กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีภาษาไทยEnglish
หน้าหลัก ข่าวสารหน่วยงาน รมว.วท. ผนึก รมว. เกษตร รัฐกลันตัน มาเลเซีย แลกเปลี่ยนความรู้ด้านเทคโนโลยีชีวภาพ

รมว.วท. ผนึก รมว. เกษตร รัฐกลันตัน มาเลเซีย แลกเปลี่ยนความรู้ด้านเทคโนโลยีชีวภาพ

พิมพ์ PDF

 

รมว.วท. ผนึก รมว. เกษตร รัฐกลันตัน มาเลเซีย แลกเปลี่ยนความรู้ด้านเทคโนโลยีชีวภาพ หวังสร้างความเข้มแข็งในประชาคมเศรษฐกิจประชาคมอาเซียน (AEC)
นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี พร้อมด้วย ท่าน YB ดาโต๊ะฮายีเจ๊ะ อับดุลเลาะห์ เบนมะนาวี รัฐมนตรีว่าการเกษตรรัฐกลันตัน ประเทศมาเลเซีย ร่วมหารือและแลกเปลี่ยนความรู้ด้านการพัฒนาการเกษตรของทั้งสองประเทศ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความเข้มแข็งในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ในอีก 2 ปีข้างหน้า ณ อุทยานวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทย รังสิต ปทุมธานี เมื่อวันที่ 17 มกราคม 2556
 
                นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รมว. วท. กล่าวว่า เป็นโอกาสที่ดีที่ประเทศไทยและมาเลเซีย ได้มีโอกาสหารือและแลกเปลี่ยนความรู้ด้านการพัฒนาการเกษตร เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ในอีก 2 ปีข้างหน้า โดยมองว่า ในอนาคตหากเปิดประตูระบบเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) จะส่งผลให้เกิดการแข่งขันในตลาดมากขึ้น เกษตรกรจะมีทางเลือกเพิ่มขึ้น ในการเลือกซื้อปัจจัยการผลิตที่มีมาตรฐานคุณภาพมากกว่าเน้นปริมาณ ดังนั้นการที่จะแข่งขันในภาคเกษตรกรของไทยได้นั้นจำเป็นต้องอาศัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นสำคัญ ที่จะมีช่วยพัฒนาคุณภาพของผลิตภัณฑ์ทางภาคการเกษตร เพื่อที่จะสามารถแข่งขันในเวทีโลกได้ ดังนั้นการแลกเปลี่ยนความรู้ซึ่งกันและกันระหว่างไทยและมาเลเซีย จะเป็นในด้านงานวิจัยที่ไทยมีความเชี่ยวชาญและมีการนำองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่เข้าไปมีส่วนช่วยบูรณาการแก้ปัญหาตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำให้แก่ภาคการเกษตรอย่างเป็นรูปธรรม
 
                ซึ่งที่ผ่านมาศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค/สวทช.) ได้ดำเนินงานนำงานวิจัยไปช่วยภาคการเกษตรมากมายอาทิ งานวิจัยจีโนม การหาลำดับเบสของดีอ็นเอทีมีลักษณะสำคัญ เพื่อปรับปรุงสายพันธ์ในพืชและสัตว์เศรษฐกิจ เช่น กุ้ง ข้าว อ้อย มันสำปะหลัง เป็นต้น นอกจากนี้ประโยชน์ที่ได้จาการศึกษาดังกล่าวจะนำไปสู่ธุรกิจทางด้าน ชุดตรวจวินิจฉัย ยา วัคซีน เทคโนโลยีจีโนมมีส่วนวำคัญในการประยุกต์ใช้กับพันธุ์พืชเศรษฐกิจ เช่น การค้นหาลำดับเบสจีโนมและทราบสคริปโคมเพื่อค้นหายีน ศึกษาการแสดงออกขอยีน และพัฒนาเครื่องหมายโมเลกุล การทำจีโนไทป์เพื่อสร้างแผนที่พันธุกรรม ศึกษาความหลากหลายขอมีสิ่งมีชีวิต เพื่อช่วยในการปรับปรุงพันธุ์พืชเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศไทย เช่น ปาล์มน้ำมัน ยางพารา และยูคาลิปตัส เป็นต้น ส่วนงานวิจัยด้านยางพาราซึ่งถือว่าเป็นพืชเศรษฐกิจของทั้ง 2 ประเทศไทยและเป็นผู้นำด้านการส่งออก ทางไบโอเทค/สวทช. ได้ร่วมพัฒนาเครื่องหมายโมเลกุลเพื่อปรับปรุงยางพาราทนแล้งภายใต้ทุนสนับสนุนงานวิจัยจากไบโอเทค และสถาบันยางอีกด้วย
 
                นอกจากนี้ ยังมีในส่วนของการวิจัยศึกษาจุลินทรีย์ โดยการจัดตั้งเป็นคลังเก็บรักษาจุลินทรีย์เพื่อเป็นแหล่งเก็บรักษาและให้บริการจุลินทรีย์กับนักวิจัยทั้งภายในและภายนอก ปัจจุบันจุลินทรีย์เก็บรวบร่วมไว้กว่า 50,000 สายพันธุ์ โดยเป็นจุลินทรีย์ที่มีความจำเพาะสูง เช่น ราแมลง ราน้ำ รวมทั้ง Rare Actinomycetes โดยราแมลงถือเป็น Collection ที่มีความหลากหลายมากที่สุดของโลก ซึ่งนักวิจัยไทยได้นำความรู้ดังกล่าวมาพัฒนาสารออกฤทธิ์จากราแมลงหลายชนิด รวมทั้งยังมีการนำไปใช้ประโยชน์โดยภาคเอกชน ตัวอย่างเช่น อาหารสัตว์ สารชีวบำบัดภัณฑ์ (ใช้จุลินทรีย์บำบัดน้ำมันที่เกิดจากการปนเปื้อน) สารควบคุมศัตรูพืช เป็นต้น นายวรวัจน์กล่าว
 
เขียนข่าวโดย   : นางสาวจิดาภา ภัทรวิวัฒน์วงศ์
เผยแพร่โดย  : นางสาวชลธิชา แสงเทียนสุวรรณ, นางสาวนีรนุช ตามศักดิ์

 

 
หน่วยงานในสังกัดกระทรวง
สำนักงานรัฐมนตรี สำนักงานปลัดกระทรวง กรมวิทยาศาสตร์บริการ สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ สถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ(องค์การมหาชน) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ(องค์การมหาชน) สำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน(องค์การมหาชน) สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร(องค์การมหาชน) สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ(องค์การมหาชน) สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์(องค์การมหาชน)

กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.)
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อการพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม สร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืน ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร
หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
โปรดแจ้งให้ทราบเพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป