กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีภาษาไทยEnglish
หน้าหลัก ข่าวสารหน่วยงาน พิเชฐ เล็งใช้ National Science Academy ต่อยอดสร้างเครือข่ายวิจัย ช่วยชาติในสถานการณ์ฉุกเฉิน

พิเชฐ เล็งใช้ National Science Academy ต่อยอดสร้างเครือข่ายวิจัย ช่วยชาติในสถานการณ์ฉุกเฉิน

พิมพ์ PDF

 

    วันนี้ 12 มิถุนายน 2558 เวลา 11.00 น. ดร.พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ได้รับเกียรติกล่าวบรรยาย เรื่อง "การพัฒนากำลังคนและงานวิจัยด้านวิทยาศาสตร์" ในการประชุมคณะบดีวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทย ครั้งที่ 3/2558 โดยมี ผศ.นพ. เฉลิมชัย บุญยะลีพรรณ อธิการบดี มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมประชุม การประชุมดังกล่าวมีคณะผู้บริหารจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านวิทยาศาสตร์ เข้าร่วมจำนวน 28 หน่วยงาน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อต้องการทราบถึงทิศทางและนโยบายของรัฐบาลซึ่งเป็นการนำมาเพื่อการผลิตบัณทิต การพัฒนากำลังคน และการสร้างสรรค์งานด้านการวิจัย ณ หอดนตรีและการแสดงอโศกมนตรี 2 อาคารนวัตกรรม มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ

    ดร.พิเชฐ กล่าวว่า ในปัจจุบัน มีประเทศต่างๆทั่วโลกให้ความสำคัญกับด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมากขึ้น  เนื่องจากจะส่งผลกระทบอย่างมากกับแรงงานในอนาคต  ขณะนี้หลายประเทศปรับเปลี่ยนกฎหมายและมาตรการต่าง ๆ เพื่อให้สอดคล้องคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป ยกตัวอย่างประเทศฝรั่งเศสเปลี่ยนกฎหมาย โดยจัดการเรียนการสอนเป็นภาษาอังกฤษให้ได้ ซึ่งเป็นปรากฎการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในอดีต  ประเทศสิงคโปร์ให้ทุนพร้อมสิทธิประโยชน์หลายประการกับนักวิจัย ในขณะที่ประเทศสหรัฐอเมริกาเปลี่ยนกฎหมายให้นักเรียนต่างชาติที่จบการศึกษาในสหรัฐอเมริกา สามารถทำงานต่อได้อีกปีครึ่ง เป็นต้น  ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นเรื่องการแย่งชิงกำลังคนที่มีคุณภาพ ที่มีความสามารถ ทั้งนี้กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจำหน้าที่เป็นข้อต่อเชื่อไปยังภาคเอกชน เพื่อเป็นพลังร่วม ไปสู่การพัฒนาประเทศในอนาคตต่อไป


    ผศ.นพ. เฉลิมชัย กล่าวถึง เหตุผลหลักในการปฏิรูปการศึกษามีอยู่ 2 ประการ ได้แก่ 1. ประเทศไทยลงทุนเพื่อการศึกษามากเป็นอันดับที่ 2 ของโลก แต่สัมฤทธิ์ได้ในระดับต่ำ 2.การศึกษาไทยไม่ตอบโจทย์สังคม ทั้งภาคการเกษตร ภาคธุรกิจ ภาคบริการ ภาคอุตสาหกรรม ภาคการวิจัยสร้างนวัตกรรม ทำให้ภาคการผลิตประสบปัญหา ขาดกำลังคนที่มีสมรรถนะ และไม่สามารถผลิตงานที่มีคุณภาพและมีมูลค่าทางเศรษฐกิจได้

      การปฏิรูปการศึกษาจะมีหน่วยงานหลักที่เกี่ยวข้องคือ

      1.รัฐบาล ซึ่งมีกระทรวงศึกษาธิการเป็นหลัก 2. สภานิติบัญญัติแห่งชาติซึ่งมีกรรมาธิการการศึกษาและกีฬาเป็นหลัก 3.สภาปฏิรูปแห่งชาติ ซึ่งมีกรรมาธิการการศึกษาและกีฬาเป็นหลั 4.กรรมาธิการร่าง

      ข้อสรุปเป็นที่ยุติจากการรับฟังความคิดเห็น  4  ภูมิภาค ของกรรมาธิการการศึกษาและอาชีวศึกษา  สภานิติบัญญัติแห่งชาติ

       1.ปรับปรุงหรือยกเลิก สมศ.

       2.จัดตั้งกระทรวงการอุดมศึกษา

       3.หาข้อยุติเรื่องสภาวิชาชีพกับสถาบันอุดมศึกษา

       4.การจัดการศึกษาระดับอุดมศึกษาควรเป็นเรื่องของสถาบันอุดมศึกษา 

      การร่างพรบ ระเบียบบริหารราชการ กระทรวงการอุดมศึกษา

       • สภาพปัญหาที่นำเข้ามาพิจารณาการร่างพรบ.มี 13 ประเด็นได้แก่

       -  ปัญหาเกี่ยวกับจำนวนสถาบันอุดมศึกษาทั้งของรัฐและเอกชน

       -  ปัญหาทางด้านคุณภาพในการจัดการศึกษาของสถาบันอุดมศึกษา

       - .ปัญหาบุคลากรที่จะทำหน้าที่ในสำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา (สกอ.) ไม่มีคุณภาพและประสิทธิภาพเท่าที่ควร

       -  ปัญหาเกี่ยวกับการประกันคุณภาพการศึกษาและการประเมินคุณภาพการศึกษา

        - ปัญหาเกี่ยวกับการวิจัยและพัฒนา (Research and Development)

        - ปัญหาเกี่ยวกับการงบประมาณ

        -  ปัญหาการกำกับดูแลประชาชนที่อยู่นอกวัยเรียนของสถาบันอุดมศึกษา

        -  ปัญหาการจัดการศึกษาของรัฐในกระทรวงหรือหน่วยงานอื่นนอกกระทรวงศึกษาธิการ

        - ปัญหาการบังคับใช้กฏหมายและการกำหนดบทลงโทษทางกฏหมายให้ชัดเจน

        - ปัญหาการเลือกนักศึกษาเข้าศึกษาต่อในสถาบันอุดมศึกษา

        - ปัญหาเรื่องทุนการศึกษา

        - ปัญหาเกี่ยวกับการกำหนดยุทธศาสตร์ของคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.)

      - ปัญหาเกี่ยวกับระบบและกลไกในการควบคุมที่ต้องมีความพอเหมาะพอดี

  ประเด็นสำคัญในการปฏิรูปการอุดมศึกษาและการอาชีวศึกษา

       การสร้างพลเมืองคุณภาพเพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน

        ครูและบุคลากรทางการศึกษา

        การจัดการเรียนรู้

        การมีส่วน  การเพิ่ม  การกระจายโอกาสและคุณภาพ  การลดความเหลื่อมล้ำ

        การบริหารจัดการ  งบประมาณและทรัพยากร

       สื่อการเรียนรู้และระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการสื่อสาร(ระบบICT)

       หลักสูตรการเรียนรู้ 


 

ข่าวโดย : นางสาวชลธิชา แสงเทียนสุวรรณ

ถ่ายภาพและวีดิโอ : นายไววิทย์ ยอดประสิทธิ์ , นางสาวสุนิสา ภาคเพียร นาวงษ์

กลุ่มงานประชาสัมพันธ์

สำนักงานปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

โทรศัพท์ 0 2333 3700 ต่อ 3727 - 3732  โทรสาร 0 2333 3834

e-mail :     

อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน

Facebook : sciencethailand

 

 
หน่วยงานในสังกัดกระทรวง
สำนักงานรัฐมนตรี สำนักงานปลัดกระทรวง กรมวิทยาศาสตร์บริการ สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ สถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ(องค์การมหาชน) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ(องค์การมหาชน) สำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน(องค์การมหาชน) สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร(องค์การมหาชน) สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ(องค์การมหาชน) สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์(องค์การมหาชน)

กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.)
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อการพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม สร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืน ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร
หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
โปรดแจ้งให้ทราบเพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป