ก.วิทย์ฯ บูรณาการ ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคงอาหารจังหวัดสงขลา

พิมพ์

         กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการ การบูรณาการวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคงอาหารจังหวัดสงขลา เพื่อขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคงอาหารจังหวัดสงขลา ให้เป็นรูปธรรมภายใต้หลักการพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยมี ดร.สุทธิเวช  ต.แสงจันทร์  หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  เป็นประธานในพิธีเปิดฯ และนายพิรสิญจ์  พันธุ์เพ็ง  รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ให้การต้อนรับและกล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมประชุม  ณ โรงแรม บีพี สมิทหลา บีช รีสอร์ท สงขลา จังหวัดสงขลา เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2557

         ดร.สุทธิเวช  ต.แสงจันทร์  หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เปิดเผยว่า จากนโยบายการพัฒนาประเทศมุ่งเน้นใช้ฐานความรู้ทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม เป็นเครื่องมือขับเคลื่อนเศรษฐกิจโดยนำงานวิจัยและพัฒนาผสมผสานเข้ากับองค์ความรู้พื้นฐานและภูมิปัญญาดั่งเดิม  เพื่อต่อยอดไปสู่การพัฒนาสินค้า สร้างมูลค่าเพิ่มในกระบวนการผลิตและบริการ  ตลอดจนการบริหารจัดการทรัพยากรของประเทศได้อย่างยั่งยืน ทำให้นโยบายด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม (วทน.) มีบทบาทสำคัญยิ่งต่อมิติการขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชน  เพื่อยกระดับมาตรฐานการพัฒนาท้องถิ่นให้มีศักยภาพ และดำรงชีวิตอย่างมีคุณภาพ ตลอดจนก้าวสู่การเป็นประเทศที่พัฒนาด้วยรากฐานของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอย่างแท้จริง  กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ พร้อมที่จะขับเคลื่อนภารกิจกับทุกภาคส่วนในภูมิภาคของประเทศ โดยผ่านกลไกการเชื่อมโยงของศูนย์ประสานงานกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ประจำภาค ภาคใต้ (ศวภ.3) ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่กระทรวงได้จัดตั้งหน่วยประสานงานระดับภูมิภาคนำร่อง 4 ภาค ตามมติ ครม. และเริ่มปฏิบัติภารกิจในพื้นที่ เมื่อปี 2556 โดยกำหนดให้ศูนย์ประสานงานฯ ทำหน้าที่ประสานงานการนำองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม มาสนับสนุนยุทธศาสตร์แผนงานการพัฒนาจังหวัด/กลุ่มจังหวัด ซึ่งจะช่วยให้หน่วยงานต่างๆ ของกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ได้มีโอกาสเข้าถึง รับทราบปัญหาความต้องการตลอดจนทิศทางการพัฒนาของจังหวัดได้มากยิ่งขึ้น

         หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ เปิดเผยอีกว่า การทำงานที่จะทำให้การพัฒนาด้านอาหารของจังหวัดสงขลา เป็นรูปธรรม จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง จะสร้างรายได้ และเกิดความมั่นคง ซึ่งเป็นนโยบายของกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ที่จะนำเอาองค์ความรู้มาพัฒนาภาคส่วนต่างๆ โดยเฉพาะประชาชน เพื่อสร้างเศรษฐกิจที่ยั่งยืน  การที่จังหวัดสงขลาให้ความสำคัญกับกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ซึ่งได้ทำงานร่วมกับมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ จนทำให้ได้แผนพัฒนาอาหารขึ้น เราจะต้องพิจารณาการใช้เทคโนโลยีในการไปช่วยเพิ่มมูลค่าของสินค้าให้เหมาะสม  เกิดผลประโยชน์ที่ดีและสามารถสร้างตลาด ซึ่งผมหวังว่าจะช่วยจังหวัดสงขลาได้  หลายจังหวัดยังไม่ได้นำเอาวิทยาศาสตร์ไปใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่ การแก้ปัญหาอย่างแท้จริง เราต้องรู้ว่าปัญหาของจังหวัดคืออะไร  แล้วจึงนำวิทยาศาสตร์มาใช้ในการแก้ปัญหา  และจากการที่หน่วยงานในสังกัดกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ได้มาแสดงผลงานนิทรรศการในวันนี้ จะทำให้ท่านได้เห็นว่ามีเทคโนโลยีอะไรที่จะตอบสนองความต้องการ ตอบปัญหาของจังหวัดได้ ซึ่งการที่จะนำเทคโนโลยีมาช่วยเหลือสนับสนุนจำเป็นต้องใช้งบประมาณ เมื่อบูรณาการกันแล้วงบประมาณอาจจะเป็นของ อบจ. อบต. สนับสนุนในบางส่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเทคโนโลยีที่เป็นเครื่องจักร

           ด้าน นายพิรสิญจ์  พันธุ์เพ็ง  รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา กล่าวว่า จังหวัดสงขลา มีความสมบูรณ์ที่จะเป็นศูนย์กลางทางอาหาร โดยตอนกลางไปทางเหนือ เหมาะกับการปลูกข้าว  ตอนกลางเหมาะกับการปลูกข้าวและผลไม้  ส่วนตอนล่างเป็นภูเขาต้นน้ำ จังหวัดสงขลา มีศักยภาพเพียงพอในอันที่จะพัฒนาทางด้านอาหาร ซึ่งวิทยาศาสตร์จะช่วยในการลดต้นทุน และลดแมลงที่จะมาทำลายผลผลิต ผมหวังว่ากระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ จะมาให้ความรู้กับพวกเราอย่างต่อเนื่องในพื้นที่ต่างๆ ด้วย

         ด้าน นายนิตยา  พัฒนรัชต์  ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมและถ่ายทอดเทคโนโลยี สำนักงานปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ เปิดเผยว่า  การประชุมวันนี้ เกิดจากความร่วมมือระหว่างศูนย์ประสานงานกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ประจำภูมิภาค (ศวภ.3) สำนักงานจังหวัด และสถาบันการจัดระบบสุขภาพมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ซึ่งทั้ง 3 ภาคส่วนมีบทบาทภารกิจในองค์ประกอบคณะทำงานยกร่างยุทธศาสตร์ระบบอาหารจังหวัดสงขลา กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ เล็งเห็นศักยภาพและความต้องการพัฒนาของจังหวัดสงขลาในประเด็นดังกล่าวข้างต้น  จึงยินดีร่วมมือสนับสนุนองค์ความรู้และเทคโนโลยี เพื่อขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคงอาหารจังหวัดสงขลา ให้เป็นรูปธรรมภายใต้หลักการพื้นฐานด้นวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยได้รับความร่วมมืออย่างดีจากหน่วยงานภายใต้กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ทั้ง 14 หน่วยงาน ที่จะมาร่วมแลกเปลี่ยนความรู้และนำผลงานวิจัยและพัฒนาที่เป็นประโยชน์มาจัดนิทรรศการ พร้อมนักวิจัย นักวิทยาศาสตร์ ยินดีให้คำปรึกษา นอกจากนี้ ได้เชิญอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคใต้ และสถาบันการศึกษา คลินิกเทคโนโลยีเครือข่ายกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ในภาคใต้ร่วมจัดนิทรรศการ อาทิ คลินิกเทคโนโลยีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย สงขลา คลินิกเทคโนโลยีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ สงขลา  คลินิกเทคโนโลยีมหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา คลินิกเทคโนโลยีมหาวิทยาลัยทักษิณ สงขลา และคลินิกเทคโนโลยีมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา

         สำหรับกิจกรรมในการประชุมฯ ประกอบด้วย การนำเสนอ "กรอบยุทธศาสตร์การจัดการด้นอาหารของประเทศไทย" โดย นายชายกร  สินธุสัย  ผู้เชี่ยวชายจากสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงวิทยาศาสตร์ การนำเสนอแนวทาง "ยกร่างยุทธศาสตร์ระบบอาหารจังหวัดสงขลา" โดย ผศ.ดร.พงค์เทพ  สุธีรวุฒิ  ผู้อำนวยการสถาบันการจัดการระบบสุขภาพ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ประธานคณะทำงานยกร่างยุทธศาสตร์ระบบอาหารจังหวัดสงขลา  และการประชุมกลุ่มย่อยเพื่อระดมความคิดเห็นและความต้องการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสนับสนุนการพัฒนาด้านความมั่นคงอาหาร 4 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มที่ 1 การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตข้าว  กลุ่มที่ 2 การจัดการทรัพยากรน้ำเพื่อการเกษตร กลุ่มที่ 3 การผลิตปุ๋ยเพื่อลดต้นทุนการเพาะปลูกให้เกษตรกร และกลุ่มที่ 4 การเพิ่มมูลค่าและความปลอดภัยของอาหารแปรรูป  ระหว่างผู้เข้าร่วมประชุมกับผู้แทนกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ เพื่อนำข้อมูลที่ได้ไปผลักดันและขับเคลื่อนแผนงานการพัฒนาด้านความมั่นคงอาหารจังหวัดสงขลาให้เป็นรูปธรรมต่อไป


 

ผู้เขียนข่าว : นายปราโมทย์  ป้องสุธาธาร  กลุ่มงานประชาสัมพันธ์

ถ่ายภาพ : นายไววิทย์  ยอดประสิทธิ์  นายรัฐพล  หงสไกร