กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีภาษาไทยEnglish
หน้าหลัก ข่าวสารหน่วยงาน “วรวัจน์” เปิดตัวโครงการ “ตามล่าหาหมอกควัน” พร้อมปล่อยขบวนคาราวานฉีดพ่นน้ำลดปัญหาหมอกควัน จ.แพร่

“วรวัจน์” เปิดตัวโครงการ “ตามล่าหาหมอกควัน” พร้อมปล่อยขบวนคาราวานฉีดพ่นน้ำลดปัญหาหมอกควัน จ.แพร่

พิมพ์ PDF

 

          เมื่อวันอาทิตย์ที่ 7 เมษายน 2556 ณ ห้องประชุมจดหมายเหตุ ศาลากลางจังหวัดแพร่ นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ระดมหน่วยงานทั้งหัวหน้าส่วนราชการจังหวัด สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ สวทช. ชุดปฏิบัติการป้องกันปราบปรามสายตรวจทางอากาศ กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดแพร่ และหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุม ติดตามการแก้ไขปัญหาหมอกควัน ไฟป่า และปัญหาภัยแล้งพื้นที่จังหวัดแพร่ พร้อมเปิดตัวโครงการ “ตามล่าหาหมอกควัน” และปล่อยขบวนคาราวานฉีดพ่นน้ำลดปัญหาหมอกควัน เพื่อลมหายใจและสุขภาพที่ดีขึ้นของพี่น้องประชาชน ณ บริเวณลานกาด 3 วัย หน้าศาลากลางจังหวัดแพร่


          นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ กล่าวว่า ผมได้รับมอบหมายจากการประชุมคณะรัฐมนตรีให้ดูแลพื้นที่จังหวัดแพร่ พะเยา และเชียงราย การทำงานแก้ไขปัญหาหมอกควัน ไฟป่า และปัญหาภัยแล้งพื้นที่จังหวัดแพร่ ต้องร่วมมือกันทั้งภาคพื้นดิน ทางอากาศ ใช้ข้อมูลจากดาวเทียม และประชาชนในพื้นที่ช่วยกันสอดส่องดูแล เพื่อแจ้งเหตุต่างๆ ได้อย่างทันท่วงทีผ่านหน่วยงานกลางของจังหวัด และเมื่อหน่วยงานได้รับข้อมูลแล้วให้เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง พร้อมทั้งส่งหน่วยเคลื่อนที่เร็ว อาสาสมัคร เข้าไปแก้ปัญหาและฟื้นฟู สำหรับการใช้ Application บนมือถือให้ทางเนคเทคจัดทีมเพื่อสอนการใช้งานให้ผู้ที่เกี่ยวข้องทุกระดับใช้เป็นทันที และโยงระบบการแสดงผลผ่านมายังจังหวัดโดยตรง พร้อมประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบโดยทั่วกัน หรือหากไม่มี Application ดังกล่าวก็เพียงแค่ถ่ายภาพและส่ง SMS มายังเบอร์กลางของจังหวัดก็ได้ เพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาไฟป่า ลดหมอกควัน เพื่อสุขภาพที่ดีขึ้นของลูกหลานและพี่น้องประชาชนเอง สำหรับผู้ที่กระทำผิดเผาป่าเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัวเราจะใช้กฎหมายลงโทษอย่างเด็ดขาด คือ ปรับไม่เกิน 50,000 บาท หรือจำคุกไม่เกิน 6 เดือน นี้จะเป็นสัญญาณสำหรับสุขภาพที่ดีขึ้นของพี่น้องประชาชน


          นายอภิชาติ โตดิลกเวชช์ ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ กล่าวว่า กายภาพของจังหวัดแพร่มีพื้นที่ทั้งหมด 4,086,625 ไร่ ประกอบด้วยพื้นที่ป่า 3,269,300 ไร่ และพื้นที่เกษตร 817,325 ไร่ เป็นป่าอุทยาน 4 แห่ง และป่าสงวนแห่งชาติ 27 แห่ง มีไฟป่า จุด Hotspot ของปี 2556 เกิดขึ้นแล้ว 448 ครั้ง โดยตั้งเป้าหมายไม่ให้เกิน 514 ครั้ง คือลดลงอย่างน้อย 50 % ของปี 2555 ที่เกิดขึ้นกว่า 1,028 ครั้ง โดยได้จำแนกตามพื้นที่จุดที่เกิด Hotspot ของปี 2556 คือ เขตอนุรักษ์ 26 ครั้ง ป่าสงวน 361 ครั้ง และพื้นที่เกษตร 61 ครั้ง จากการวิเคราะห์สาเหตุโดยสรุปจำนวน 102 ครั้ง พื้นที่เสียหาย 726.5 ไร่ พบว่า การหาของป่าเป็นสาเหตุอันดับ 1 ของไฟป่า

          จากปัญหาที่เกิดขึ้นเราได้ทำแผนกระบวนงานป้องกัน แก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันของจังหวัดแพร่โดยแบ่งเป็น 5 ด้าน ดังนี้ 1.การทำงานเชิงพื้นที่ ทุกตารางนิ้วมีคนรับผิดชอบ จากพื้นที่เสี่ยง 281,250 ไร่ แบ่งความรับผิดชอบเป็นพื้นที่เกษตรให้กระทรวงเกษตรฯ พื้นที่เมืองเป็นขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และพื้นที่ป่าให้อุทยานฯ/กรมป่าไม้ สร้างแนวกันไฟ 200 กม. 2.การทำงานเข้มข้น ประกอบด้วย ศูนย์ฯ อำเภอ ชุดลาดตระเวนหมู่บ้านละ 15 คน (เสี่ยง 65 หมู่บ้าน รอง 90 หมู่บ้าน) และชุดเคลื่อนเร็วดับไฟพร้อมอุปกรณ์กว่า 200 ชุด 3.เสริมการทำงานระหว่างศูนย์ฯ จังหวัด สนธิกำลังตำรวจ ทหาร และ อปท. ส่งชุดไปช่วยในพื้นที่ ฉีดพ่นน้ำในพื้นที่เมืองงวันละ 2 ครั้ง จนถึง 30 เมษายน 2556 4.ประชาสัมพันธ์เชิงรุกโดยให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ลงเดิน อสม./ทสม. มวลชน เคาะประตู เจ้าหน้าพูดคุยกับชาวบ้านทุกจุดที่พบ Hotspot รณรงค์ 11 ครั้ง 3,818 คน วิทยุสปอต วันละ 15 ครั้ง จัดรายการ 2 รายการ หอกระจายข่าว และสร้างความรู้เครือข่าย 5.รายงานต่อเนื่อง วิเคราะห์สถานการณ์ทุกวัน แจ้งเตือนหน่วยปฏิบัติทุกวันที่พบ จุด Hotspot ประกวดอำเภอไม่เผา และเจ้าหน้าที่ทำงานทุกวัน ทั้งนี้เมื่อสาเหตุส่วนใหญ่ของการเกิดไฟป่ามาจากการหาของป่า ขอเสนอการแก้ไขโดยให้ทำบัญชีผู้หาของป่าและพรานป่า อบรมชี้แจงทุกคน เปลี่ยนอาชีพโดยจ้างมาเป็นชุดลาดตระเวน 3 เดือน และทำเพิ่มเติม คือ ประเมินสถานการณ์ เตือน บอกให้รู้ เตือนครั้งสุดท้าย จับ


          ด้าน ดร. อานนท์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ สทอภ. กล่าวว่า บทบาทหลักที่ผ่านมาคือการดูในภาพรวมการเกิดจุดความร้อน Hotspot โดยใช้ดาวเทียม โดยเฉพาะดาวเทียมโมดิส (MODIS) ดาวเทียมนี้สามารถมองภาพรวมได้ทั้งประเทศ แต่ข้อจำกัดก็มีอยู่ที่ดาวเทียมนี้ผ่านประเทศไทยเพียงวันละ 2 ครั้ง คือ เวลาประมาณ 10.00 – 11.00 น. และประมาณ 14.00 น. อีกครั้งหนึ่ง ฉะนั้นหากเกิดไฟไหม้ขึ้นในช่วงเวลานอกเหนือจากนี้ก็ไม่สามารถวัดได้ ผลที่ออกมาจึงเป็นเพียงดัชนีของจุด Hotspot ที่เกิดขึ้นในประเทศไทยเท่านั้น สถิติที่ผ่านมา จุด Hotspot จะเกิดขึ้นในช่วงบ่ายมากกว่าช่วงเช้าประมาณ 4 – 5 เท่า และจะเกิดขึ้นในช่วงเย็นถึงตอนกลางคืนมากกว่าเมื่อดูจากภาคพื้นดิน จะเห็นว่าหลายๆ ช่วงที่เกิด Hotspot ดาวเทียมโมดิสไม่ได้โคจรผ่านประเทศไทย เราจึงหาวิธีการแก้ปัญหานี้โดยการพัฒนาหาดาวเทียมดวงอื่นมาเสริม

          เมื่อพูดถึงการจัดการในระดับจังหวัดและกลุ่มจังหวัดที่ท่านรัฐมนตรีได้รับมอบหมายให้ดูแลคือ จังหวัดเชียงราย พะเยา และแพร่ เกิด Hotspot สะสมตั้งแต่วันที่ 1 – 6 เมษายน 2556 ที่ผ่านมา เกิดขึ้นแล้ว 214 จุด รวมทั้งหมดของกลุ่มจังหวัดภาคเหนือ แต่เมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านทั้งลาวและพม่า Hotspot สูงกว่าประเทศไทย 2 – 3 เท่า เสมอ เมื่อเทียบกันโดยรวมแล้วเราบริหารจัดการได้ดีกว่าเพื่อนบ้านเยอะ และการจัดการเรื่องปัญหาหมอกควัน เราไม่ดูแต่เฉพาะในพื้นที่เท่านั้น แต่จะเป็นหมอกควันที่พัดมาจากประเทศเพื่อบ้านก็เป็นได้ ฉะนั้นการแก้ปัญหาดังกล่าวจะต้องแก้ในระดับภูมิภาค แต่ในระดับพื้นที่ทาง สทอภ. ได้เพิ่มภารกิจโดยการนำรถปฏิบัติการพื้นที่มาประจำอยู่ที่จังหวัดแพร่แล้วและอยู่ต่อจนถึงสิ้นสุดฤดูกาล ในรถเราได้ติดตั้งระบบเพื่อการรับข้อมูล Hotspot จากดาวเทียมและรับข้อมูลจาก กบอ. ที่ตึกแดง และยังมีหน่วยเคลื่อนที่เร็วที่ประกอบด้วยรถยนต์และ UAV เมื่อใดที่ได้รับรายงานการเกิด Hotspot เราจะส่งหน่วยเคลื่อนที่เร็วไปตรวจสอบโดยจะเข้าไปให้ถึงจุดให้มากที่สุด หากยังเข้าไม่ถึงก็จะส่ง UAV บินสำรวจต่อ เพื่อที่จะดูว่าเกิด Hotspot ขึ้นจริงไหม และมีการบริหารจัดการอย่างไร ใช้เวลานานเท่าไร และใครเป็นผู้ดำเนินการ ถ้าเป็นไปได้ก็จะติดตามผลหลังจากนั้นอีก 7 – 10 วัน เพื่อดูว่ามีการฟื้นฟูอย่างไร


          ด้าน นายพันธ์ศักดิ์ ศิริรัชตพงษ์ ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ หรือเนคเทค/สวทช. กล่าวว่า ปัจจุบันนี้มีเว็บไซต์ที่ใช้รายงานเหตุการณ์ไฟป่า ชื่อว่า www.thaiforestfire.com และได้พัฒนาการรายงานผลรูปแบบใหม่ผ่าน Application บนมือถือระบบแอนดรอยด์ คือ เมื่อพบเหตุไฟป่า App นี้จะสามารถใส่รายละเอียดได้ทั้งสถานะคือ กำลังเกิดหรือดับแล้ว ใส่ภาพถ่าย พร้อมข้อมูลผู้แจ้ง อีกทั้งระบบสามารถประมวลตำแหน่งที่เกิดเหตุได้อัตโนมัติจากนั้นข้อมูลจะถูกส่งไปที่ Server แล้ว Database เพื่อเก็บข้อมูล พร้อมแสดงผลที่หน้าเว็บ
  

เขียนข่าว : นางสาวศิริลักษณ์ สิกขะบูรณะ

ถ่ายภาพ : นายไววิทย์ ยอดประสิทธิ์/นายพิริยะ เผ่าพงษา

กลุ่มงานประชาสัมพันธ์ สำนักงานปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โทร. 02 333 3700 ต่อ 3728 - 3732

 

 
ข่าวที่เกี่ยวข้อง :
» การใช้ดาวเทียมเพื่อติดตามสถาณการณ์ไฟป่า จังหวัดเชียงใหม่
» ภารกิจการบริหารจัดการน้ำ ปัญหาไฟป่าหมอกควันด้วยวิทยาศาสตร์, เดินหน้าผลิตชิ้นส่วนระบบราง 19 มีนาคม 2559
» รมว.วิทยาศาสตร์ฯ ขึ้นเหนือสำรวจปัญหาไฟป่าหมอกควัน
» ก.วิทย์ฯ ใช้ดาวเทียมลดไฟป่า ยกพื้นที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้
» ก.วิทย์ฯ โดยจิสด้า ใช้ดาวเทียมไทยโชต ติดตามสถานการณ์หมอกควันภาคใต้
» รก.รมว.วท.ให้สัมภาษณ์ แนวทางแก้ไขปัญหาภัยแล้งและไฟป่า ที่เกิดขึ้นในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
» รมว.วท.ให้สัมภาษณ์ แนวทางแก้ไขปัญหาภัยแล้งและไฟป่า ที่เกิดขึ้นในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
หน่วยงานในสังกัดกระทรวง
สำนักงานรัฐมนตรี สำนักงานปลัดกระทรวง กรมวิทยาศาสตร์บริการ สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ สถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ(องค์การมหาชน) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ(องค์การมหาชน) สำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน(องค์การมหาชน) สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร(องค์การมหาชน) สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ(องค์การมหาชน) สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์(องค์การมหาชน)

กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.)
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อการพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม สร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืน ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร
หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
โปรดแจ้งให้ทราบเพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป