กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีภาษาไทยEnglish
หน้าหลัก ข่าวสารหน่วยงาน พิธีมอบ “นาฬิกาเวลาตรง ตามเวลามาตรฐานประเทศไทย”

พิธีมอบ “นาฬิกาเวลาตรง ตามเวลามาตรฐานประเทศไทย”

พิมพ์ PDF


    วันนี้ (1 ตุลาคม 2556) เวลา 13.30 น. ดร.พีรพันธุ์ พาลุสุข รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีมอบ “นาฬิกาเวลาตรง ตามเวลามาตรฐานประเทศไทย” แด่ท่านเลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา เพื่อใช้ประโยชน์ภายในหน่วยงาน และเป็นจุดเริ่มต้นในการขยายผลไปตามหน่วยงานภาครัฐอื่นๆ ทั่วประเทศ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้ภาคธุรกิจและภาคอุตสาหกรรม และเพิ่มโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงมาตรฐานแห่งชาติด้านเวลาได้ง่ายขึ้น ณ ห้องประชุม ชั้น 3 มูลนิธิชัยพัฒนา


    ดร.พีรพันธุ์ พาลุสุข รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวว่า โครงการ “นาฬิกาเวลาตรง ตามเวลามาตรฐานประเทศไทย” เป็นผลงานการพัฒนาเทคโนโลยีที่เกิดจากความร่วมมือของสถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ (มว.) และ ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็คทรอนิคส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ซึ่งทั้ง 2 หน่วยงานอยู่ภายใต้สังกัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี นาฬิกาเวลาตรง นับว่าเป็นตัวอย่างที่ดีของการบูรณาการงานวิจัยพัฒนาซึ่งเป็นการช่วยเสริมศักยภาพ การสร้างสรรค์ผลงานที่เป็นประโยชน์แก่ประเทศ และเป็นประโยชน์อย่างยิ่งกับทุกภาคส่วน อาทิ ภาคอุตสาหกรรมการผลิตที่ต้องการความแม่นยำด้านเวลาเพื่อใช้ในการวางแผนการผลิต ตลอดจนถึงการขนส่ง หรือธุรกิจบริการที่ให้ความสำคัญกับเวลาเป็นอย่างมาก เช่น ธุรกิจที่ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ ที่คิดค่าบริการเป็นวินาทีเพื่อความเป็นธรรมในการใช้บริการ และ ระบบรักษาความปลอดภัย เพื่อการตรวจสอบเวลาจากโทรทัศน์วงจรปิด ระบบบันทึกการเข้าออก หรือในกรณีฉุกเฉิน
   ทั้งนี้ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ยินดีให้การสนับสนุนการดำเนินงานด้านวิจัยต่างๆ เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านวิจัยและพัฒนาของประเทศให้สามารถนำไปสู่การใช้งานจริงอย่างเต็มที่ โดยสิ่งสำคัญที่จะสนับสนุนให้เกิดการใช้งานอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืนนั้น คือการส่งและรับสัญญาณของระบบจะต้องเข้าถึงและครอบคลุมในทุกๆ พื้นที่ และทำให้ประชาชนเกิดความเข้าใจ และตระหนักถึงความสำคัญของเวลามากขึ้น จากกลุ่มเป้าหมายแรก คือ สถานที่ราชการ โรงเรียน โรงพยาบาล และโรงงานอุตสาหกรรม โดยในเบื้องต้นอาจพัฒนาเป็นโครงการนำร่อง เพื่อใช้ในส่วนราชการแล้วจึงค่อยพัฒนาขายผลสู่กลุ่มเป้าหมายอื่นๆ ต่อไป


    ดร.ประยูร เชี่ยววัฒนา ผู้อำนวยการสถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ (มว.) กล่าวว่า นาฬิกาเวลาตรง ตามเวลามาตรฐานประเทศไทย ได้ถูกออกแบบให้สามารถแจ้งเหตุเตือนภัยให้แก่ประชาชน ซึ่ง มว. มีบทบาทและหน้าที่รักษามาตรฐานแห่งชาติด้านเวลาและความถี่ ที่เป็นที่ยอมรับในระดับสากล โดยได้พัฒนารูปแบบการเข้าถึงของเวลามาตรฐานให้เข้าถึงได้ง่าย ครอบคลุมพื้นที่สำคัญทั่วประเทศ จำนวน 41 สถานี ประกอบด้วย สถานีในกรุงเทพมหานครจำนวน 2 สถานี และ อีก 39 จังหวัดทั่วประเทศ เพื่อเป็นทางเลือกแก่ผู้ใช้งาน จากการนำเทคโนโลยีการปรับเทียบเวลามาตรฐาน ผ่านทางคลื่นวิทยุในระบบ FM/RDS (Radio Data System) โดยทำการส่งข้อมูลเวลามาตรฐานออกอากาศผสมเข้ากับคลื่นความถี่หลักในตำแหน่ง RDS sub-carrier สามารถรับสัญญาณเพื่อปรับเทียบเวลามาตรฐานได้โดย ผ่านคลื่น อสมท. FM 95.0 MHz และคลื่นวิทยุกระจายเสียงทหารอากาศ FM 102.5 MHz  โดยสามารถดูแผนที่สถานีที่มีการถ่ายทอดเวลามาตรฐานผ่านระบบ FM/RDS เพิ่มเติมได้ที่ www.nimt.or.th  นอกจากนี้ สำหรับการรับสัญญาณเพื่อปรับเทียบเวลามาตรฐานนั้น จะต้องมีเครื่องรับสัญญาณวิทยุเอฟเอ็ม ที่สามารถถอดรหัสสัญญาณ RDS ได้ ซึ่งอุปกรณ์เครื่องรับดังกล่าวมีอยู่หลายชนิด เช่น เครื่องรับวิทยุในชุดเครื่องเสียง วิทยุติดรถยนต์ โทรศัพท์มือถือ หรือนาฬิกา เมื่อเครื่องรับดังกล่าวปรับความถี่ให้ตรงกับคลื่นวิทยุของสถานีที่ส่ง สัญญาณเวลามาตรฐานในระบบ FM/RDS แล้ว เวลาภายในเครื่องรับจะถูกปรับให้ตรงกับเวลามาตรฐานประเทศไทยโดยอัตโนมัติ
    ดร.ทวีศักดิ์ กออนันตกูล ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กล่าวว่า ความสำเร็จของการร่วมมือด้านการวิจัยและพัฒนาในครั้งนี้ จำเป็นอย่างยิ่งในการใช้ความสามรถและความเชี่ยวชาญของทั้ง 2 ฝ่าย โดย สถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ (มว.) ได้ดำเนินการส่งสัญญาณเวลามาตรฐานให้กับสถานีวิทยุ ในขณะที่ ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็คทรอนิคส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (Nectec) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เป็นผู้พัฒนาด้านรับสัญญาณ พร้อมการออกแบบรูปลักษณ์ภายนอกทั้งหมดของตัวเรือนนาฬิกา โดยคุณสมบัติพิเศษของนาฬิกาเวลาตรงนี้ นอกจากค่าเวลาที่มีความเที่ยงตรงแล้ว ยังมีคุณลักษณะพิเศษที่สามารถแสดง วัน เดือน ปี อุณหภูมิ ความชื้น รวมถึง สามารถแสดงข้อความที่สามารถกำหนดได้เอง และ ข้อความประกาศ ที่ส่งออกมาจากสถานีส่งวิทยุด้วยคุณสมบัติดังกล่าว ซึ่งภาครัฐสามารถนำไปใช้แจ้งเตือนเหตุภัยพิบัติฉุกเฉิน หรือข้อความโอกาสพิเศษต่างๆ ได้


  นอกจากนี้ ส่วนหนึ่งของการพัฒนาเทคโนโลยีนี้ สิ่งที่ผู้วิจัยคำนึงมากที่สุด คือ การได้เห็นคนไทยใช้ประโยชน์จากงานวิจัยและพัฒนากันอย่างกว้างขวางระดับประเทศ เพื่อต่อยอดไปสู่การใช้งานของภาครัฐ ภาคเอกชน และสู่ชุมชนทุกครัวเรือนในที่สุด ด้วยวิสัยทัศน์และการผลักดันของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในระดับนโยบายอย่างจริงจัง และต่อเนื่องต่อไป

เขียนข่าวโดย :  นางสาวนีรนุช  ตามศักดิ์
ภาพข่าวและวีดิโอโดย :  นายพิริยะ เผ่าพงษา และ นายรัฐพล  หงสไกร











 

 
หน่วยงานในสังกัดกระทรวง
สำนักงานรัฐมนตรี สำนักงานปลัดกระทรวง กรมวิทยาศาสตร์บริการ สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ สถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ(องค์การมหาชน) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ(องค์การมหาชน) สำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน(องค์การมหาชน) สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร(องค์การมหาชน) สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ(องค์การมหาชน) สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์(องค์การมหาชน)

กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.)
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อการพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม สร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืน ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร
หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
โปรดแจ้งให้ทราบเพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป