กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีภาษาไทยEnglish
หน้าหลัก ข่าวสารหน่วยงาน มว. แจงศักยภาพการตรวจวิเคราะห์สารหนูในข้าวของห้องปฏิบัติการในไทยมีมาตรฐานเชื่อถือได้ พร้อมพัฒนาการวัดเพื่อประกันคุณภาพลดการกีดกันทางการค้า

มว. แจงศักยภาพการตรวจวิเคราะห์สารหนูในข้าวของห้องปฏิบัติการในไทยมีมาตรฐานเชื่อถือได้ พร้อมพัฒนาการวัดเพื่อประกันคุณภาพลดการกีดกันทางการค้า

พิมพ์ PDF

     สถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ (มว.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  เร่งพัฒนาสารมาตรฐานเพื่อให้ห้องปฏิบัติการทดสอบในประเทศใช้สำหรับการยืนยันความถูกต้องของการวิเคราะห์ปริมาณสารหนูอนินทรีย์ในตัวอย่างข้าว ควบคู่ไปกับการวิเคราะห์ปริมาณสารหนูอนินทรีย์ในตัวอย่างข้าวจากหลายแหล่งผลิตในประเทศไทย .ยืนยันได้ว่าปริมาณสารหนูอนินทรีย์ที่ปนเปื้อนในข้าวไทยอยู่ในระดับที่ไม่เกินมาตรฐานของ Codex Alimentarius สนับสนุนการรายงานผลการวิเคราะห์การปนเปื้อนของสารหนูในข้าวของห้องปฏิบัติการ สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช)และ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ (วพ.)

     ในช่วงที่ผ่านมามีการเสนอข่าวการปนเปื้อน สารหนูอนินทรีย์ในข้าวไทยที่รายงานโดยนักวิจัยจากสหราชอาณาจักร ได้สร้างความตื่นตระหนกให้กับผู้บริโภคข้าวของประเทศไทยเป็นอย่างมาก และอาจกระทบต่อการส่งออกข้าวไทยในอนาคตหากมีการหยิบยกประเด็นข่าวนี้ขึ้นมาเพื่อกีดกันสินค้าข้าวจากประเทศไทย เหมือนกับที่เคยเกิดขึ้นกับการส่งออกกุ้ง เนื่องจาก สารหนูเป็นธาตุที่มีความเป็นพิษสูง  และก่อให้เกิดโรคต่าง ๆ เช่น เบาหวาน โลหิตจาง  โรคหัวใจ รวมถึงโรคมะเร็งในส่วนสำคัญต่าง ๆ ของร่างกาย เช่น  ผิวหนัง กระเพาะปัสสาวะ   ปอด  เป็นต้น     ซึ่งสารหนูที่พบในธรรมชาติแบ่งออกเป็นสารหนูอนินทรีย์และสารหนูอินทรีย์ หน่วยงานขององค์การอนามัยโลกจัดสารหนูอนินทรีย์เป็นสารก่อมะเร็งในมนุษย์  ในขณะที่สารหนูอินทรีย์ ซึ่งพบมากในสัตว์ทะเลเป็นรูปฟอร์มของสารหนูที่ไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย โดยหน่วยงานภาครัฐ (มกอช. และ วพ.)ได้ออกมาให้ความมั่นใจว่าปริมาณการปนเปื้อนของสารหนูอนินทรีย์ในข้าวไทยนั้น อยู่ในระดับที่ไม่เกินมาตรฐานของ Codex Alimentarius ที่กำลังจะประกาศในปี พ.ศ. 2559 (ข้าวขาวปริมาณไม่เกิน 0.2 มิลลิกรัม/กิโลกรัม และ ข้าวกล้องไม่เกิน 0.35 มิลลิกรัม/กิโลกรัม)

      พร้อมกันนี้ ห้องปฏิบัติการวิเคราะห์อนินทรีย์เคมี สถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ ได้ดำเนินการพัฒนาวิธีการตรวจวัดปริมาณสารหนูอนินทรีย์ในตัวอย่างชนิดต่างๆ ด้วยเทคนิคคู่ควบ HPLC-ICP-MS โดยทำการแยกรูปฟอร์มของสารหนูผ่านเครื่อง HPLC และเชื่อมต่อด้วยเครื่องตรวจวัด ICP-MS แบบออนไลน์ ซึ่งวิธีดังกล่าวสามารถรายงานผลการวัดในระดับที่มีความคลาดเคลื่อนไม่เกิน 8 % จัดเป็นก้าวแรกและเป็นก้าวที่สำคัญสำหรับงานวิเคราะห์รูปฟอร์มของธาตุในภูมิภาค    โดยห้องปฏิบัติการวิเคราะห์อนินทรีย์เคมี ยังได้เข้าร่วมเปรียบเทียบผลการวัดระหว่างประเทศ ในระดับมาตรวิทยาโลก เพื่อแสดงความสามารถในการวัดระดับสากล  พบว่าผลอยู่ในเกณฑ์ที่น่าพอใจ  ซึ่งวิธีการวิเคราะห์รูปฟอร์มสารหนูในข้าวนี้ จะสามารถนำไปใช้ในการให้ค่าอ้างอิงกับตัวอย่างสำหรับการทดสอบความชำนาญในภูมิภาคอาเซียนได้ รวมถึงอาจนำไปใช้ถ่ายทอดเทคนิคการวัดให้กับนักวิเคราะห์แก่หน่วยงานอื่น ๆ ที่สนใจอีกด้วย จากภารกิจด้านการวัดของ มว.ที่ผ่านมารวมไปถึงที่กล่าวมาข้างต้นจะเป็นเครื่องพิสูจน์ให้นานาชาติที่ต้องดำเนินกิจกรรมการซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้า เพื่อการอุปโภค บริโภค เกิดความมั่นใจ และยอมรับในผลการตรวจวัด วิเคราะห์ ของห้องปฏิบัติการในไทย เพื่อลดการกีดกันทางการค้า เพื่อป้องกันการปนเปื้อนของสารในชีวิตประจำวันให้มากที่สุด

 

ผู้เรียบเรียง/ผู้ประสานงาน นางสาววัชรีพร  กลิ่นขจร/นายประสิทธิ์ บุบผาวรรณา

สนับสนุนข้อมูลวิชาการ โดยฝ่ายมาตรวิทยาเคมีและชีวภาพ มว.

เบอร์โทรศัพท์ 025775100 ต่อ 4208/4226 และ  เบอร์แฟกซ์ 025772823

อีเมลล์ อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน

 
หน่วยงานในสังกัดกระทรวง
สำนักงานรัฐมนตรี สำนักงานปลัดกระทรวง กรมวิทยาศาสตร์บริการ สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ สถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ(องค์การมหาชน) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ(องค์การมหาชน) สำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน(องค์การมหาชน) สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร(องค์การมหาชน) สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ(องค์การมหาชน) สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์(องค์การมหาชน)

กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.)
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อการพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม สร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืน ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร
หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
โปรดแจ้งให้ทราบเพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป