กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีภาษาไทยEnglish
หน้าหลัก ข่าวสารหน่วยงาน การประชุมหารือแนวทางการใช้ประโยชน์อุทยานวิทยาศาสตร์ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตามยุทธศาสตร์ประเทศ

การประชุมหารือแนวทางการใช้ประโยชน์อุทยานวิทยาศาสตร์ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตามยุทธศาสตร์ประเทศ

พิมพ์ PDF

 

 

ดร.พีรพันธุ์ พาลุสุข รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นประธานเปิดการประชุมหารือแนวทางการใช้ประโยชน์อุทยานวิทยาศาสตร์ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตามยุทธศาสตร์ประเทศ ร่วมด้วย รศ.ดร.วีระพงษ์ แพสุวรรณ ปลัดกระทรวง ดร.อัจฉรา วงศ์แสงจันทร์ รองปลัดกระทรวง คณะผู้บริหารระดับสูงของ วท. ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น หัวหน้าส่วนราชการ และผู้แทนหน่วยงานทั้งจากภาครัฐ ภาคเอกชนและท้องถิ่นของจังหวัดขอนแก่น ที่เกี่ยวข้อง เมื่อวันอาทิตย์ที่ 22 กันยายน 2556 เวลา 15.00 – 17.00 น. ณ ห้องคำแก่น โรงแรมเจริญธานีขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น

     ดร.พีรพันธุ์ พาลุสุข รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ กล่าวว่า “อุทยานวิทยาศาสตร์” หรือ นิคมธุรกิจวิทยาศาสตร์ คือสถานที่สำหรับภาคเอกชนในการทำวิจัยและพัฒนา ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยเป็นอย่างมาก เนื่องจากการแข่งขันของภาคการผลิตและบริการของไทยนับจากปัจจุบันต้องขยับออกจากการแข่งขันที่อยู่บนฐานความได้เปรียบทางด้านปัจจัยการผลิตแบบดั้งเดิมที่ใช้แรงงานเข้มข้น และราคาถูก รวมถึงการผลิตสินค้าและบริการคุณภาพปานกลางราคาถูก ไปสู่การแข่งขันฐานความรู้ที่ต้องใช้องค์ความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม (วทน.) มากขึ้น

     อุทยานวิทยาศาสตร์จึงเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศ ส่งเสริมการวิจัยและพัฒนา ตลอดจนบ่มเพาะผู้ประกอบการและเทคโนโลยีใหม่ๆ สู่ระบบเศรษฐกิจ รวมถึงเป็นตัวกลางเชื่อมโยงระหว่างภาคอุตสาหกรรม ภาครัฐ ภาคการศึกษา และภาคชุมชนท้องถิ่น ซึ่งจะช่วยสร้างธุรกิจเทคโนโลยีใหม่ และส่งเสริมการนำผลการวิจัยและพัฒนาเข้าสู่ระบบการคุ้มครองและการใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ รวมทั้งส่งเสริมการพัฒนากำลังคนด้าน วทน. ของประเทศ

     การพัฒนาอุทยานวิทยาศาสตร์เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์ประเทศ รัฐบาลกำหนดยุทธศาสตร์ประเทศ (Country Strategy) โดยมอบหมายให้กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีรับผิดชอบการบูรณาการประเด็นที่ 8 การวิจัยและพัฒนา ประกอบด้วย
     1.    ขับเคลื่อนค่าใช้จ่ายด้าน R&D เป็นร้อยละ 1 ของ GDP
     2.    การส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากกำลังคนด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อไปทำงานในภาคอุตสาหกรรม (Talent Mobility)
     3.    การใช้ประโยชน์อุทยานวิทยาศาสตร์ (Regional Science Parks)

     ดังนั้น การดำเนินงานของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในการส่งเสริมกิจการอุทยานวิทยาศาสตร์จึงสอดคล้องกับการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์ประเทศ ดังนี้
-    อุทยานวิทยาศาสตร์เป็นโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญในการสนับสนุนให้เกิดการวิจัยและพัฒนา โดยเฉพาะอย่างยิ่งการวิจัยและพัฒนาโดยภาคเอกชน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
-    การดำเนินงานของอุทยานวิทยาศาสตร์จะมุ่งเน้นการให้บริการโครงสร้างพื้นฐานเพื่อสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาของภาคเอกชน และการสร้างผู้ประกอบการที่ใช้ วทน. เป็นฐานในการทำธุรกิจ
-    ตัวอย่างประโยชน์ที่ภาคเอกชนจะได้รับจากการใช้ประโยชน์อุทยานวิทยาศาสตร์
     (1)    ลดค่าใช้จ่ายในการลงทุนของผู้ประกอบการ เนื่องจากสามารถใช้โครงสร้างพื้นฐานในการวิจัยและพัฒนาของภาครัฐได้โดยไม่ต้องลงทุนเอง เช่น ห้องปฏิบัติการวิจัยและวิเคราะห์ทดสอบ นักวิจัยและผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ ที่อยู่ในหน่วยงานของรัฐ งานวิจัยที่นำไปใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ เป็นต้น

     ผู้ประกอบการมีความสามารถในการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีที่เป็นของตนเอง ทำให้มีความสามารถในการแข่งขันเพิ่มมากขึ้น


 

     ด้าน รศ.ดร.วีระพงษ์ แพสุวรรณ กล่าวว่า การดำเนินงานอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2555 เห็นชอบในหลักการและกรอบวงเงินโครงการอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และเห็นควรให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องศึกษาความเหมาะสมของโครงการและผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและชุมชน รวมทั้งรับฟังความคิดเห็นของประชาชน และแนวทางการบริหารจัดการโครงการเพื่อเสนอขอรับการจัดสรรงบประมาณปี พ.ศ. 2556 ตามขั้นตอนต่อไป

     ต่อมา คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2555 เห็นชอบโครงการอุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค (ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้) พ.ศ. 2556 – 2558 พร้อมกรอบวงเงินงบประมาณดำเนินการ จำนวน 8,642 ล้านบาท โดยจัดสรรเป็นงบอุดหนุนผ่านทางสำนักงานปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

     การดำเนินงานอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคเหนือ ในระยะ 3 ปี (พ.ศ. 2556 – 2558) จะใช้ศักยภาพของมหาวิทยาลัยในพื้นที่เป็นฐานในการพัฒนาอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยมีมหาวิทยาลัยที่เป็นแกนหลักดำเนินการพัฒนาและดำเนินงานอุทยานวิทยาศาสตร์ร่วมกับเครือข่ายมหาวิทยาลัยและหน่วยงานอื่นๆ ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และกำหนดจุดมุ่งเน้นของอุทยานวิทยาศาสตร์ เพื่อให้มีเป้าหมายการดำเนินงานที่ชัดเจนและสอดคล้องกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรมในพื้นที่ รายละเอียดดังนี้
อุทยานวิทยาศาสตร์ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

โครงการมุ่งเน้น    :    โครงการยุทธศาสตร์สร้างมูลค่าเพิ่มในโซ่คุณค่าของอุตสาหกรรม    ไก่เนื้อในประเทศไทย
มหาวิทยาลัยแกนหลัก    :    มหาวิทยาลัยขอนแก่น
มหาวิทยาลัยเครือข่าย    :    -    มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี
                                     -    มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
                                     -    มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี

การดำเนินการล่าสุด

  1. ศึกษาความเป็นไปได้และจัดทำแผนธุรกิจของอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
  2. ออกแบบอาคารอำนวยการกลาง
  3. ให้บริการแก่ผู้ประกอบการผ่าน 4 โครงการหลัก ได้แก่

o    โครงการบ่มเพาะธุรกิจวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม
o    โครงการวิจัยร่วมกับภาคเอกชน
o    โครงการพัฒนาบริการอุทยานวิทยาศาสตร์
o    โครงการพัฒนาขีดความสามารถทางเทคโนโลยีและวิจัยของภาคเอกชนในพื้นที่

แผนการดำเนินงานในอนาคต

  1. ขอรับการจัดสรรงบประมาณก่อสร้างอาคารอำนวยการกลาง ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2558
  2. ออกแบบโรงงานต้นแบบนวัตกรรมผลิตภัณฑ์อาหารและยา
  3. เปิดให้บริการแก่เอกชนและผู้ประกอบการอย่างเต็มรูปแบบ

     ดร.อัจฉรา วงศ์แสงจันทร์ รองปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวว่า คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้มีการจัดตั้งและดำเนินการอุทยานวิทยาศาสตร์ขึ้นในประเทศไทย เพื่อให้เป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ที่จะสนับสนุนการพัฒนาประเทศไปสู่เศรษฐกิจและสังคมฐานความรู้ และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน ตามข้อเสนอของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2532 ต่อมา คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2554 เห็นชอบแนวทางการส่งเสริมกิจการอุทยานวิทยาศาสตร์ โดยมีระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีกำหนดให้มีคณะกรรมการส่งเสริมกิจการอุทยานวิทยาศาสตร์ (กสอว.) ซึ่งมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นประธาน และกำหนดให้มีสำนักงานเลขานุการคณะกรรมการส่งเสริมกิจการอุทยานวิทยาศาสตร์ (สอว.) ทำหน้าที่เป็นฝ่ายเลขานุการของ กสอว. และเป็นหน่วยงานกลางที่ทำหน้าที่ส่งเสริมกิจการอุทยานวิทยาศาสตร์ในภาพรวมของประเทศ ซึ่งเปลี่ยนแปลงจากแนวทางการดำเนินการอุทยานวิทยาศาสตร์แนวทางเดิมที่ได้ดำเนินการมา และคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2555 เห็นชอบโครงการอุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค (ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคใต้) พ.ศ. 2556 – 2558 พร้อมกรอบวงเงินงบประมาณดำเนินการ จำนวน 8,642 ล้านบาท โดยจัดสรรเป็นงบอุดหนุนผ่านทางสำนักงานปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  โดยมี สำนักงานเลขานุการคณะกรรมการส่งเสริมกิจการอุทยานวิทยาศาสตร์ เป็นหน่วยงานรับผิดชอบหลักตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการส่งเสริมกิจการอุทยานวิทยาศาสตร์ พ.ศ.2554

     กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์ประเทศ ประเด็นที่ 8.3 การใช้ประโยชน์อุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค และได้จัดทำแผนและแนวทางการดำเนินงานให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ประเทศ เพื่อบูรณาการและสนับสนุนการพัฒนาประเทศให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันอย่างยั่งยืน ดังนั้น เพื่อให้การดำเนินงานอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีความเชื่อมโยงและสอดคล้องกับการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์ประเทศ เพื่อตอบสนองเป้าหมายของการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมที่อาศัยความรู้และนวัตกรรม ทั้งในระดับภูมิภาคและระดับประเทศอย่างมีเอกภาพ และให้การพัฒนาอุทยานวิทยาศาสตร์เป็นไปในทิศทางเดียวกัน  สำนักงานปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดย สำนักงานเลขานุการคณะกรรมการส่งเสริมกิจการอุทยานวิทยาศาสตร์ (สอว.) จึงได้ร่วมกับ อุทยานวิทยาศาสตร์ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดย มหาวิทยาลัยขอนแก่น จัดการประชุมหารือแนวทางการใช้ประโยชน์อุทยานวิทยาศาสตร์ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตามยุทธศาสตร์ประเทศขึ้น เพื่อกระจายการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และระบบนวัตกรรมของประเทศสู่ระดับภูมิภาคและระดับท้องถิ่น คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2550 เห็นชอบให้กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีดำเนินโครงการจัดตั้งอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในระหว่างปี พ.ศ. 2549 – 2551 ทั้งนี้ เมื่อสิ้นสุดการดำเนินการในระยะที่ 1 แล้ว ให้มีการประเมินผลการดำเนินงาน และให้สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เป็นผู้พิจารณาความเหมาะสมในการดำเนินงานโครงการระยะต่อไป ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติได้ขอให้กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีพิจารณาเรื่องการบริหารอุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาคในภาพรวมเพื่อความเป็นเอกภาพและการดำเนินการที่ต่อเนื่อง แล้วนำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบต่อไป

     สำนักงานปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีได้จัดให้มีการศึกษารูปแบบการบริหารจัดการอุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาคของประเทศไทยที่เหมาะสม ผลการศึกษาบ่งชี้ว่า ในระยะยาวควรมีหน่วยงานกลางซึ่งเป็นองค์กรนิติบุคคล ทำหน้าที่กำกับดูแลภาพรวมและการดำเนินการที่เกี่ยวข้องในการส่งเสริมและอำนวยความสะดวกในการดำเนินการอุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาคโดยรวม ทั้งนี้ หน่วยงานกลางที่ทำหน้าที่ส่งเสริมกิจการอุทยานวิทยาศาสตร์ และหน่วยงานที่ดำเนินกิจการอุทยานวิทยาศาสตร์ควรแยกอำนาจหน้าที่กันอย่างชัดเจน รวมทั้ง รัฐควรเปิดกว้างการเป็นเจ้าของอุทยานวิทยาศาสตร์ให้เอกชนด้วย

     กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีพิจารณาแล้วมีความเห็นในหลักการว่า ควรมีการส่งเสริมและสนับสนุนกิจการอุทยานวิทยาศาสตร์ โดยระยะแรกเห็นควรให้มีการจัดตั้งหน่วยงานส่งเสริมและสนับสนุนอุทยานวิทยาศาสตร์ของประเทศ ภายใต้กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ทำหน้าที่ส่งเสริมและสนับสนุนให้การดำเนินการอุทยานวิทยาศาสตร์ในประเทศไทยมีมาตรฐานและมีความต่อเนื่อง สำหรับการดำเนินงานอุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาคในระยะต้นนั้น ควรมีโครงสร้างที่มหาวิทยาลัยเป็นแกนนำในการพัฒนาอุทยานวิทยาศาสตร์และเปิดโอกาสให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในพื้นที่มีส่วนร่วมในการบริหารอุทยานวิทยาศาสตร์ รวมทั้งควรส่งเสริมให้ภาคเอกชนเป็นผู้ลงทุนจัดตั้งอุทยานวิทยาศาสตร์ด้วย โดยได้นำเสนอแนวทางการบริหารกิจการอุทยานวิทยาศาสตร์ดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี


เขียนข่าว : นางสาวศิริลักษณ์ สิกขะบูรณะ

ถ่ายภาพ : นายไววิทย์ ยอดประสิทธิ์ และนายรัฐพล หงสไกร

กลุ่มงานประชาสัมพันธ์ สำนักงานปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
โทร 02 333 3700 ต่อ 3727 – 3732 E-mail : อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน

 

 
หน่วยงานในสังกัดกระทรวง
สำนักงานรัฐมนตรี สำนักงานปลัดกระทรวง กรมวิทยาศาสตร์บริการ สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ สถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ(องค์การมหาชน) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ(องค์การมหาชน) สำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน(องค์การมหาชน) สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร(องค์การมหาชน) สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ(องค์การมหาชน) สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์(องค์การมหาชน)

กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.)
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อการพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม สร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืน ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร
หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
โปรดแจ้งให้ทราบเพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป