ก.วิทย์ฯ จัดประชุมเชิงปฏิบัติการไทย-สหรัฐ ภายใต้ร่างความตกลง

พิมพ์

เกี่ยวกับความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์และวิชาการ

 

     นายวรวัจน์  เอื้ออภิญญกุล  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อดำเนินการความร่วมมือภายใต้ร่างความตกลงเกี่ยวกับความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์และวิชาการระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทย กับรัฐบาลแห่งสหรัฐอเมริกา รวมทั้งหารือการจัดสรรสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาที่จะเกิดขึ้นจากความร่วมมือภายใต้ร่างความตกลงฯ ดังกล่าว โดยมี รศ.ดร.วีระพงษ์ แพสุวรรณ ปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ผู้แทนจากหน่วยงานกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการวิจัยด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กรมทรัพย์สินทางปัญญา และกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย เข้าร่วมประชุม รวม 50 คน ณ ห้อง Sapphire ชั้น 2 โรงแรมเซ็นจูรี่ พาร์ค เมื่อวันที่ 4 เมษายน 2556


    นายวรวัจน์  เอื้ออภิญญกุล  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ กล่าวว่า เป็นที่ทราบกันดีว่าสหรัฐอเมริกา เป็นประเทศที่มีองค์ความรู้และเทคโนโลยีระดับสูงที่ทันสมัยในหลายๆ ด้าน เช่น เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร  พลังงาน เทคโนโลยีอวกาศ สิ่งแวดล้อม เทคโนโลยีชีวภาพ โดยฝ่ายไทยมีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีชีวภาพ การเกษตร พลังงานชีวมวล ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศ (Country Strategy) และการจัดทำร่างความตกลงดังกล่าวจะช่วยส่งเสริมการดำเนินกิจกรรมความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ทั้งด้านการวิจัยและพัฒนา การฝึกอบรม การแลกเปลี่ยนนักวิจัยและข้อมูลในด้านต่างๆ อันจะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และการพัฒนาอุตสาหกรรมของไทยในอนาคต
     วันนี้ต้องยอมรับว่าเรื่องของเทคโนโลยีได้มีการเปลี่ยนแปลงไป การที่ประเทศใดประเทศหนึ่งจะเป็นผู้นำต้องมีการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติให้กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ลงนามความร่วมมือในสาระสำคัญเรื่องลิขสิทธิ์ สิทธิบัตรต่างๆ และกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ จะตั้งอุทยานวิทยาศาสตร์ โดยจะมีการทำงานร่วมกันกับนักวิทยาศาสตร์ของสหรัฐอเมริกา ซึ่งถือว่ามีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีเป็นอย่างมาก ซึ่งไทยจะส่งนักวิทยาศาสตร์ นักวิจัย ไปร่วมทำงานกับนักวิทยาศาสตร์สหรัฐอเมริกาในลักษณะการให้ทุนการศึกษา ทุนดูงาน และทุนวิจัย 
     เนื่องจากร่างความตกลงฯ มีการระบุถึงพันธกรณีด้านทรัพย์สินทางปัญญา และพันธกรณีด้านการรักษาความปลอดภัย โดยเป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบข้อบังคับภายในประเทศที่ใช้อยู่ โดยระดับความเข้มข้นและมาตรฐานของกฎหมาย ระเบียบข้อบังคับของฝ่ายสหรัฐฯ มีสูงกว่าฝ่ายไทย จึงควรมีการรับทราบและทำความเข้าใจข้อผูกพันทางกฎหมาย ระเบียบข้อบังคับด้านทรัพย์สินทางปัญญาและพันธกรณีด้านการรักษาความปลอดภัยอย่างรอบคอบและรัดกุม  รวมถึงการเตรียมความพร้อมของฝ่ายไทยในการร่วมมือกับสหรัฐฯ ในด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อประโยชน์ร่วมกันทั้งสองฝ่าย ในด้านการร่วมลงทุนวิจัยไม่เฉพาะฝ่ายสหรัฐฯ จะมาร่วมวิจัยในประเทศไทย ฝ่ายประเทศไทยสามารถร่วมลงทุนวิจัยในสหรัฐฯ ขณะนี้ มีข้อเสนอจากสมาคมนักวิชาชีพไทยในอเมริกาและแคนาดา ที่จะมีการเสนอการลงทุนวิจัย โดยนำนักวิจัยไทยไปทำวิจัยในสถาบันวิจัยในประเทศสหรัฐฯ


     ด้าน รศ.ดร.วีระพงษ์ แพสุวรรณ ปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ กล่าวว่า สืบเนื่องจากฝ่ายไทยและสหรัฐอเมริกา ได้เริ่มเจรจาจัดทำร่างความตกลงเกี่ยวกับความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์และวิชาการระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งสหรัฐอเมริกา มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2548 และร่างความตกลงประกอบด้วยภาคผนวกเกี่ยวข้องกับด้านทรัพย์สินทางปัญญาทั้งสองฝ่ายได้ใช้เวลานานในการเจรจาด้านทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อให้ได้ข้อยุติร่วมกัน โดยทั้ง 2 ฝ่ายได้เห็นพ้องในประเด็นด้านทรัพย์สินทางปัญญา เมื่อเดือนมกราคม 2556 ซึ่งการเจรจามี ดร.ขจิต  สุขุม ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านทรัพย์สินทางปัญญาระหว่างประเทศ กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ ได้เข้าร่วมการเจรจาทุกครั้ง เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประเทศไทย
     ต่อมาเมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2556 คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบและอนุมัติให้มีการลงนามในร่างความตกลงฯ ดังกล่าว และให้กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับประเด็นความเห็นของส่วนราชการในประเด็นเรื่องทรัพย์สินทางปัญญา เพราะเป็นประเด็นอ่อนไหว และอาจเป็นประเด็นที่ทำให้เกิดความขัดแย้ง ดังนั้น ในการจัดสรรสิทธิและการรักษาความลับจึงควรดำเนินการตามภาคผนวกในร่างความตกลงฯ อย่างเคร่งครัด เพื่อประโยชน์ร่วมกันทั้ง 2 ฝ่าย การประชุมฯ ครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะเกี่ยวกับแนวทางการดำเนินความร่วมมือภายใต้ร่างความตกลงฯ นี้ ในอนาคต โดยเฉพาะในประเด็นด้านทรัพย์สินทางปัญญา


    

 
ผู้เขียนข่าว : นายปราโมทย์  ป้องสุธาธาร  กลุ่มงานประชาสัมพันธ์
ถ่ายภาพ : นายไววิทย์  ยอดประสิทธิ์ , นายรัฐพล  หงสไกร