กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดย สดร.แถลงข่าว ชวนคนไทยลุ้นชมดาวหางไอซอน ปลายเดือนพฤศจิกายนนี้

พิมพ์

 

     วันนี้  21 พฤศจิกายน 2556 เวลา13.00 .น. ณ ห้องโถง ชั้น 1 อาคารพระจอมเกล้า นายนิรุตติ  คุณวัฒน์  ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นประธานในงานแถลงข่าว “ดาวหางไอซอน” โดยมี รศ.บุญรักษา สุนทรธรรม ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ และ ดร.ศรัณย์ โปษยะจินดา ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ ชวนคนไทยลุ้นชมดาวหางไอซอนปลายพฤศจิกายนนี้  มีโอกาสเห็นได้ด้วยตาเปล่าเป็นริ้วยาวพาดผ่านทิ้งฟ้า ในช่วงเช้ามิดทางทิศตะวันออกก่อนดวงอาทิตย์ขึ้น ถ้าฟ้าใสไร้เมฆอาจมองเห็นดาวหางอีกสามดวงในเวลาเดียวกันอีกด้วย ย้ำชัดมาเที่ยวเดียวไม่มีวกกลับ และไม่มีผลกระทบใดๆต่อโลก

 

    โลกได้ชมปรากฏการณ์ท้องฟ้าหายากอีกครั้ง ช่วงพฤศจิกายน – ธันวาคม เมื่อดาวหางไอซอน ก้อนนำแข็งสกปรกขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 1-2 กิโลเมตร โคจรพุ่งเฉียดดวงอาทิตย์ที่ ระยะ 45 ล้านกิโลเมตร) จากนั้นจะเหวี่ยงตัวหนีออกนอกระบบสุริยะไปตลอดการ ช่วงก่อนเฉียด (15-25 พฤศจิกายน) และหลังเฉียด (3-15 ธันวาคม) จึงเหมาะแก่การสังเกตดาวหางไอซอน เวลาเช้ามืดทางทิศตะวันออก ก่อนดวงอาทิตย์ขึ้น ประมาณ 100นาที
    รศ.บุญญารัก สุนทรธรรม ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ กล่าวว่าเมื่อปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์ขึ้นแต่ละครั้ง จะเห็นได้ชัดว่าประชาชนตื่นตัวในการเปิดรับข้อมูลข่าวสารและสนใจที่จะเข้าร่วมกิจกรรมทางด้านดาราศาสตร์กันมากขึ้น ในหลายช่องทางโดยเฉพาะทาง Social Media ต่างๆ เช่น Facebook ,Twitter และอื่นๆ นับเป็นเรื่องอันน่ายินดีที่คนไทยหันมาสนใจเรื่องวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และดาราศาสตร์มากยิ่งขึ้น สถาบันฯ เองในฐานะที่เป็นหน่วยงานทางด้านดาราศาสตร์ระดับประเทศ ได้มุ่งดำเนินการตามภารกิจที่จะพัฒนาวงการดาราศาสตร์ไทยให้ทัดเทียมกับนานาประเทศ ทั้งด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางดาราศาสตร์พัฒนากำลังคนทางดาราศาสตร์ รวมทั้งสร้างความตื่นตัวทางวิทยาศาสตร์ของประเทศให้คนไทยตระหนักถึงวัฒนธรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอีกด้วย
 
    ดร.ศรัณย์ โปษยะจินดา รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ กล่าวชวนคนไทยร่วมลุ้นไปพร้อมๆ กับนักดาราศาสตร์ทั่วโลกว่า “นักดาราศาสตร์ทุกทวีปวางเครือข่ายทั้งภาคพื้นดินและในอวกาศติดตามศึกษาองค์ประกอบฝุ่นก๊าซระเหิดของดาวหางไอซอนอย่างใกล้ชิด เพราะโคจรเข้าเฉียดดวงอาทิตย์มาก เข้าใกล้ที่สุดในวันที่ 28 พฤศจิกายน 2556 ความสว่างของวัตถุบนท้องฟ้าวัดเป็นแมกนิจูด ค่ายิ่งต่ำ ยิ่งสว่างมาก ดาวหางไอซอนมีการคาดการณ์ว่าจะสว่างถึงแมกนิจูด – 5 ติดลบแบบนี้ถือว่าส่างมากกว่าวัตถุท้องฟ้าอื่นๆ เช่น ดาวศุกร์ (ความสว่างประมาณแมกนิจูด – 4) แต่ในช่วงดังกล่าวจะมองไม่เห็นดาวหาง เพราะถูกแสงอาทิตย์บดบัง เราควรเริ่มสังเกตตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 28 พฤศจิกายน 2556 แล้วรอลุ้นด้วยกันว่าดาวหางไอซอนจะระเหิดไปหมด หรือแตกเป็นเสียงหรือไม่ แต่พิจารณาจากขนาดและการโคจรแล้ว มีโอกาสค่อนข้างมากที่ดาวหางไอซอนจะรอดกลับมาให้เราได้ชมดาวหางที่สว่างและสวยงามอีกครั้งหนึ่งในต้นเดือนธันวาคม 2556
    ดร.ศรัณย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ทางสถาบันฯ มีการเฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวของดาวหางไอซอนเช่นกัน โดยทีมสำนักบริการวิชาการและสื่อสารทางดาราศาสตร์มีการเก็บภาพดาวหางไอซอนมาโดยตลอดทั้งคืน ตั้งแต่ต้นเดือนพฤศจิกายน ซึ่งก็พบว่าดาวหางดวงนี้มีพัฒนาการของความสว่างเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งเมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2556 ที่ผ่านมา ดาวหางไอซอนมีการประทุของก๊าซออกมา ส่งผลให้ความสว่างเพิ่มขึ้น ค่าความสว่างปรากฏวัดได้ที่ระดับแมกนิจูด 5.5 มีหางที่สองปรากฏขึ้น และส่วนหัวของดาวหางยังมีความสว่างชัดเจนมากขึ้นอีกด้วย แต่ยังคงต้องใช้กล้องสองตาช่วยในการสังเกต ซึ่งจากนี้ไปก็คงต้องลุ้นกันว่าดาวหางไอซอนจะสว่างพอที่จะสามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าหรือไม่ ก่อนที่จะโคจรเข้าสู่จุดที่ใกล้ดวงอาทิตย์ที่สุดในวันที่ 28 พฤศจิกายน 2556 นอกจากนี้ ยังมีโอกาสสังเกตเห็นดาวหางทางคาบสั้นอีก 3 ดวง ในคราวเดียวกันอีกด้วย ได้แก่ ดาวหางไอซอน (Lovejoy X1) ดาวหางลิเนีย (Linear X1) และดาวหางเองเค (2P Enke)
 
สำหรับผู้สนใจสามารถเกาะติดสถานการณ์ของดาวหางไอซอนได้ที่  website  สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ www.narit.or.th หรือ Facebook: www.facebook.com/NARITpage หรือ Twitter: @N_EARTH หรือ Instagram :NongEarthNARIT


เขียนข่าวโดย : นางสาวชลธิชา แสงเทียนสุวรรณ
ภาพข่าวโดย : นายรัฐพล หงสไกร,นายพิริยะ เผ่าพงษา
เผยแพร่ข่าวโดย : นางสาวนีรนุช  ตามศักดิ์
Tags ดาวหางไอซอน