กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีภาษาไทยEnglish
หน้าหลัก ข่าวสารหน่วยงาน “อังค์ถัด”หนุน วท.ไทยใช้นวัตกรรมขับเคลื่อนเศรษฐกิจ แนะปรับระบบบริหารจัดการลดทับซ้อนเพื่อความคล่องตัว เสนอปฏิรูประบบการศึกษาอาชีวะเน้นเชื่อมโยงธุรกิจแบบเข้มข้น

“อังค์ถัด”หนุน วท.ไทยใช้นวัตกรรมขับเคลื่อนเศรษฐกิจ แนะปรับระบบบริหารจัดการลดทับซ้อนเพื่อความคล่องตัว เสนอปฏิรูประบบการศึกษาอาชีวะเน้นเชื่อมโยงธุรกิจแบบเข้มข้น

พิมพ์ PDF

 
 
    “อังค์ถัด”หนุน วท.ไทยใช้นวัตกรรมขับเคลื่อนเศรษฐกิจ แนะปรับระบบบริหารจัดการลดทับซ้อนเพื่อความคล่องตัว  เสนอปฏิรูประบบการศึกษาอาชีวะเน้นเชื่อมโยงธุรกิจแบบเข้มข้น ด้าน “ดร.ซุป” ฟันธง ประเทศไทยจะไปต่อ สังคมต้องรับรู้จุดเปลี่ยนโลกสู่เทรนด์นวัตกรรมทัดเทียมประเทศรายได้สูง 
 
   
    14 กันยายน ณ ศูนย์การประชุมสหประชาชาติ กรุงเทพฯ / กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีโดยสำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ (สวทน.) ร่วมกับ การประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนา หรือ  อังค์ถัด องค์การสหประชาชาติ หรือยูเอ็น จัดประชุมเผยแพร่และขยายผลรายงานการศึกษาทบทวนนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม (วทน.) ของประเทศไทย โดยที่ประชุมเสนอแนะให้ประเทศไทยมุ่งส่งเสริมธุรกิจ startup ปฏิรูปอาชีวศึกษา  ปรับระบบบริหารจัดการ วทน. เดินหน้านำองค์ความรู้และนวัตกรรมสู่ภาคการเกษตร 

    ดร.พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวว่า การประชุมแถลงผลการทบทวนนโยบาย วทน. จากมุมมองของอังค์ถัดในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการสร้างความตระหนักให้สังคมเห็นความสำคัญของการนำนวัตกรรมมาขับเคลื่อนประเทศ ซึ่งต้องอาศัยการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม เพื่อสนับสนุนการใช้นวัตกรรมในประเทศ ผลักดันจากระบบบริหารจัดการ วทน. พร้อมกับการการใช้นวัตกรรมในภาคเอกชน ณ ตอนนี้ กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ได้รับการจัดกลุ่มเป็นกระทรวงเศรษฐกิจเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ไทย ซึ่งถือว่าเป็นสัญญาณที่ดีต่อการใช้นวัตกรรมเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ 

    ดร.พิเชฐ กล่าวว่า  ในระยะเวลา 12 เดือนที่ผ่านมา กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ เดินหน้าขับเคลื่อนนวัตกรรมสู่ภาคเศรษฐกิจและสังคมในหลายเรื่อง อาทิ การจัดทำมาตรการและส่งเสริมการลงทุนและพัฒนาด้าน วทน. การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคเอกชน เช่น โครงการคูปองนวัตกรรม การส่งผู้เชี่ยวชาญเข้าไปช่วยแก้ไขปัญหาในภาคอุตสาหกรรม มาตรการลดหน่อยภาษีด้านการวิจัยและพัฒนาจาก 200% เป็น 300% การจัดทำโครงสร้างพื้นฐานด้านมาตรฐานและคุณภาพของประเทศ เรียกว่า MSTQ ที่เกี่ยวกับระบบมาตรวิทยา มาตรฐาน การทดสอบและการประกันคุณภาพ โครงการทาเล้นท์โมบิลิตี้ที่ส่งนักวิจัยภาครัฐเข้าไปทำงานร่วมกับภาคเอกชนเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคเอกชน รวมถึงการกระจายความเจริญไปสู่ภูมิภาค เช่น การจัดให้มีที่ปรึกษาวิทยาศาสตร์ประจำจังหวัดให้การสนับสนุนเอสเอ็มอีในท้องถิ่น การพัฒนาโมเดลบริหารจัดการน้ำชุมชน การสร้างแก้มลิง การจัดสรรที่ดินแบบเศรษฐกิจพอเพียงโดยให้ชาวบ้านเข้ามามีส่วนร่วม และการเชื่อมโยงความร่วมมือด้าน วทน.กับต่างประเทศ เช่น ความร่วมมือด้านไอทีกับเกาหลีใต้ ความร่วมมือด้านเทคโนโลยีชีวภาพกับประเทศบราซิล เป็นต้น
 
    ดร.ญาดา มุกดาพิทักษ์ รองเลขาธิการ ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการ สวทน. กล่าวว่า ความร่วมมือนี้ดำเนินการมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2557 ซึ่งได้ชี้ให้เห็นถึงสถานภาพ วทน.ของประเทศได้อย่างตรงไปตรงมา มีการวิเคราะห์ รวบรวมความคิดเห็นในวงกว้างทุกภาคส่วน มีความโปร่งใสและชัดเจนเป็นรายงานฉบับที่สมบูรณ์สามารถนำมาปรับใช้จริงได้ในทางปฏิบัติ 

    ด้าน Ms. Marta Perez Cuso จากอังค์ถัด กล่าวว่า อังค์ถัดได้จัดทำการทบทวนนโยบายในหลายประเทศ สามารถจัดลำดับความสำคัญในขับเคลื่อนนวัตกรรม โดยมีข้อเสนอแนะสำคัญสำหรับประเทศไทย หลายประการ คือ 1. การปรับระบบบริหารจัดการ วทน. ลดความทับซ้อนในการทำงานของหน่วยงาน แบ่งบทบาทความรับผิดชอบในงานให้ชัดเจน กระจายนโยบายและโครงสร้างพิ้นฐานสู่ระดับภูมิภาค 2. การส่งเสริมนวัตกรรมในภาคเอกชน โดยสร้างความร่วมมือที่เข้มแข็ง บริหารเงินอุดหนุนโครงการวิจัยและพัฒนา ปรับกฏหมายสิทธิประโยชน์ด้านภาษีและแรงจูงใจต่าง ๆ ให้ภาคเอกชน 3. ยกระดับระบบการศึกษา โดยเฉพาะอาชีวศึกษา เน้นการจัดฝึกอบรมทักษะฝีมือแรงงานด้านเทคนิค การเพิ่มความสามารถครู อาจารย์ และพัฒนาวิธีการเรียนการสอนให้เชื่อมโยงภาคการศึกษากับภาคธุรกิจ 4. พัฒนาระบบนวัตกรรมด้านการเกษตร โดยเฉพาะการสนับสนุนเกษตรกรรายย่อยซึ่งเป็นตัวแทนประชากรกลุ่มใหญ่ ซึ่งรัฐต้องเพิ่มการสนับสนุนองค์ความรู้และนวัตกรรมให้กระจายไปตามภูมิภาค

    ขณะที่ ดร.ศุภชัย พานิชภักดิ์ อดีตเลขาธิการอังค์ถัด ให้ความเห็นว่า  เรื่องเร่งด่วนของการพัฒนา วทน.ในประเทศไทย คือ การสร้างความตระหนักต่อสังคมให้ทราบถึงการเปลี่ยนแปลงจากการพึ่งพาเงินสนับสนุนจากรัฐบาล หรือพึ่งพาตัวเลขการส่งออกและการใช้แรงงานราคาถูกมาเน้นการสร้างสังคมฐานความรู้และการใช้นวัตกรรมเพื่อสร้างผลิตภาพเหมือนประเทศรายได้สูงหลายประเทศ

ถ่ายภาพและวีดิโอ : นางสุนิสา ภาคเพียร นาวงษ์,นายไววิทย์ ยอดประสิทธิ์ 
เผยแพร่ข่าวโดย : นางสาวชลธิชา แสงเทียนสุวรรณ
ข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ แผนกประชาสัมพันธ์:นางสาวรติมา เอื้อธรรมาภิมุข นางสาวมนต์ศิริ  ธรรมธัช
สำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ (สวทน.) โทร: 662 160 5432-37  
Website: www.sti.or.th
 
หน่วยงานในสังกัดกระทรวง
สำนักงานรัฐมนตรี สำนักงานปลัดกระทรวง กรมวิทยาศาสตร์บริการ สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ สถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ(องค์การมหาชน) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ(องค์การมหาชน) สำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน(องค์การมหาชน) สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร(องค์การมหาชน) สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ(องค์การมหาชน) สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์(องค์การมหาชน)

กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.)
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อการพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม สร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืน ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร
หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
โปรดแจ้งให้ทราบเพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป