คาดหวังว่า 5 ปีแรก น่าจะทำให้เข้มแข็งขึ้นได้ในระดับที่น่าพอใจ จากนั้นก็จะเดินหน้าไปได้เรื่อย ๆ เพราะฉะนั้นแนวโน้มการปรับเปลี่ยน “ภูมิทัศน์เศรษฐกิจ” ของโลกนั้น มีการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21 การเจริญเติบโตหลายอย่างได้ย้ายมาสู่เอเชีย ในขณะที่ประเทศไทยเรามีที่ตั้ง ที่เรียกว่า “ภูมิรัฐศาสตร์” ที่เป็นศูนย์กลาง (HUB) ได้ เพราะเราอยู่ในใจกลางของอาเซียน ดังนั้น หากเราสามารถกำหนดทิศทาง ยุทธศาสตร์ในการพัฒนาประเทศ ในการที่จะให้เป็นศูนย์กลาง การค้า-การลงทุน การท่องเที่ยว โลจิสติกส์ และเรามีการเตรียมความพร้อมในเรื่องของเทคโนโลยีสมัยใหม่ การสร้างสรรค์ นวัตกรรม พึ่งพาตนเอง และใช้เทคโนโลยีการสื่อสารและสารสนเทศ (ICT) ตามแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลได้ถูกต้องแล้ว เราก็จะสามารถรองรับการเจริญเติบโตของโลก

- ด้านการท่องเที่ยว วันนี้นับเป็นอุตสาหกรรมที่ช่วยพยุงเศรษฐกิจของเราอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่เศรษฐกิจโลกกำลังชะลอตัว ในปีนี้นั้นมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเข้ามาเยือนบ้านเราเกือบ 30 ล้านคน ขยายตัวเกือบ 30% จากช่วงเวลาเดียวกันในปีที่ผ่านมาคิดเป็นมูลค่ากว่า  1 พันล้านบาท หรือขยายตัวกว่า 30% จากปีที่แล้ว

สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ นั้น ก็ต้องมีการกำหนดมาตรการ มีการควบคุมจำนวนนักท่องเที่ยวให้เหมาะสม ดูแลสิ่งแวดล้อม และขยะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่อุทยานแห่งชาติต่าง ๆ

- สุดท้ายนี้ ในสัปดาห์ที่ 2 ของงาน “มรดกของแผ่นดิน จากท้องถิ่นสู่สากล” ที่ตลาดคลองผดุงกรุงเกษมก็จะมีการเปลี่ยนผู้ประกอบการรายใหม่ ๆ เข้ามา มีสินค้าหลายอย่างเข้ามาใหม่ สัปดาห์นี้จะเน้นเครื่องประดับแทนการจักสานและเครื่องปั้น หวังว่าจะได้รับความสนใจจากผู้ร่วมงานอีกเป็นอันมาก ในโซนของอาหารนั้นก็จะเปลี่ยนจากอาหารภาคเหนือกับภาคอีสานมาเป็นอาหารจากภาคใต้ด้วย ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนมาชมงาน จับจ่ายใช้สอยของดีราคาถูก ในช่วงนี้ก็ใกล้ปีใหม่แล้ว อีกเดือนกว่า ๆ ถ้ามาซื้อของที่นี่ก็จะมีราคาถูก มีคุณภาพ แล้วก็เป็นฝีมือของคนไทยล้วน ๆ ด้วย ใครยังไม่มีของขวัญให้คนที่รักก็ลองมาดูกัน ก็อย่าให้แพง ราคาก็ให้สมกับสินค้าด้วย สำหรับผู้ประกอบการ

 

สรุปสาระโดย: กลุ่มงานประชาสัมพันธ์ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  ข้อมูลจาก: เว็บไซต์รัฐบาลไทย 

 
ข่าวที่เกี่ยวข้อง :
» Infographic รายการคืนความสุขให้คนในชาติ วันศุกร์ที่ 6 พฤศจิกายน 2558
» สรุปสาระสำคัญ “รายการคืนความสุขให้คนในชาติ” วันศุกร์ที่ 6 พฤศจิกายน 2558 โดย พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี
» สรุปสาระสำคัญ “รายการคืนความสุขให้คนในชาติ” วันศุกร์ที่ 30 ตุลาคม 2558 โดย พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี
» สรุปสาระสำคัญ “รายการคืนความสุขให้คนในชาติ” วันศุกร์ที่ 16 ตุลาคม 2558 โดย พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี
» สรุปสาระสำคัญ “รายการคืนความสุขให้คนในชาติ” วันศุกร์ที่ 9 ตุลาคม 2558 โดย พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี
» สรุปสาระสำคัญ “รายการคืนความสุขให้คนในชาติ” วันศุกร์ที่ 2 ตุลาคม 2558 โดย พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี
» สรุปสาระสำคัญ “รายการคืนความสุขให้คนในชาติ” วันศุกร์ที่ 25 กันยายน 2558 โดย พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี
หน่วยงานในสังกัดกระทรวง
สำนักงานรัฐมนตรี สำนักงานปลัดกระทรวง กรมวิทยาศาสตร์บริการ สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ สถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ(องค์การมหาชน) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ(องค์การมหาชน) สำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน(องค์การมหาชน) สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร(องค์การมหาชน) สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ(องค์การมหาชน) สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์(องค์การมหาชน)

กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.)
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อการพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม สร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืน ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร
หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
โปรดแจ้งให้ทราบเพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป