กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีภาษาไทยEnglish
หน้าหลัก ข่าวสารหน่วยงาน สรุปสาระสำคัญ “รายการคืนความสุขให้คนในชาติ” วันศุกร์ที่ 11 กันยายน 2558 โดย พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี

สรุปสาระสำคัญ “รายการคืนความสุขให้คนในชาติ” วันศุกร์ที่ 11 กันยายน 2558 โดย พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี

พิมพ์ PDF

 

 

- เรื่องร่างรัฐธรรมนูญ สัปดาห์ที่ผ่านมานั้น ไม่ผ่านความเห็นชอบของสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ผมก็อยากให้ทุกคนมองในหลายมุม ไม่ว่าจะในเรื่องของประชาธิปไตย เป็นหรือไม่เป็น หรือเรื่องของการสืบทอดอำนาจอย่างเดียว ทำนองนี้ ผมอยากจะคิดแต่เพียงว่า ช่วยผมคิดแล้วกันว่าจะทำอย่างไรให้ประเทศชาติ และประชาชนนั้นได้ประโยชน์ ประเทศชาติมีความสงบสุข สันติ ปลอดภัย ประชาชนไม่ถูกนำกลับเข้าไปสู่ความขัดแย้ง และการปฏิรูปประเทศขับเคลื่อนต่อไปให้ได้ โดยรัฐบาลที่เราไว้วางใจ มาจากการเลือกตั้งในครั้งต่อไป ผมคิดว่าอันนี้เป็นประเด็นสำคัญว่าเราจะทำได้หรือไม่ ทุกคนถ้าช่วยกันอะไรก็ผ่านได้หมด เราต้องหาวิธีการอีกอย่างว่าจะทำอย่างไร รัฐบาลมาจากการเลือกตั้ง ไม่ได้หมายความว่าผมไม่ไว้ใจเขา เพราะทุกท่านก็มีสิทธิ์ที่จะเข้ามาในการเลือกตั้งทุกคน เว้นแต่ผู้ที่มีความผิด เราทำอย่างไรรัฐบาลหน้าจะดูทั้งในเรื่องของผลประโยชน์ชาติ ดูในเรื่องของการดูแลพี่น้องประชาชนที่มีรายได้แตกต่างกัน การลดความเหลื่อมล้ำ การให้ความเป็นธรรม การบังคับใช้กฎหมายที่สมบูรณ์ เจ้าหน้าที่ไม่เดือดร้อน ถ้าทุกคนเข้ามาแล้ว มีความรับผิดชอบแล้ว ผมก็ไม่มีปัญหาว่าจะเดินไปอย่างไร จะร่างกันอย่างไร ผมคงไปเกี่ยวข้องไม่ได้

 

- ในส่วนของ SMEs วันนี้ก็มีปัญหาเรื่องสำคัญหนึ่งเรื่องคือ เรื่องการขึ้นทะเบียนให้เข้ามาอยู่ในระบบ มีหลายท่านขอมาว่านิรโทษภาษี ผมยังไม่พูดเรื่องเก็บภาษีเก่าเลย ทำไมไม่พูดกันตรงนั้น ทำไมไม่พูดเริ่มต้นของใหม่ให้ดี ถ้าของใหม่ดีเริ่มไปแล้ว ไม่ทำอะไรเสียหาย ไม่ปฏิบัติตามกติกา โอเค ขั้นเปลี่ยนผ่าน ที่เขาเรียกว่าเปลี่ยนผ่าน ก็ไม่ต้องทำอะไรต่อ ไม่ต้องคิดทำอะไรให้เดือดร้อน แต่ถ้าเข้ามาหรือไม่เข้ามาก็แล้วแต่ แล้วมีปัญหาก็ต้องสอบสวนย้อนหลังไปหมด ผมอยากจะเตือนแค่นี้ จะมาบอกให้ยกเว้นภาษีทั้งหมด ทำได้หรือไม่ กฎหมายดำเนินการมาแล้ว ผ่านมาแล้ว ผมถึงบอกว่าหยุดตรงนี้ก่อนแล้วเดินหน้าให้ได้ อย่าย้อนกลับไปที่เก่า ถ้าบอกว่ายังไม่พูดคำนี้แล้วจะไม่เข้ามา ถ้าไม่เข้ามาก็จะดำเนินคดีตามกฎหมายอยู่ดี เพราะฉะนั้นอย่ามาบ่นว่าเข้าถึงแหล่งเงินทุนไม่ได้ ไม่ทั่วถึง ก็เพราะท่านไม่เข้ากติกาแล้วจะให้ผมทำอย่างไร

 

- เรื่องเงินทุนต่าง ๆ เรื่องการตลาด เรื่องแรงงาน เทคโนโลยีการผลิต การดีไซด์ การบริหารจัดการ การระบุข่าวสารทุกกิจกรรม รัฐก็ต้องเข้าไปอย่างเต็มที่ ข้าราชการทุกส่วนทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องจะต้องไปดูแลให้ครบวงจร ตั้งแต่ต้นทาง กลางทาง ปลายทาง ในเรื่องของการผลิตตั้งแต่ต้น การลดต้นทุนการผลิต การส่งเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันทั้งในประเทศและต่างประเทศ สร้างความเชื่อมโยงทั้งชุมชน จังหวัด ภูมิภาค วันนี้รัฐบาลได้มีการเตรียมการจัดตั้งตลาดกลางเพิ่มขึ้นในหลาย ๆ พื้นที่ เชื่อมโยงกับตลาดชุมชนและลดจำนวนการค้าขายชายแดน โดยกระทรวงมหาดไทย กระทรวงพาณิชย์กำลังดำเนินการอยู่ และรัฐบาลได้สั่งการให้รองนายกรัฐมนตรี (นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์)  เร่งดำเนินการให้ได้โดยเร็ว

 

- เรื่องการสร้างแรงจูงใจต่าง ๆ ผมคิดว่าเราจะต้องสร้างแรงจูงใจให้เขาเข้ามาในระบบให้ได้ทุกคน อย่าไปสร้างปัญหาใหม่เลย อย่าย้อนกลับไปตรงโน้นตรงนี้ ผมไม่อยากไปทำตรงนั้น นี่คือเรื่องการลงทุน เศรษฐกิจมีผลกระทบทั้งสิ้น ถ้าเข้ามาทันทีก็ไม่ต้องพูดเรื่องก่อนเรื่องอะไรก็แล้วแต่ ไปทำเรื่องหน้า ถ้าไม่ทำความผิด ทำไมจะต้องเริ่มย้อนไปย้อนมาอีก เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นมานานแล้ว คนที่อยู่ในกระบวนการก็เป็นธุรกิจขนาดเล็ก ขนาดย่อมทั้งสิ้น

 

- เรื่องมาตรการทางการเงินคงทราบแล้วว่า มีโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำที่ใช้เป็นเงินหมุนเวียนวงเงินรวมไม่เกิน หมื่นล้านบาท จะให้ธนาคาร สถาบันการเงินต่าง ๆ เข้ามาร่วมด้วย ได้มีการพูดคุยกับสถาบันการเงินเหล่านั้นแล้ว และตกลงกันว่าทำได้แบบนี้ ที่ผ่านมาบางทีรัฐบาลออกไปแล้วทำไม่ได้ เพราะยังไม่พูดคุยกันข้างล่าง วันนี้ได้เชิญให้รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังมาพูดคุยกัน ทุก Factor ว่าจะร่วมกันอย่างไร เป็นไปได้แค่ไหน ไม่อย่างนั้นนำออกไปแล้ว ประชาชนก็ให้เขาไม่ได้อีก

 

- อีกเรื่องหนึ่งคือเรื่องการค้ำประกันสินเชื่อโครงการ PGS-5 งเงินค้ำประกัน 1 แสนล้านบาท รายละไม่เกิน 40 ล้านบาทต่อสถาบันการเงิน  เรื่องของกระทรวงการคลัง มาตรการต่าง ๆ  ได้แก่ การลดอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับผู้ประกอบการ SMEs จากเดิมร้อยละ 15 หรือมากกว่า ให้เหลือร้อยละ 10 เพื่อบรรเทาภาระภาษีให้แก่ผู้ประกอบการ SMEs ในขณะนี้ และเพิ่มขีดความสามารถในการลงทุนของ SMEs ด้วย ช่วงแรกประมาณ ปี ที่ตั้งบริษัทขึ้นมา ขนาดเล็กยังไม่มีกำไร ต้องต่อสู้หาตลาด ถ้ารัฐไปช่วยเรื่องเงินทุน เรื่องค้ำประกัน ลดภาษีให้เขาก็จะแข็งแรงขึ้นไปเรื่อย ๆ และให้ความรู้เขามาก ๆ เรื่องการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับผู้ประกอบการ SMEs ายใหม่ (New Start-up) ก็ทำ ส่วนที่จะล้มอยู่แต่มีศักยภาพก็ไปช่วยเขาอีก ทุกอย่างรัฐบาลคิดทุกเรื่อง อันนี้รัฐบาลจะลดให้ 5 รอบ ระยะเวลาบัญชีต่อเนื่องกัน

 

- สำหรับเรื่องมาตรการสนับสนุนผ่านการร่วมลงทุน มีทั้งการจัดตั้งกองทุนร่วมลงทุน แห่งละ 2,000 ล้านบาท รวมจำนวน 6,000 ล้านบาท เพื่อร่วมลงทุนกับ SMEs ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการลงทุนที่เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย ทั้งนี้ รัฐบาลจะไม่สามารถช่วยเหลือหรือสนับสนุนธุรกิจที่ยังไม่เข้าสู่ระบบได้ – ไม่มีการลงทะเบียนของภาครัฐ ถ้าทุกคนให้ความร่วมมือก็จะมีการสร้างงานในท้องถิ่น  การกระจายรายได้ไปสู่ชุมชนมากขึ้น โดยรัฐบาลคาดว่า จะมีการลงทุนจะเพิ่มขึ้น ประมาณ 3,800 ล้านบาท และการบริโภคภาคเอกชน เพิ่มขึ้น 960 ล้านบาท ในอนาคต

 

- การประชุมคณะรัฐมนตรีในสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้รับรายงานสถานการณ์น้ำปัจจุบันจาก คณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) ที่ได้ชี้แจงว่า ในลุ่มน้ำและเขื่อนสำคัญต่าง ๆ  มีผลกระทบโดยตรงกับพี่น้องเกษตรกร ชาวนา เพราะฉะนั้นทุกคนก็รอว่ารัฐจะแจ้งเตือนอย่างไร จากการวิเคราะห์สถานการณ์ทั้งหมด ทั้งการปลูกข้าวนาปรังในช่วงปลายฤดูฝนปีนี้ และปีหน้า เนื่องจากเรามีน้ำต้นทุนที่ต่ำกว่าที่ควรจะเป็น ร้อยละ 10 – 20  เป็นพื้นที่ไป ฝนขาดช่วงและฝนตกนอกพื้นทีเขื่อนอีกด้วย  เพราะฉะนั้นก็ทำให้น้ำในเขื่อนหลัก ๆ ลดลงอย่างแน่นอน โดยรวมแล้วน้ำในเขื่อนหลักทั้ง  17 แห่ง ต่ำกว่าเกณฑ์ ร้อยละ 30 %  สมมุติว่ามีเกณฑ์ 100 ใช้แล้ว เหลือแค่ 30 ต้องใช้ต่อไปอีกน้ำอุปโภคบริโภค น้ำประปา น้ำเค็ม อะไรอีกมากมาย 

 

- เพราะฉะนั้นมีปัญหาแน่นอน นาปรังขอเตือนไว้เลย เขาจะออกมาตรการ เดี๋ยวมาโกรธผมอีก ถ้าไม่ได้ก็ทำไม่ได้ เสียหายมาอย่างไรก็ต้องเสียหาย ถ้าจะทำอย่างนั้น รัฐบาลจะไปหาทางว่าจะทำอย่างไรปรับเปลี่ยนอาชีพ ปรับเปลี่ยนการปลูกพืชก่อนได้ไหม พอน้ำดี แหล่งน้ำดี ฝนตกมา น้ำเพิ่มมากขึ้นก็กลับมาทำใหม่ก็ได้ แต่ตอนนี้ต้องไปทำอย่างอื่น ไปปลูกถั่ว ปลูกงา ฯลฯ ที่มีรายได้ ที่จะอยู่กินกันไปในช่วงนี้ที่น้ำแล้ง ต้องดูสถานการณ์ปีหน้าด้วย จะมีผลในเรื่องของการเพาะปลูกทั้งสิ้น ได้เร่งรัดให้กระทรวงมหาดไทย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงพาณิชย์เข้าไปดูแล ทั้งการผลิต ต้นทุนการผลิต Demand Supply เครื่องไม้เครื่องมือ และในส่วนของโซนนิ่งพื้นที่ ซึ่งดูในเรื่องของการตลาดด้วย ต้องมีการบริโภคกันเองในประเทศ ขายชายแดน และส่งประเทศไกล ๆ ด้วย ต้องแข่งกับเขาได้ ถ้าต้นทุนเราสูง ราคาก็สูง ลดราคาแข่งกับเขาไม่ได้ เสียหายอีก นี่ก็เป็นประเด็นสำคัญ

 

- สิ่งที่รัฐบาลทำเรื่องน้ำวันนี้ กำลังทำแหล่งเก็บกักน้ำเพิ่มเติม ในลักษณะแก้มลิง – ขนมครกบ้าง ใหญ่ ๆ คงทำยาก ก็ทำเล็ก ๆ ให้กระจายไปทุกจังหวัด ทุกพื้นที่ที่มีความแล้งซ้ำซากก่อน ที่เหลือก็จะทำต่อไปเรื่อย ๆ ทั้งในพื้นที่เขตชลประทาน และนอกเขตชลประทานต้องทำทั้งคู่ เพราะน้ำในเขื่อนน้อยลง ต้องพร้อมที่จะรองรับน้ำที่ใช้อุปโภคบริโภคด้วย

 

- สิ่งหนึ่งที่ผมมีแนวคิดเกิดขึ้นมา ผมอยากให้ประเทศไทยมีทะเลสาบขนาดใหญ่หรือแหล่งน้ำถาวร เพื่อการประมง เพื่อสร้างอาชีพรายได้ในพื้นที่ที่ใต้เขื่อนหรืออยู่ข้าง ๆ ลำน้ำสาขา ลำน้ำหลักที่ลงไปประเทศเพื่อนบ้าน เป็นแม่น้ำระหว่างประเทศ เราต้องมีการดักน้ำพวกนี้ไว้ก่อน เขื่อนปากมูลก็เช่นเดียวกัน ผมให้กำหนดอยู่ในขณะนี้ อันนั้นหลัก อันนั้นสาขา 30 แห่ง ทางด้านแม่น้ำโขง – ปากมูล ด้านนั้นก็จะมีการเก็บกักน้ำ  ผันน้ำไว้ใช้ก่อน ก่อนที่จะปล่อยลงไปข้างล่าง เพราะวันนี้ปากมูลทุกคนก็อยากจะทำประมง ผมก็ไม่ได้ขัดข้องเพียงแต่เราต้องหาทางเก็บน้ำไว้ได้อย่างไร ถ้าทำประมงต้องทำได้ อยากจะปล่อยน้ำก็ปล่อยได้ ที่เกินความจำเป็นก็เอาออกไป แต่เราก็ไม่ได้ไปปิดเขื่อนตลอดเวลา มีปัญหามาตลอดต้องแก้ให้ได้ 

 

- วันนี้เราให้ชาวนาประหยัดน้ำ เกษตรกรประหยัดน้ำแล้ว รัฐก็สั่งการไปแล้ว ที่ผ่านมาก็มีการใช้น้ำลดลงประมาณ 40% หลายหน่วยด้วยกัน 48% บางหน่วยก็ไปดูเรื่องก๊อกน้ำ ท่อที่รั่ว ๆ ด้วย ที่ผ่านมาอาจจะไม่ได้รับการเอาใจใส่หรือได้รับงบประมาณที่เพียงพอ ผมก็ให้ไปดูทั้งหมด รอบ การปลูกข้าวนาปรัง ข้าวรอบ ฤดูหน้าต้องระวัง พื้นที่ไหนที่ประกาศเตือน หรือประกาศห้ามก็ต้องระวังแล้วก็ไปหารัฐบาล ไปหาผู้ว่าราชการจังหวัด ไปหาส่วนจังหวัด ศูนย์เทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่ตั้งไว้ ไปหาที่ศูนย์บอกเขา “ผมจะทำอย่างไรดี ถ้าผมทำนาไม่ได้จะให้ทำอะไรดี” เขาก็จะให้ความรู้ท่าน ทั้งเรื่องการดูแลเมล็ดพันธุ์ เรื่องเงินทุน เรื่องปุ๋ย ฯลฯ ก็ร่วมโครงการกับเขา ถ้าท่านไม่ปรึกษาใคร ไม่ฟังใครเลย ก็เสียหายอยู่แบบนี้ แล้วรัฐบาลก็ต้องหาเงินไปอุดหนุนให้ท่าน ไม่ได้แล้ววันนี้ ทุกอย่างต่อเนื่องเชื่อมโยงกันไปหมด

 

- วันนี้มีงานระดับชาติ ใน ของโลก ในการจัดงานอัญมณีในประเทศไทยครั้งนี้ ผมไปเปิดงานมาเมื่อวันก่อน งานแสดงสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับ”(Bangkok Gem & Jewelry Fair 2015) ในห้วงที่ 10 -14 กันยายน 2558 ที่ ศูนย์ประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี ซึ่งที่ผ่านมาสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับ เป็นสินค้าส่งออกหลักของเรา บ้านเราก็มีหลายกิจกรรมด้วยกัน ทั้งการเกษตร อัญมณี สิ่งทอ อุปกรณ์ชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์ เป็นหลาย ๆ อย่างประกอบกัน ค้าขายกับต่างประเทศ เรื่องอัญมณีเรามีศักยภาพมาก  และสร้างรายได้เข้าประเทศทุกปี มีมูลค่าสูงมาก ใน เดือนแรกของปีนี้เราส่งออกมากเป็นลำดับที่ มูลค่า 196,420 ล้านบาท เพราะฉะนั้นการแสดงสินค้าครั้งนี้อยากให้ท่านไปดู วันก่อนผมได้รับรายงานว่ามีคนไปดูทุกวัน ๆ  มีคนมา Matching มีคนกลางมาทำสัญญากับร้านต่าง ๆ ที่จัดขึ้นมาเป็นร้อยกว่าร้านค้า ทั้งของไทย และต่างประเทศมาร่วมด้วย เป็นที่ยอมรับอัญมณีของเราติดอันดับ ใน ของโลก งานนี้คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมชมงานประมาณ 8,000 คน จาก 160 ประเทศทั่วโลก ครั้งก่อนเราจัดงานใหญ่ ๆ แบบนี้คือเรื่องของการอาหาร ครั้งนี้เป็นเรื่องของอัญมณี เห็นมีคนมามากมายวันที่ผมเปิดงาน (10 ก.ย. 58) ผมพูดคุยกับท่านนายกสมาคมว่าจบงานแล้วน่าจะมีมูลค่าการซื้อขายประมาณ 1.5 หมื่นล้านบาท ซึ่งเป็นงานที่น่าสนใจ

 

- อีกหนึ่งงานก็เป็นงานที่เกี่ยวกับเรื่องของเยาวชนไทยอายุระหว่าง 18 - 30 ปี คือ งาน “One Young World” จะเห็นได้ว่าทุกคนอยากมาเมืองไทย งานสำคัญ ๆ ก็มาเมืองไทย เราก็ต้องช่วยกันดูแลให้เกิดความปลอดภัย อย่าฝากอะไรกับใครไว้คนใดคนหนึ่ง หน่วยงานเท่านั้นไม่ได้ ทุกคนมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศในการสร้างความมั่นคง ปลอดภัยได้ทั้งหมด ในอนาคตด้วย

 

- ในปีนี้กรุงเทพมหานครได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพในการจัดการประชุม ถือเป็นครั้งแรกในทวีปเอเชีย อยากเชิญชวนเยาวชนที่สนใจเข้ามาร่วมกิจกรรม มีการจัดเวิร์คช็อปโครงการเพื่อสังคมกับศาสตราจารย์มูฮัมหมัด ยูนูส นายธนาคารผู้ก่อตั้งธนาคารกรามีน (GrameenBank) ผู้ริเริ่มแนวคิด "Microcredit" ด้วย ลองฟังเขาดู เขาประสบความสำเร็จมาแล้วในต่างประเทศ และทำให้กิจการเหล่านี้คือสู่สังคมเป็นธุรกิจเพื่อสังคมจริง ๆ ก็ทำให้เกิดความเข้มแข็งในชุมชน ในท้องถิ่นมากมาย ลองฟังเขาดู จะเกิดแนวคิดว่าอะไรที่เหมาะสมกับบ้านเราและจะทำอะไรได้บ้าง ก็ขอเชิญชวนให้ติดตาม ถ้าหากว่าเป็นไปได้ก็บันทึกว่าท่านพูดอะไรอย่างไร ก็สร้างการรับรู้ ออกสื่อไปบ้าง พิมพ์แจกจ่ายไปบ้าง ต้องให้คนได้เรียนรู้ อย่าให้ทุกคนมุ่งแต่จะอยู่ในเรื่องที่แก้ปัญหาไม่ได้เหมือนเดิม เป็นหนี้เป็นสิน และไม่มีการพัฒนาทางความคิด ไม่ได้ ท่านจะบอกว่าเขาลำบาก แล้วไปเติมอย่างอื่น ถ้าไม่เติมวันนี้น่าจะไปเติมเมื่อไหร่ วันนี้เขาออกไปหมดจะทำอย่างไร ใครจะทำให้เรากินให้เราทาน

 

- ปีที่ผ่านมามีผู้แทนเยาวชนไทยร่วมประชุมที่กรุงดับลิน ประเทศไอร์แลนด์ รวมทั้งหมด 41 คน โดยคุณ เพชรชมพู กิจบูรณะ ได้รับเลือกให้ขึ้นพูดบนเวที ในหัวข้อภาวะผู้นำและสถานการณ์บ้านเมือง(www.youtube.com/watch?v=I6GZ-xMDHgc)  การประชุมนี้จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 24 - 26 พฤศจิกายนนี้ และยังเปิดรับสมัครผู้ที่สนใจไปจนถึงวันที่ 13 กันยายนนี้ ขอให้ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมจากข้อมูลด้านล่างนี้ด้วย(สมัครผ่านทางออนไลน์ได้ที่www.oneyoungworld.com/thai-young-leaders หรือ ติดตามรายละเอียดได้ที่ www.facebook.com/oywbangkok)

 

- ผมอยากให้พี่น้องคนไทยทุกคนได้ร่วมใจกันให้การต้อนรับแขกต่างประเทศที่จะมาเยือนบ้านของเราด้วยรอยยิ้ม ไมตรีจิต และอัธยาศัยที่ดี และสร้างความปลอดภัยให้กับเขา เพื่อแสดงให้เห็นถึงวัฒนธรรมและความสามัคคีของคนไทยให้ชาวต่างชาติที่เขาเคยประทับใจ ให้เขาประทับใจมากขึ้นไปอีกเรื่อย ๆ ขอบคุณครับ ขอให้มีความสุขในวันหยุดราชการ สวัสดีครับ

 

สรุปสาระโดย: กลุ่มงานประชาสัมพันธ์ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  ข้อมูลจาก: เว็บไซต์รัฐบาลไทย   

 
ข่าวที่เกี่ยวข้อง :
» Infographic รายการคืนความสุขให้คนในชาติ วันศุกร์ที่ 6 พฤศจิกายน 2558
» สรุปสาระสำคัญ “รายการคืนความสุขให้คนในชาติ” วันศุกร์ที่ 13 พฤศจิกายน 2558 โดยพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี
» สรุปสาระสำคัญ “รายการคืนความสุขให้คนในชาติ” วันศุกร์ที่ 6 พฤศจิกายน 2558 โดย พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี
» สรุปสาระสำคัญ “รายการคืนความสุขให้คนในชาติ” วันศุกร์ที่ 30 ตุลาคม 2558 โดย พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี
» สรุปสาระสำคัญ “รายการคืนความสุขให้คนในชาติ” วันศุกร์ที่ 16 ตุลาคม 2558 โดย พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี
» สรุปสาระสำคัญ “รายการคืนความสุขให้คนในชาติ” วันศุกร์ที่ 9 ตุลาคม 2558 โดย พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี
» สรุปสาระสำคัญ “รายการคืนความสุขให้คนในชาติ” วันศุกร์ที่ 2 ตุลาคม 2558 โดย พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี
หน่วยงานในสังกัดกระทรวง
สำนักงานรัฐมนตรี สำนักงานปลัดกระทรวง กรมวิทยาศาสตร์บริการ สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ สถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ(องค์การมหาชน) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ(องค์การมหาชน) สำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน(องค์การมหาชน) สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร(องค์การมหาชน) สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ(องค์การมหาชน) สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์(องค์การมหาชน)

กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.)
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อการพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม สร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืน ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร
หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
โปรดแจ้งให้ทราบเพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป