กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีภาษาไทยEnglish
หน้าหลัก ข่าวสารหน่วยงาน ดร.ปลอดประสพ สุรัสวดี รมว.วท. เป็นตัวแทน นายกรัฐมนตรี รับฟังการประชุมความเดือดร้อนของประชาชน

ดร.ปลอดประสพ สุรัสวดี รมว.วท. เป็นตัวแทน นายกรัฐมนตรี รับฟังการประชุมความเดือดร้อนของประชาชน

พิมพ์ PDF

 

 

        นายกรัฐมนตรี มอบหมายให้ ดร.ปลอดประสพ สุรัสวดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นตัวแทนเดินทางไปรับฟังการประชุมแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนจากอุทกภัยน้ำจืดจำนวนมากไหลลงทะเลบริเวณอ่าวไทยตอนบน โดยมี นายจุลภัทร แสงจันทร์ ผู้ว่าราชกาลจังหวัดสมุทรสาครและคณะ ทำการตอนรับ ณ. ศาลากลางจังหวัดสมุทรสาคร
ห้องประชุม ๔๐๑ ชั้น ๔ เวลา ๑๔.๐๐ น. เมื่อวันที่ ๗ ธันวาคม ๒๕๕๔


 ดร. ปลอดประสพ สุรัสวดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวว่า ท่านนายกรัฐมนตรีฝากความระลึก และความห่วงใยมายัง จังหวัดสมุทรสาครและทุกจังหวัดที่เป็นปลายน้ำ โดยอยากเห็นบ้านเมืองเรากลับมาสู่สภาวะปกติโดยเร็วที่สุด ลดความเดือดร้อนให้เหลือน้อยที่สุด อะไรที่รัฐบาลสามารถช่วยเหลือเกื้อกูลความทุกข์ยากของประชาชนรัฐบาลจะทำอย่างสุดความสามารถ และขออภัยประชาชนทุกคนเนื่องจากในบางครั้งที่ความช่วยเหลืออาจจะล้าช้า ไม่ทันต่อเหตุการณ์ในเรื่องของความช่วยเหลือ
หรือไม่สามารถคลายความทุกข์ได้เร็วตามประสงค์ของประชาชน ประชาชนมีสิทธิ์ที่จะเรียกร้องได้ เพราะประชาชนไม่มีส่วนผิด แต่ประชาชนตกเป็นจำเลยของธรรมชาติ 


 ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีหวังว่าภายในวันที่ ๓๑ ธันวาคม ทุกอย่างน่าจะลงตัวได้มากที่สุด เพื่อเป็นของขวัญให้กับพี่น้องประชาชน ด้านรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทยกล่าวถึงด้านของการตัดสินใจ เรื่องไหนที่เป็นเรื่องเร่งรีบสามารถตัดสินใจแทนท่านเลย โดยมีเงื่อนไขว่าต้องเป็นความเดือดร้อนและเป็นความต้องการของพี่น้องประชาชนจริง ๆ เราผู้เป็นราชการก็มีหน้าที่บำบัดทุกข์ บำรุงสุข ให้ความเดือดร้อนหมดไปเร็วที่สุด ซึ่งท่านนายกรัฐมนตรีจะนำเรื่องนี้เข้า ครม. เพื่อมาสรุปปัญหาที่เกิดขึ้นนั้น มีจริงและเป็นปัญหาเร่งด่วนแค่ไหน เป็นปัญหาระยะกลางหรือระยะยาว ที่สำคัญต้องเป็นปัญหาที่แก้ได้ในเรื่องของงบประมาณที่ใช้ในการช่วยเหลือก็ยังคงมีอยู่ ทั้งนี้ ประเทศไทยเป็นประเทศที่อยู่บนพื้นฐานความพอเพียง ไม่ได้ร่ำรวยจะใช้แบบสุรุ่ยสุร่ายหรือใช้แบบไม่เกิดประโยชน์ต่อประเทศและประชาชนไม่ได้


 นาย พิสิษฐ์ พิบูลย์ศิริ ผู้อำนวยการโครงการชลประทาน จังหวัดสมุทรสาคร กล่าวว่า น้ำที่เข้ามาในจังหวัดสมุทรสาครมีจำนวนมาก ซี่งมีผลกระทบในเขตพื้นที่ อ้อมน้อย สวนหลวง แคราย มวลน้ำส่วนใหญ่จะไหลลงคลองทวีวัฒนา โดยทางจังหวัดสมุทรสาครมีการดำเนินการ คือ ไม่ขวางทางน้ำแต่จะพลัดดันน้ำออกให้เร็วที่สุด ส่วนหนึ่งใช้เครื่องสูบน้ำที่มีทั้งหมด จำนวน ๔ ตัว  อีกส่วนหนึ่งจะระบายออกสู่โครงการแก้มลิง โดยคาดว่าในวันที่ ๑๕ ธันวาคม 2554 มวลน้ำน่าจะหมดลง และในขณะนี้จังหวัดสมุทรสาคร กำลังกู้พื้นที่ที่อยู่เหนือถนนเพชรเกษม โดยใช้วิธีการระบายน้ำออกสู่แม่น้ำท่าจีน ส่วนพื้นที่ที่มีน้ำท่วมขังอยู่ คาดว่าคงจะใช้เวลาอย่างช้าประมาณ ๕ วัน ที่ระบายน้ำออกจนหมด
 นาย จิตจรูญ ตันติวาลา ประมงจังหวัดสมุทรสาคร กล่าวว่า จากที่มวลน้ำจืดไหลลงมที่จังหวัดสมุทรสาครมีผลกระทบกับสัตว์น้ำจำนวนมาก เนื่องจากน้ำเสีย และสีของน้ำเปลี่ยนไปจากสีน้ำตาลเป็นสีคล้ำและมีกลิ่น จึงได้ทำการตรวจสอบสถานีบริเวณชายฝั่งทั้งหมด ๑๓ สถานี ซึ่งมีผลกระทบเช่นเดียวกัน น้ำทะเลเปลี่ยนเป็นสีเขียวอมน้ำตาล และสัตว์น้ำที่อยู่บริเวณนั้น เช่น หอย ปู ต่าง ๆ ก็ตายเป็นจำนวนเพิ่มขึ้น  ซึ่งพื้นที่จังหวัดสมุทรสาครเป็นพื้นที่เลี้ยงหอยบริเวณตำบล พันท้าย และได้รับผลกระทบมาก หอยที่เกาะไม้ไผ่ก็ตายหมด เพราะมีกลุ่มเกษตรกรจำนวนมาก เพราะในช่วงฤดูการนี้เป็นช่วงที่หอยเล็กเข้ามาเกาะไม้ไผ่ แต่ตอนนี้ยังไม่มีลูกหอยหรือพันธ์หอย จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้มีผลกระทบกับกลุ่มผู้เลี้ยงหอยเป็นอย่างมาก ในเรื่องของการฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์น้ำที่ได้รับผลกระทบอุทกภัย โดยจะดำเนินการในการรวบรวมจัดหาพันธ์สัตว์น้ำปล่อยลงสู่บริเวณชายฝั่งทะเล เพื่อให้เกิดความสมดุลของน้ำกลับมาสู่ปกติ
ดร. ปลอดประสพ สุรัสวดี เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า เราดูน้ำซึ่งมีน้ำท่วมหลายจังหวัดมากตั้งแต่ จังหวัดสุโขทัย พิจิตร  อยุธยา จนถึง กทม. ณ ขณะนี้น้ำเริ่มลดลงแล้ว ส่วนน้ำที่ดันออกสู่อ่าวทะเลยังมีอีกกลุ่มหนึ่งที่ได้รับความเสียหาย ซึ่งท่านนายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญกับชาวประมงเช่นกัน โดยสั่ง เรื่องนโยบายการช่วยเหลือในหลักการจะมี ๔ ข้อ ด้วยกัน คือ เราจะเพิ่มพ่อพันธ์ แม่พันธ์หอยแครง หอยแมลงภู่ จากการไปซื้อและนำมาปักให้ใน ๕ จังหวัด หอยกลุ่มนี้จะเป็นพ่อพันธ์ แม่พันธ์ เมื่อน้ำทะเลกลับสู่สภาพวะปกติ หอยเหล่านี้ก็จะออกลูกหลาน ชาวบ้าน ชาวประมงจะมีรายได้ต่อไปในระยะยาว และเราจะซื้ออุปกรณ์ในการเลี้ยงหอยแมลงภู่ คือ ไม้ไผ่ ทั้งนี้มีชาวประมงที่เก็บหอยเป็นอาชีพหลักที่ไม่ได้จดทะเบียนเลยตกสำรวจไม่ได้รับความช่วยเหลือ ทางเราได้รับปากเพื่อจะนำเสนอคณะรัฐมนตรีและเสนอต่อท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยในฐานะที่ท่านเป็นประธานกรรมการเกี่ยวกับการเยียวยา ว่า มีชาวประมงเหล่านี้ที่เขาเดือดร้อนเหมือนกันต้องหาช่องทางการช่วยเหลือ แต่อาจจะไม่เท่ากับชาวประมงที่ได้มาลงทะเบียน และยังได้รับการร้องเรียนจากชาวประมงอีกเรื่องหนึ่งคือ มีเรือขนาดใหญ่เข้ามาชายฝั่ง กุ้ง หอย ปู ปลา ที่มีน้อยอยู่แล้วทำให้เกิดปัญหาต่อการประกอบอาชีพของชาวประมงดังกล่าว โดยทางกรมประมงและกรมทรัพยากรทะเลจะออกไปตรวจตราให้ชาวประมงแน่ใจว่าไม่มีสิ่งอย่างนี้มาทำลายประชาชนมากเพื่อสร้างความเชื่อมั่น
ทั้งนี้ ยังได้รับปากแทนท่านนายกรัฐมนตรีว่า เราจะพลัดดันน้ำจืดออกไปให้เร็วที่สุดและจะพลัดดันน้ำเสียออกไปให้หมดโดยเร็ว เพราะว่าน้ำจืดจำนวนมหาศาลกับน้ำเสียเหล่านี้ทำให้ กุ้ง หอย ปู ปลา ใน ๕ จังหวัด และชาวบ้านเดือดร้อน ทั้งหมดนี้มีเรื่องนอกกรอบอีกเรื่องหนึ่ง คือ จังหวัดเพชรบุรีกับ จังหวัดสมุทรสงครามที่จริงไม่ได้ถูกประกาศเป็นพื้นที่ภัยพิบัติ แต่ตัวจังหวัดได้รับผลกระทบจากน้ำจืดที่ไหลมา เพราะว่า น้ำจืดที่ออกจากแม่น้ำเจ้าพระยา ท่าจีน รวมถึงบางปะกงในช่วงนี้เป็นน้ำจืดมีลมเหนือแรง โดยไหลไปที่จังหวัดเพชรบุรีและจังหวัดสมุทรสงครามทำให้สัตว์น้ำตาย เพราะฉะนั้นจึงขอให้ท่านนายกรัฐมนตรียกเว้นให้ ๒ จังหวัดนี้ได้รับความช่วยเหลือเหมือนกับจังหวัดอื่น ๆ
จากการประชุมครั้งนี้ มีความเห็นตรงกันในทุกหน่วยราชการ โดยชาวประมงเองก็มีความพึงพอใจในการช่วยเหลือจากทางราชการ และขอทำหน้าที่เป็นตัวแทนในการขอโทษชาวประมงกับทุกจังหวัด จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นซึ่งเป็นภัยพิบัติ ๑๐๐ ปี ที่เกิดขึ้นและรัฐบาลได้ทำดีที่สุดแล้ว แต่ก็ไม่ได้พึงพอใจในสิ่งที่ทำ โดยคิดเสมอว่าเราสามารถทำได้มากกว่านี้ จะบริหาร กระจายน้ำ มีวิธีป้องกันพื้นที่ ที่สำคัญได้ดีกว่านี้ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนที่ไว้วางใจและเลือกเรามาเป็นรัฐบาล


เขียนข่าวโดย : พัชรี  จันทะวงษ์
เผยแพร่ข่าวโดย : นีรนุช  ตามศักดิ์
ภาพข่าวโดย : องอาจ  ทองเปลี่ยน

 
หน่วยงานในสังกัดกระทรวง
สำนักงานรัฐมนตรี สำนักงานปลัดกระทรวง กรมวิทยาศาสตร์บริการ สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ สถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ(องค์การมหาชน) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ(องค์การมหาชน) สำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน(องค์การมหาชน) สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร(องค์การมหาชน) สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ(องค์การมหาชน) สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์(องค์การมหาชน)

กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.)
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อการพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม สร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืน ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร
หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
โปรดแจ้งให้ทราบเพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป