กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีภาษาไทยEnglish
หน้าหลัก ข่าวสารหน่วยงาน เปิดตัวเครื่องอัดแท่งเชื้อเพลิงชีวมวล กระทรวงวิทย์ฯ หวังแก้ปัญหาลำไยค้างสต็อก ปี 2546 – 2547

เปิดตัวเครื่องอัดแท่งเชื้อเพลิงชีวมวล กระทรวงวิทย์ฯ หวังแก้ปัญหาลำไยค้างสต็อก ปี 2546 – 2547

พิมพ์ PDF

(30 มิถุนายน 2552) ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี พร้อมด้วยนายวีระพงษ์ แพสุวรรณ รองปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และนายณรงค์ สกุลศิริรัตน์ อุปนายกสมาคมเครื่องจักรกลไทย ร่วมแถลงข่าวเปิดตัวเครื่องอัดแท่งชีวมวล มั่นใจช่วยแก้ปัญหาลำไยอบแห้งค้างสต็อก ปี  2546 – 2547 กว่า 46,000 ตัน โดยการรีไซเคิลเป็นเชื้อเพลิงชีวมวล ขายเอาเงินเข้ารัฐบาลไม่น้อยกว่า 30 ล้าบาท เตรียมลงนามความร่วมมือกับกระทรวงเกษตรฯ หาก ครม. เห็นชอบ

 

 

 

 
 

 

            ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ กล่าวว่า หลังจากมอบหมายให้ นายวีระพงษ์ แพสุวรรณ รองปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ เป็นผู้แทนเข้าร่วมประชุมกับคณะกรรมการบริหารจัดการและทำลายลำไยอบแห้งปี 2546 / 2547  เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2552 จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นประธาน ซึ่งจากการประชุมดังกล่าว กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ได้เสนอโครงการรีไซเคิลลำไยค้างสต็อก โดยนำไปเป็น พลังงานชีวมวล หรือเชื้อเพลิงแท่งตะเกียบ สามารถเพิ่มมูลค่าให้กับลำไยเน่าเสีย โดยใช้เทคโนโลยีโครงการวิศวกรรมย้อนรอยของกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ซึ่งที่ประชุมคณะกรรมการฯ ส่วนใหญ่เห็นด้วยกับแนวทางดังกล่าว และขณะนี้กระทรวงเกษตรฯ กำลังดำเนินการสรุปเสนอต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ เพื่อพิจารณาถึงความเป็นไปได้ที่จะให้กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ดำเนินการ

            รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ยังกล่าวถึงเหตุผลของการอาสานำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ช่วยแก้ปัญหาในครั้งนี้ ว่า “กระทรวง วิทยาศาสตร์ฯ มีผลงานวิจัยและพัฒนาที่เป็นประโยชน์กับประชาชนและประเทศชาติจำนวนมาก โดยเฉพาะการสนับสนุนผู้ประกอบการไทยให้พัฒนาเครื่องจักร (อัดแท่งชีวมวล) ที่มีศักยภาพในการแปรรูปแบบชีวมวลต่างๆ ทำเป็นเชื้อเพลิงแท่งตะเกียบ หรือที่เรียกว่า Wood Pellet ได้เป็นผลสำเร็จชีวมวลที่อัดแท่งแล้ว สามารถนำกลับไปใช้เป็นเชื้อเพลิงในภาคเกษตรและอุตสาหกรรม ดังนั้น หากนำเครื่องจักรอัดแท่งชีวมวลไปในการรีไซเคิล ซึ่งเป็นประเด็นปัญหาอยู่ขณะนี้ ก็จะสามารถสร้างมูลค่าเพิ่ม โดยผลิตเป็นเชื้อเพลิงแท่งตะเกียบไปใช้ในภาคการเกษตรและอุตสาหกรรมภาคเหนือ ได้ ทั้งยังเป็นการลดปัญหามลภาวะทางสิ่งแวดล้อมอีกด้วย นอกจากนี้ ยังเป็นการใช้ประโยชน์จากเครื่องอัดแท่งชีวมวลที่ได้รับสนับสนุนการพัฒนา จากกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ให้สามารถแก้ปัญหาของประเทศ ลดปัญหาการนำลำไยค้างสต็อกมาปลอมปนกับลำไยที่จะออกในฤดูกาลใหม่ อีกทั้งลดงบประมาณของรัฐที่ต้องจ่ายเป็นค่าฝากลำไยไว้ในโกดัง

            ด้านนายวีระพงษ์ แพสุวรรณ รองปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ เปิดเผยว่า กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ได้เตรียมขั้นตอนวิธีการไว้เบื้องต้น โดยจะจัดตั้งทีมงานดำเนินการร่วมกับศูนย์วิจัยพลังงานชีวมวล มหาวิทยาลัยเชียงใหม่และสมาคมเครื่องจักรกลไทยพร้อมทั้งประสานงานกับคณะ กรรมการบริหารจัดการลำไยฯ ของกระทรวงเกษตรฯ เพื่อร่วมมือในส่วนที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ จะเริ่มตั้งแต่การนำลำไยค้างสต็อกออกจากโกดัง จำนวน 46,800 ตัน ผ่านกระบวนการบดกึ่งหยาบและบดละเอียดหน้าโกดังสามารถดำเนินการได้วันละ 40 ตัน ( 5 ตัน / ชม. วันละ 8 ชม.) ใช้เวลาประมาณ 3 เดือน จากนั้นนำลำไยที่บดแล้วเข้าสู่เครื่องอัดแท่งชีวมวล มีกำลังการผลิต 9 ตัน / ชม. ผลิตได้วันละ 216 ตัน ซึ่งขณะนี้มีเครื่องอยู่จำนวน 3 ชุด คาดว่าใช้เวลาประมาณ 6 เดือน จะได้เชื้อเพลิงอัดแท่งประมาณกว่า 20,000 ตัน สำหรับขั้นตอนการนำไปจำหน่ายนั้น ภาคเอกชนที่รับดำเนินการสามารถนำเชื้อเพลิงอัดแท่งไปขายให้กับ กลุ่มเกษตรกรเตาอบลำไย โรงงานเซรามิก ไฟฟ้า โรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งขายในราคาตันละ 1,500 บาท เป็นเงินไม่น้อยกว่า 30 ล้านบาท”

              ด้านนายณรงค์ สกุลศิริรัตน์ อุปนายกสมาคมเครื่องจักรกลไทย ซึ่งได้รับสนับสนุนจากกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ให้ดำเนินการพัฒนาสร้างเครื่องจักรอัดแท่งชีวมวล เมื่อปี 2551 เปิดเผยว่า สมาคม ได้รับโอกาสกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ มาตั้งแต่ปี 2549 ใน การพัฒนาเครื่องจักรกลโดยฝีมือคนไทย ช่วยให้ผู้ประกอบการไทยลดการนำเข้าเครื่องจักรจากต่างประเทศเป็นจำนวนมาก สามารถสร้างงาน สร้างรายได้ให้กับแรงงานไทยที่อยู่ในภาคการผลิต ซึ่งโครงการวิศวกรรมย้อนรอยทางหนึ่งที่จะช่วยพัฒนาประเทศให้ก้าวหน้า และมั่นใจว่าหากได้นำเครื่องจักรอัดแท่งชีวมวลไปใช้ในกระบวนการแปรรูปลำไย จะสร้างความเชื่อมั่นและความพึงพอใจให้แก่เกษตรกรในภาคเหนือได้  โดย เชื้อเพลิงชีวมวลแท่งตะเกียบเป็นเทคโนโลยีที่ใช้กันทั่วโลกโดยเฉพาะแถบยุโรป มีการนำไปใช้ในบ้าน เนื่องจากเป็นพลังงานสะอาดที่สำคัญยังมีราคาถูก โดยเชื้อเพลิงชีวมวลแท่งตะเกียบที่ได้ จะใช้พลังงาน 4500 กิโลแคลอรี ต่อ 1 กิโลกรัม ราคาขายที่กิโลกรัมละ 3 บาท ขณะที่น้ำมันเตา ให้ความร้อนที่ 9000 กิโลแคลอรีต่อลิตร ราคาจำหน่ายที่ผลิตละ 12 บาท


 

 
ข่าวที่เกี่ยวข้อง :
หน่วยงานในสังกัดกระทรวง
สำนักงานรัฐมนตรี สำนักงานปลัดกระทรวง กรมวิทยาศาสตร์บริการ สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ สถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ(องค์การมหาชน) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ(องค์การมหาชน) สำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน(องค์การมหาชน) สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร(องค์การมหาชน) สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ(องค์การมหาชน) สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์(องค์การมหาชน)

กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.)
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อการพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม สร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืน ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร
หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
โปรดแจ้งให้ทราบเพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป