พิเชฐ เปิดประชุมระดมความคิดเห็นการก่อตั้งสถาบันเทคโนโลยีเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนและการค้า

พิมพ์

 

 

     วันนี้ 21 สิงหาคม ณ โรงแรมสุโกศล พญาไท กรุงเทพฯ / ดร.พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมรับฟังความคิดเห็นสาธารณะต่อการจัดตั้งสถาบันเทคโนโลยีเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนและการค้า เพื่อรองรับกับการปรับเปลี่ยนทิศทางการทำการค้าระหว่างประเทศที่จะเน้นผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น โดยใช้องค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมมาเป็นเครื่องมือสำคัญในการติดตามผลกระทบกับสิ่งแวดล้อมตั้งแต่การผลิตวัตถุดิบ กระบวนการผลิต การขนส่ง จนถึงมือผู้บริโภค ในการนี้ ได้รับเกียรติจาก ดร.ทวีศักดิ์ กออนันตกูล  ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และผู้บริหารกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ พร้อมกับผู้แทนจากหลายหน่วยงานของภาครัฐและภาคเอกชน 
 
      รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ  กล่าวว่า ท่านนายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ให้ความสำคัญกับนวัตกรรม โดยอาศัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นปัจจัยหลักในการผลิตนวัตกรรมเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มกับสินค้าไทย ให้มีคุณภาพและมาตรฐานที่แข่งขันได้กับผลิตภัณฑ์จากนานาประเทศ อันนำไปสู่การพัฒนาประเทศที่ยั่งยืนและทำให้ประเทศไทยก้าวพ้นกับดักประเทศรายได้ปานกลาง ทั้งนี้ การจัดตั้งสถาบันเทคโนโลยีเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนและการค้านั้น จะช่วยสนับสนุนกระบวนการผลิตของประเทศไทยให้สามารถก้าวไปในทิศทางเดียวกันกับการผลิตสินค้าในตลาดโลกที่ต้องคำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น ปัจจัยในความสำเร็จของการพัฒนาจำเป็นต้องอาศัยความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ของภาคเอกชน และการสนับสนุนของภาครัฐที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งทั้งสองฝ่ายต้องประสานความร่วมมือกันอย่างเข้มแข็ง ในการรับฟังความคิดเห็นครั้งนี้ มีหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนจำนวนมากที่ให้ความสนใจ เช่น สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กรมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ สภาหอการค้า สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) บริษัท เครือเจริญโภคภัณท์ จำกัด บริษัท บางจากปิโตรเลียม จำกัด(มหาชน)  บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซีจี เคมิคอลล์ จำกัด บริษัท ยูนิลีเวอร์ จำกัด เป็นต้น
     ดร.พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ กล่าวทิ้งท้ายว่า กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ยังได้ดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาลในอีกหลายมาตรการเพื่อสนับสนุนให้ประเทศไทยมีการลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนาสู่เป้าหมาย 1 เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี โดยมีภาคเอกชนเป็นแกนหลักในการขับเคลื่อน อาทิ การเตรียมกำลังคนเพื่อรองรับการขยายตัวด้านการวิจัยและพัฒนาในภาคเอกชน, การอำนวยความสะดวกให้ภาคเอกชนเข้าถึงบริการของภาครัฐในการสอบเทียบ ทดสอบมาตรฐานและคุณภาพสินค้าในรูปแบบ One-Stop Service, โครงการทาเล้นท์ โมบิลิตี้ ซึ่งเป็นการเคลื่อนย้ายกำลังคนจากภาครัฐให้ไปทำงานในภาคอุตสาหกรรมเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคเอกชน เป็นต้น
 
ข่าวโดย : นางสาวชลธิชา แสงเทียนสุวรรณ
ถ่ายภาพและวีดิโอ : นางสุนิสา ภาคเพียร นาวงษ์, นายปราโมทย์ ป้องสุธาธาร
กลุ่มงานประชาสัมพันธ์ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
โทรศัพท์ 0 2333 3700 ต่อ 3727 - 3732  โทรสาร 0 2333 3834
อีเมลล์ : อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน