กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีภาษาไทยEnglish
หน้าหลัก ข่าวสารหน่วยงาน รมว.วท. กล่าวปาฐกถาพิเศษ ในหัวข้อเรื่อง นโยบาย วทน. เพื่อการปฏิรูปประเทศ

รมว.วท. กล่าวปาฐกถาพิเศษ ในหัวข้อเรื่อง นโยบาย วทน. เพื่อการปฏิรูปประเทศ

พิมพ์ PDF

 

      วันนี้ (14 มกราคม 2558)  เวลา 13.30 น.ดร.พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ ได้รับเกียรติให้เป็นประธานและกล่าวปาฐกถาพิเศษ ในหัวข้อเรื่อง “นโยบาย วิทยาศาสตร์เทคโนโลยี และนวัตกรรมเพื่อการปฏิรูปประเทศ” โดยมี รศ.ดร.คุณหญิงสุมณฑา พรหมบุญ ประธานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) พร้อมด้วยคณะกรรมการการอุดมศึกษา ร่วมรับฟังการปาฐกถาดังกล่าว เพื่อให้คณะกรรมการการอุดมศึกษาได้ทราบถึงความคืบหน้าถึงแนวคิดเรื่องการพัฒนาวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรม (วทน.)   เพื่อการปฏิรูปประเทศแบบก้าวกระโดด ณ ห้องประชุมศาสตราจารย์วิจิตร ศรีสอ้าน ชั้น 5 สำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษา (สกอ.)

 

นโยบายรัฐบาลเพื่อการสนับสนุนวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม ได้แก่

     - เพิ่มการลงทุนด้าน วทน. เป็น  1% ของ GDP และเพิ่มสัดส่วนของการลงทันระหว่างภาครัฐและเอกชน

     - ปฏิรูประบบบริหารจัดการ วทน. เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการสร้างความเชื่อมโยงกับภาคเอกชน

     - เร่งการพัฒนากำลังคนวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมผ่านมาตรการต่างๆ เช่น STEM, Talent Mobility, Work - integrated Leaning, iTap และการพัฒนากำลังจะต้องควบคู่ไปกับการพัฒนาภาคการผลิต

     - ปฏิรูประบบการให้แรงจูงใจ กฎหมาย กฏระเบียบเพื่อสนับสนุนการใช้ประโยชน์งานวิจัยและทรัพย์สินทางปัญญาสู่เชิงพาณิชย์

     - กำหนดเงื่อนไขให้มีการลงทุนใน วทน. ของการลงทุนในโครงการขนาดใหญ่ (Mega Projects) ช่วยลดการนำเข้าเทคโนโลยี พึ่งพาเทคโนโลยีของตนเองมากขึ้น ซึ่งจะเปิดโอกาสให้ภาคการผลิตของไทยเข้ามามีส่วนร่วมมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง โครงการระบบราง โครงการด้านพลังงาน และโครงการด้านบริหารจัดการน้ำ

      - กำหนดเงื่อนไขของการจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐให้เป็นเครื่องมือส่งเสริมนวัตกรรมในภาคอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ของประเทศ

      - พัฒนาและปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน วทน. ของประเทศ เพื่อสนับสนุนการทำวิจัยและพัฒนาและพัฒนาสู่เชิงพาณิชย์ เช่น ระบบ ICT, ห้องปฏิบัติการ ศูนย์วิจัย ฯลฯ

 

       ดร.พิเชฐ กล่าวถึง เหตุผลที่ต้องปฏิรูป วทน.  ของประเทศ คือ1.) วทน.  เป็น accelerator ให้ประเทศไทยออกจากกลุ่มประเทศที่มีรายได้ปานกลางได้ ในระยะเวลาไม่นานเกิน  2.) ประเทศไทยมีโจทย์ทางเศรษฐกิจและสังคมจำนวนมากที่ต้องการทางออก (Solution) ใหม่ๆ ที่ต้องใช้ วทน. 3.) ประเทศไทยยังมีจุดแข็งหลายอย่างที่สามารถเป็นฐานสำหรับการพัฒนาแบบก้าวกระโดดได้หากจัดระบบ วทน. เข้าหนุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ 4.) ระบบนวัตกรรมแห่งชาติของประเทศไทยมีข้อจำกัดในการดำเนินการให้เกิดประสิทธิผลทั้งในเชิงโครงสร้างและเชิงกลไกล

 

UNCTAD STI Policy Review (2014)

  -   Government Policy/Initiatives :  มีการออกแบบนโยบายและแผน วทน. ไว้อย่างดี แต่มีปัญหาอย่างมากในการขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าวสู่ภาคปฏิบัติ อุปสรรคที่สำคัญคือ  โครงสร้างการกำกับและการบริหารจัดการดูแล วทน.(governance structure) และการขาดยุทธศาสตร์และเป้าหมายในการขับเคลื่อน

- Innovation  Climate and Trends (ecosystem):

     -     มหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัยของรัฐส่วนใหญ่ขาดการเชื่อมโยงและการทำงานร่วมกับภาคอุตสาหกรรม

     -     องค์กรกลางยังมีบทบาทจำกัดในการส่งเสริมพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม ยกเว้นกรณีของสถาบัน HDD

      -    มีบริษัทที่เป็น technology – based firms จำนวนน้อย และระบบสนับสนุน  technology start-ups  มีจำกัด

   -  Innovation Promotion Scheme :  มีโปรแกรมการสนับสนุนทางเงินแก่ SMEs และการสร้างนวัตกรรมอยู่จำนวนหนึ่ง เช่น โครงการคูปองนวัตกรรม โครงการ  iTAP  และอื่นๆ อย่างไรก็ตาม โปรแกรมเหล่านี้มีลักษณะกระจัดกระจายเป็นส่วนเล็กๆและขาดการเชื่อมโยงบูรณาการกัน ส่งผลให้โปรแกรมสนับสนุนนวัตกรรมเหล่านี้ ไม่ส่งผลกระทบต่อการพัฒนาเทคโนโลยีและขีดความสามารถทางการแข่งขันของประเทศแต่อย่างใด


 

     -  R&D Programs:   ระบบสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาการจัดโครงสร้างที่ดี แม้จะมีโปรแกรมสนับสนุนอยู่มาก แต่ขนาดของโครงการและเม็ดเงินที่สนับสนุนเล็กน้อยเกินไป นอกจากนี้ ไม่มีการจัดลำดับความสำคัญ  และไม่มีระบบติดตามและประเมินผลการให้ทุนวิจัยและพัฒนาที่มีประสิทธิภาพ

   -    Human Resources, education and colture :

        -     บุคลากรด้าน  วทน.  ไม่เพียงพอ คุณภาพไม่สูง

        -     ขาดการส่งเสริมทักษะด้าน entrepreneurial and innovation

        -     นักเรียนที่จบจากสถาบันอาชีวศึกษามีประมาณและคุณภาพไม่เพียงพอต่อความต้องการของภาคอุตสาหกรรม

         -    สื่อการเรียนรู้การสอนและคุณภาพครูยังต้องได้รับการพัฒนาและยกระดับอีกมาก

 

         ทั้งนี้ ดร. พิเชฐ ได้กล่าวทิ้งท้ายว่า”วิทยาศาสตร์ไม่ได้อยู่ที่กระทรวงวิทยาศาสตร์ที่เดียว แต่วิทยาศาสตร์อยู่ที่ตัวเราทุกคน และอยู่กับทุกกระทรวงและวิทยาศาสตร์นอกเหนือจากคำว่าวิทยาศาสตร์แล้ว วิทยาศาสตร์จะต้องเป็นข้อต่อ ให้กับการพัฒนาประเทศไทยต่อไปด้วย

 

 

เขียนข่าวโดย : นางสาวชลธิชา แสงเทียนสุวรรณ

ภาพข่าวและวีดิโอ : นายปราโมทย์ ป้องสุธาธาร, นายรัฐพล หงสไกร

กลุ่มงานประชาสัมพันธ์ สบ.

 
ข่าวที่เกี่ยวข้อง :
» “กิติพงค์” ถอดรหัสประเทศไทย แนะนวัตกรรมแห่งอนาคตปูทางสู่ไทยแลนด์ 4.0
» รมว.วท.เปิดงานประชุมวิชาการ “RRI Congress ครั้งที่ 2”พร้อมแสดงปาฐกถาพิเศษเรื่อง “นวัตกรรมขับเคลื่อนเครษฐกิจเพื่ออนาคต”
» ก.วิทย์ฯ จัดประชุม “G-map : ระบบฐานข้อมูลเชิงภูมิศาสตร์” ติดตามผลการพัฒนาพื้นที่จังหวัดด้วย วทน.
» กระทรวงวิทย์ฯ แจงขีดความสามารถการแข่งขันไทยขึ้นอันดับ 28 สถิติการใช้เน็ตนำโด่งเล่นโซเชียลติดเกมส์ ห่วงแรงงานด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีขาดแคลน
» เมืองนวัตกรรมอาหาร (Food Innopolis) 28 พฤษภาคม 2559
» เมืองนวัตกรรมอาหาร (Food Innopolis) 28 พฤษภาคม 2559
» ตัวแทนโปรตุเกสเข้าพบรมว.วท. พร้อมหารือผลักดันความร่วมมือด้าน วทน.
หน่วยงานในสังกัดกระทรวง
สำนักงานรัฐมนตรี สำนักงานปลัดกระทรวง กรมวิทยาศาสตร์บริการ สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ สถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ(องค์การมหาชน) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ(องค์การมหาชน) สำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน(องค์การมหาชน) สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร(องค์การมหาชน) สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ(องค์การมหาชน) สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์(องค์การมหาชน)

กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.)
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อการพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม สร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืน ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร
หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
โปรดแจ้งให้ทราบเพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป