กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีภาษาไทยEnglish
หน้าหลัก ข่าวสารหน่วยงาน แถลงข่าวการบริหารจัดการลุ่มน้ำเจ้าพระยา

แถลงข่าวการบริหารจัดการลุ่มน้ำเจ้าพระยา

พิมพ์ PDF

     ดร.ปลอดประสพ สุรัสวดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย (กบอ.) พร้อมนายรอยล จิตรดอน ผู้อำนวยการสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร (สสนก.) ในฐานะคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อการวางระบบการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ (กยน.) ร่วมกันแถลงข่าวชี้แจง กรณีที่ นายปราโมทย์ ไม้กลัด อดีตอธิบดีกรมชลประทาน สร้างความเข้าใจผิดให้แก่ประชาชน เรื่องการบริหารงานของรัฐบาลด้านบริหารจัดการน้ำ อาทิเช่น การบริหารจัดการน้ำที่ผิดพลาด การระบายน้ำจากเขื่อนจนไม่คำนึงถึงภัยแล้ง เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2555 ณ ตึกนารีสโมสร ทำเนียบรัฐบาล

        ดร.ปลอดประสพ สุรัสวดี รมว.วท. กล่าวว่า ประเทศไทยเมื่อปี พ.ศ. 2554 เกิดวิกฤติการณ์อุทกภัยครั้งยิ่งใหญ่ทำให้มีประชาชนเสียชีวิตกว่า 600-700 คน ความเสียหายด้านธุรกิจที่ลงทุนในประเทศไทยมีผลกระทบต่อประชาชนกว่า 20 ล้านคน ซึ่งจัดลำดับความเสียหายที่ 4 ของโลกในรอบ 1 ทศวรรษ คิดเป็นมูลค่าความเสียหายถึง 1.4 ล้านล้านบาท ที่มีผลกระทบทางเศรษฐกิจในประเทศ และภูมิภาคของโลกด้วย นับเป็นยุทธศาสตร์จากการเกิดความเสียหายด้านการลงทุนและการส่งออก รัฐบาลโดยนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จึงให้ความสำคัญกับการวางแผนการบริหารจัดการน้ำเป็นโจทย์หลักและแต่งตั้งคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อการวางระบบการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ(กยน.) ที่มีความเชียวชาญจำนวน 14 หน่วยงาน นายรอยล จิตรดอน (ผอ.สสนก.) เป็นประธานฯ และ ดร.ปลอดประสพ สุรัสวดี รมว.วท. เป็นผู้มีอำนาจลงนาม โดยมีกฎหมายรองรับ ทั้งนี้ การทำงานด้านข้อมูลของคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อการวางระบบการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ(กยน.) นั้น มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกันทุกวันแบบ Real Time มีการประชุมหารือพร้อมรายงานความคืบหน้าของผลการปฏิบัติงานสัปดาห์ละ 1 ครั้ง ทุกสัปดาห์  จากการใช้ยุทธวิธีของการบริหารจัดการจากต้นน้ำ = การซับน้ำให้ได้มากที่สุดจากทรัพยากรป่าไม้ ฝาย, กลางน้ำ = การชะลอน้ำ เก็บน้ำในแก้มลิง ฝาย คลอง หนองและบึง, และปลายน้ำ = กระบวนการขุดลอกแม่น้ำลำคลอง ยกระดับพื้นที่ สร้างเขื่อนป้องกันในบริเวณใกล้ วัด บ้านเรือน โบราณสถาน และนิคมอุตสาหกรรม โดยจะต้องระบายน้ำให้ไหลสู่ภาคกลางไม่เกิน 15,000 ลบ.ม. ซึ่งนับได้ว่ามีความสมดุลทั้งในด้านการระบายน้ำและการส่งน้ำเพื่อการชลประทาน การปฏิบัติหน้าที่รัฐบาลดำเนินการตามข้อเท็จจริงภายใต้ข้อมูลที่มีอยู่จริง และเคร่งครัดตามเกณฑ์ที่มีความเหมาะสม เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนและนักธุรกิจต่างประเทศที่มาลงทุนในประเทศไทย ถ้าไม่แก้ไขด้วยวิธีนี้และคำนึงถึงภัยแล้งในช่วงฤดูฝนการบริหารจัดการน้ำโดยกักเก็บน้ำไว้มากเกินไปนั้น ก็จะทำให้น้ำท่วมเหมือนรัฐบาลก่อนบริหาร 

         นายรอยล จิตรดอน ผู้อำนวยการสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร (สสนก.) ชี้แจงว่า ภาคอีสานมีพื้นที่เกษตรกว่า 60 ล้านไร่ มีเขตชลประทานแค่ 4-5 ล้านไร่ หรือคิดเป็นร้อยละ 6 จึงเป็นเกณฑ์ที่แสดงให้เห็นว่าปัญหาภัยแล้งในภาคอีสานเกิดโดยธรรมชาติซึ่งข้อมูลนี้สามารถไปสอบถามกับชาวบ้านในพื้นที่ได้ คือ ฝนไม่ตก ฝนตกทิ้งช่วง การแก้ปัญหาจึงทำได้โดยการใช้น้ำธรรมชาติหรือน้ำบาดาลเท่านั้น เนื่องจากไม่มีเครื่องมือในการบริหารจัดการ อย่างไรก็ตามนอกจากภาคอีสานตอนกลางที่มีภัยแล้งแล้วรัฐบาลต้องระวังภาคอีสานตอนบน ภาคเหนือตอนบนด้วยเพราะการใช้ข้อมูลคาดการณ์ไม่ง่ายเหมือนเดิมแล้ว ตัวอย่างเช่น เอลนินโญจีน ญี่ปุ่นนั้นควรจะเกิดภัยแล้งแต่กลับเกิดภัยน้ำท่วม สถานการณ์แบบนี้ทำให้ทุกหน่วยงานต้องทำงานอย่างหนักและใกล้ชิดมากขึ้น ในกรณีการคาดการณ์ปริมาณฝนในระยะยาวนั้น จำเป็นต้องเกิดความร่วมมือระหว่างนานาชาติในการทำแบบจำลองอากาศเพื่อความแม่นยำมากขึ้น
        ทั้งนี้ ดร.ปลอดประสพ สุรัสวดี รมว.วท. กล่าวว่า ขณะนี้อยู่กลางฤดูฝนการที่รัฐบาลระบายน้ำนั้นจึงเป็นสิ่งที่ควรทำมากกว่า การที่ นายปราโมทย์ ไม้กลัด อดีตอธิบดีกรมชลประทาน ออกมาวิพากษ์วิจารณ์เรื่องภัยแล้งที่คลุมเครือพูดถึงแต่ภัยแล้งเพื่อโจมตีการดำเนินงานของรัฐบาล และสร้างความเข้าใจผิดให้แก่ประชาชนนั้น เป็นเรื่องที่ไม่สมควรทำถ้าไม่มีข้อมูลที่เป็นจริง เนื่องจากการกำหนดภัยแล้งจะต้องมีหลักเกณฑ์ อย่างไรก็ตาม ภาคอีสาน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือเกิดปัญหาภัยแล้งนั้น เป็นเรื่องของธรรมชาติที่ฝนตกทิ้งช่วงในเดือนสิงหาคมมากกว่า พร้อมยืนยันว่าปี 2555 นี้ น้ำจะไม่ท่วมเหมือนปีที่ผ่านมา 100% และในฤดูหนาวจนถึงฤดูแล้ง พื้นที่ภาคกลางจะมีน้ำเพียงพอสำหรับทำการเกษตร เพราะในเขื่อนต่างๆ ได้เก็บน้ำสำรองไว้แล้ว ส่วนในพื้นที่ภาคอีสานหากมีฝนตกลงมาน้อย รัฐบาลจะดำเนินการสูบน้ำจากลำน้ำต่างๆ หรือน้ำใต้ดินเข้ามาช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชน

เขียนข่าวโดย :  นางสาวนีรนุช  ตามศักดิ์
เผยแพร่ข่าวโดย : ศิริลักษณ์ สิกขะบูรณะ
ภาพข่าวโดย : รัฐพล หงสไกร


 

 
ข่าวที่เกี่ยวข้อง :
» ก.วิทย์ฯ จับมือ ก.ศึกษาฯ ผุดชุดซอฟต์แวร์ ช่วยการเขียน เพิ่มประสิทธิภาพการเรียนสำหรับนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ทั่วประเทศ
» “พิเชฐ” เผยผลสำเร็จหลังเยือนญี่ปุ่น องค์กรวิทยาศาสตร์ฯ พร้อมเพิ่มลงทุนงานวิจัยในไทย หนุนอุตสาหกรรมยุคใหม่ สานฝันโครงการฟู๊ดอินโนโพลีส
» วท. รุกสร้างความเข้มแข็งด้านวิทยาศาสตร์รับ AEC ผุดเวทีแข่งขัน – ค่ายวิทย์เพื่อเยาวชนอาเซียน
» กระทรวงวิทย์ฯ ประกาศความสำเร็จ พัฒนาเทคโนโลยีเครื่องจักรต้นแบบ 4 ชิ้น ฝีมือคนไทย
» วท. แถลงผลงาน 6 เดือน โชว์ใช้นวัตกรรมเป็นข้อต่อ เสริมความมั่นคงทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม
» สวทช. จับมือ สอน. สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย แถลงข่าว "โครงการขับเคลื่อนผลงานวิจัยสู่เชิงพาณิชย์"
» มหาดไทย ผนึก ก.วิทย์ฯ แถลงข่าวความร่วมมือการขับเคลื่อนงานด้าน วทน. สู่จังหวัด ชุมชนและท้องถิ่น
หน่วยงานในสังกัดกระทรวง
สำนักงานรัฐมนตรี สำนักงานปลัดกระทรวง กรมวิทยาศาสตร์บริการ สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ สถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ(องค์การมหาชน) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ(องค์การมหาชน) สำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน(องค์การมหาชน) สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร(องค์การมหาชน) สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ(องค์การมหาชน) สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์(องค์การมหาชน)

กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.)
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อการพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม สร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืน ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร
หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
โปรดแจ้งให้ทราบเพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป