กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีภาษาไทยEnglish
หน้าหลัก ข่าวสารหน่วยงาน กระทรวงวิทย์ฯ เปิดศูนย์CRDCเสริมแกร่งศูนย์วิจัยเอกชนไทย มาที่เดียวได้ครบ เผยบริษัทยักษ์ใหญ่ เอสเอ็มอี และต่างชาติแห่ร่วมลงทุน

กระทรวงวิทย์ฯ เปิดศูนย์CRDCเสริมแกร่งศูนย์วิจัยเอกชนไทย มาที่เดียวได้ครบ เผยบริษัทยักษ์ใหญ่ เอสเอ็มอี และต่างชาติแห่ร่วมลงทุน

พิมพ์ PDF

 


    วันที่ 10 สิงหาคม 2558 ดร.พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาตร์และเทคโนโลยี กล่าวระหว่างเป็นประธานเปิดตัวศูนย์ส่งเสริมและสร้างความเข้มแข็งให้ศูนย์วิจัยและพัฒนาของเอกชนไทย หรือ ศูนย์ CRDC ณ อาคารบัณฑิตวิทยาลัยวิศวกรรมศาสตร์นานาชาติสิรินธร ไทย-เยอรมัน (TGGS) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ





     ดร.พิเชฐ กล่าวว่า ในอนาคตจะมีกองทุนร่วมทุนโดยการดึงภาคเอกชนร่วมลงทุนกับภาครัฐสร้างนวัตกรรม เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนความคิดสร้างสรรค์และการสนับสนุนการสร้างนวัตกรรมเชิงธุรกิจ รวมไปถึงการเปิดโอกาสให้มีการนำนวัตกรรมไปสู่การพัฒนาประเทศ แต่จะต้องผ่านการรับรองมาตรฐานก่อน ขณะนี้กำลังดำเนินการเรื่องห้องปฏิบัติการทดสอบ ว่าอยู่ที่ไหนบ้าง ซึ่งอาจจะอยู่ในมหาวิทยาลัยจำนวนหนึ่ง และสุดท้ายกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ จะขออาสาเป็นกระทรวงแรกที่จัดทำ One Stop Service ของระบบ Testing ทั้งหลายให้เป็นตัวอย่าง และมีมหาวิทยาลัยจำนวนไม่น้อยที่ให้บริการเรื่องทดสอบมาตราฐานสินค้าผลิตภัณฑ์ด้วย และในอนาคตจะต้องมีมาตราการในการส่งเสริมห้องแลปของภาคเอกชนให้เพิ่มพูนมากขึ้น




     ดร.กิติพงค์ พร้อมวงศ์ รองเลขาธิการ สำงานคณะกรรมการนโนบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม (สวทน.) ในฐานะประธานที่ปรึกษาโครงการจัดตั้งศูนย์ CRDC กล่าวว่า ขณะนี้มีบริษัทใหญ่หลายแห่งนำร่องร่วมมือกับภาครัฐผ่านศูนย์ CRDC แล้ว อาทิ บริษัท Honda R&D Asia Pacific ได้นำเสนอความร่วมมือในการจัดตั้ง R & D Automotive Hub in Asia โดยใช้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางในการสร้างสรรค์รถยนต์สำหรับภูมิภาคเอเชีย บริษัท Ford Motor กำลังวางแผนให้เกิด Training center เพื่อพัฒนาบุลากรและให้ความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยในการพัฒนากำลังคนให้ตรงกับความต้องการภาคเอกชน ร่วมถ่ายทอดประสบการณ์ด้านยานยนต์ให้แก่บุคลากรในภาคการศึกษา บริษัท Western Digital Thailand ได้ร่วมมือกับภาครัฐในการจัดตั้งศูนย์วิจัยร่วมด้านอุตสาหกรรมฮาร์ดดิสก์ไดร์ฟกับมหาวิทยาลัย บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) มีแผนในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ปิโตรเลี่ยม ปิโตรเคมีและพลังงานทดแทนร่วมกับภาคการศึกษา ต่อยอดจากงานวิจัยของอาจารย์ในมหาวิทยาลัย
      นอกจากนี้ยังมีบริษัทต่างชาติให้ความสนใจในการทำความร่วมมือด้านการลงทุนศูนย์วิจัยขนาดใหญ่ผ่านศูนย์ CRDC เช่น บริษัท Robert Bosch ผู้ผลิตระบบน้ำมันเบนซิน ดีเซล ระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ยานยนต์ ที่จะเข้ามาลงทุนศูนย์วิจัยและพัฒนาในมหาวิทยาลัยเพื่อเชื่อมโยงเทคโนโลยีด้านวิศกรรมเครื่องกล ไฟฟ้าให้กับภาคการศึกษา นักศึกษาจะได้เรียนรู้จากการปฏิบัติงานจริง การปลูกฝังค่านิยมตลอดจนวัฒนธรรมการทำงานแบบมืออาชีพ เป็นการพัฒนากำลังคนเพื่อภาคเอกชนอย่างตรงจุด บริษัท Schaeffer Thailand บริษัทผลิตตลับลูกปืนและชิ้นส่วนในเครื่องยนต์ บริษัท Lockhead  Martin ซึ่งเป็นบริษัทชั้นน้ำระดับโลกด้านการบินและอวกาศ และบริษัท  JN Mechanics ซึ่งเป็นบริษัทผลิตเครื่องบินไร้คนขับ ทั้ง 2 บริษัทได้ให้ความสนใจในการร่วมพัฒนางานวิจัยในประเทศไทย




     ในด้านการให้การสนับสนุน SME ศูนย์ CRDC สามารถตอบโจทย์ความต้องการให้แก่ผู้ผลิตโดยไม่ต้องพึ่งพาการนำเข้าเทคโนโลยีจากต่างประเทศ เช่น บริษัทซีโกส (ประเทศไทย) ได้รับการสนับสนุนด้านการออกแบบและผลิตรถแข่งต้นแบบภายใต้แบรนด์ไทย บริษัทด้านโปรแกรมวิเคราะห์เพื่อจำลองสภาวะการเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงของรถยนต์ และการใช้อุโมงค์ลง บริษัท Metal  Fine (Thailand) ที่ศูนย์ CRDCกำลังประสานเพื่อพัฒนาการพ่นเย็นบนชิ้นงานโลหะ เพื่อให้เกิดวัสดุคุณภาพดี แข็งแรง ทนความร้อนสูง และยืดอายุชิ้นงานได้ บริษัท Exedy Friction Material ผู้ผลิตคลัทซ์รถจักรยานยนต์และรถยนต์เข้ารับการสนับสนุนการตั้งห้องแลปวิจัยทดสอบการรับแรงเสียดทาน บริษัทนาโนชิลด์ซึ่งกำลังดำเนินการวิจัยเรื่องการเคลือบผิวใบพัดสำหรับผลิตกระแสไฟฟ้าร่วมกับ กฟผ.และบริษัท ชวโชติ ซึ่งเป็นบริษัท SME ที่สามารถผลิตเตาอบอุณหภูมิสูงกว่าพันองศาเซลเซียส และ บริษัทชวโชติยังร่วมทำงานวิจัยกับบริษัท เอสวี นิททัน ในการผลิตตู้แช่แข็งลดอุณภูมิได้ถึงลบร้อยเก้าสิบองศาเซลเวียสเพื่อพัฒนาวัสดุคาร์ไบด์ในประเทศไทย โดยศูนย์ CRDCได้เป็นตัวกลางการประสานเครือข่ายระหว่างธุรกิจจนประสบความสำเร็จ
     “คาดว่าการลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนาโดยเอกชนที่ศูนย์ CRDC กำลังดำเนินการประสานงานจะสูงถึง 5,000 ล้านบาท ภายใน 5 ปี” ดร.กิติพงค์ กล่าว 
     ด้าน ดร.ธีรวุฒิ บุณยโสภณ ฮิการบดี มจพ. กล่าวยว่า ศูนย์ CRDC ยังเป็นที่บ่มเพาะบุคลากรด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีระหว่างมหาวิทยาลัยและภาคเอกชน อีกทั้งยังสร้างแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลงานนวัตกรรมให้แก่นักศึกษาอีกด้วย  
ทั้งนี้ โครงการดังกล่าว กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดย สวทน. ร่วมกับสำนักงานเลขานุการคณะกรรมการส่งเสริมกิจการอุทยานวิทยาศาสตร์ (สอว.) และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) โดยการเปิดศูนย์ครั้งนี้เพื่อให้บริการแบบ One Stop Solution มาที่เดียวได้ครบ ทั้งคำแนะนำด้านการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆจากผู้เชี่ยวชาญ  แหล่งเงินทุนงานวิจัย แรงงานและบุคลากรคุณภาพด้านวิทยาศาสตร์เครื่องมืออุปกรณ์สำหรับงานวิจัย รวมถึงความร่วมมือด้านการค้าและการตลาดจากกลุ่มธุรกิจ 

ที่มาข้อมูล : ฝ่ายประชาสัมพันธ์ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ 
ข่าวโดย : นางสาวชลธิชา แสงเทียนสุวรรณ
ถ่ายภาะและวีดิโอ : นายปราโมทย์ ป้องสุธาธาร, นายไววิทย์ ยอดประสิทธิ์
กลุ่มงานประชาสัมพันธ์ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
โทรศัพท์ 0 2333 3700 ต่อ 3727 - 3732  โทรสาร 0 2333 3834
อีเมลล์ : อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน
 

 

 
หน่วยงานในสังกัดกระทรวง
สำนักงานรัฐมนตรี สำนักงานปลัดกระทรวง กรมวิทยาศาสตร์บริการ สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ สถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ(องค์การมหาชน) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ(องค์การมหาชน) สำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน(องค์การมหาชน) สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร(องค์การมหาชน) สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ(องค์การมหาชน) สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์(องค์การมหาชน)

กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.)
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อการพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม สร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืน ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร
หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
โปรดแจ้งให้ทราบเพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป