กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีภาษาไทยEnglish
หน้าหลัก ข่าวสารหน่วยงาน สวทช. ควงแขนหน่วยงานพันธมิตร เดินหน้าจับตาเทคโนโลยีเด่น คัดมาเน้นๆ

สวทช. ควงแขนหน่วยงานพันธมิตร เดินหน้าจับตาเทคโนโลยีเด่น คัดมาเน้นๆ

พิมพ์ PDF

สำหรับการลงทุนและอนาคตในงาน NSTDA Investors’ Day 2001 เป็นปีที่สอง
 

 


          สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และหน่วยงานพันธมิตร อาทิ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (สนช.) จับมือพันธมิตรทางการเงินอย่าง ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารไทยพาณิชย์ และสมาคมไทยผู้ประกอบธุรกิจเงินร่วมลงทุน พร้อมด้วยหน่วยงานต่าง ๆ ที่ร่วมสนับสนุน อาทิ บมจ.โพสต์ พับลิชชิ่ง ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เครือเจริญโภคภัณฑ์ ร่วมกันจัดงาน NSTDA Investors’ Day 2001 โดยมี ดร.ปลอดประสพ สุรัสวดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นประธานเปิดงาน ภายใต้แนวคิด “ลงทุนในธุรกิจเทคโนโลยีอย่างสร้างสรรค์ เพื่อความมั่งคั่งและยั่งยืน” มาเป็นแนวคิดหลักในการจัดงาน เพื่อแสดงศักยภาพของผลงานวิจัยของไทยที่สามารถพัฒนาเป็นธุรกิจเทคโนโลยี ซึ่สามารถทำเงินและคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สังคมและชุมชนไปพร้อมกัน โดยได้เชิญ วว. และ สนช. มาร่วมแสดงผลงานบนเวทีต่อนักลงทุนร่วมกับผลงานของ สวทช.ด้วย ณ ห้องคอนเวนชั่นฮอลล์ โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์  เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2554

 

 

          ดร.ปลอดประสพ  สุรัสวดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ กล่าวตอนหนึ่งว่า รัฐบาลจะสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐาน หรือเรียกว่า Central lab แล้วท่านก็แบ่งกันใช้ โดยอาจจะเสียเงินหรือไม่ก็ได้ ในกระบวนการที่เรียกว่าสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐานทางด้านวิทยาศาสตร์ เกิดขึ้นแล้วในประเทศไทย คือ Science Park ที่ สวทช. ขณะนี้เราคิด 2 แนวทาง ทางที่ 1 ซึ่งได้ดำเนินการไปบ้างแล้ว คือการจับมือกับมหาวิทยาลัยในภูมิภาค เพราะต้นทุนต่ำ สถานที่มีอยู่แล้ว มีอาจารย์ที่มีประสบการณ์มาก และมีความสนใจทางด้านวิทยาศาสตร์ มีผลงานวิจัยบางส่วนอยู่ และมีเครื่องมือวิทยาศาสตร์อยู่ในระดับหนึ่ง ซึ่งกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ จะได้ไปหารือกับมหาวิทยาลัย เฉพาะบางสาขาที่ขายได้ ถ้าระเบียบเปิดจะทำให้อาจารย์มีรายได้จากการเป็นส่วนหนึ่งของนักวิจัยของเรา นโยบายในเรื่องนี้ เราจะให้เงินกับมหาวิทยาลัย เพื่อให้มหาวิทยาลัยสร้างนักศึกษารวมถึงอาจารย์โดยให้เงินเขาลงทุนและยอมขาดทุนได้หนึ่งครั้ง โดยจะหาองค์การที่มีมุมมองทางด้านธุรกิจและต้องมีเทคโนโลยีไปด้วยเข้าไปประกบกับมหาวิทยาลัย ในส่วนการลงทุน การร่วมลงทุนกับเอกชน ขณะนี้มีนักลงทุนที่สนใจจะมาร่วมลงทุนกับเราสร้าง Science Park ซึ่งอาจจะเป็น Science Park ทางด้านยานยนต์ และมีมุมหนึ่งเป็น Science Park ทางด้านอาหาร และเภสัช รัฐบาลยินดีที่จะไปร่วมลงทุน ยินดีที่จะแบ่งคนไปร่วมทำงานและยินดีที่จะลงทุนสร้าง lab ที่นักลงทุนทำไม่ได้  เราจะพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศอย่างเดียวคงไม่ได้ เพราะเขาบอกเราไม่หมด มีราคาแพงขึ้น และในบ้านเรามีปัญหาของเรา มีวัตถุดิบบางอย่างที่เป็นของเรา
         สำหรับ SME ณ วันนี้น่าจะเป็นพลังที่สำคัญมาก เราจะสร้างเศรษฐกิจภายในประเทศให้เข้มแข็งไม่ได้ถ้าไม่มอง SME เพราะ SME สามารถมองไปที่แรงงานขนาดใหญ่ได้ และสามารถส่งออกได้ระดับหนึ่ง หากมีการออกแบบที่ดี หากใช้เทคโนโลยีต่างๆ เข้ามาช่วยพัฒนาให้สินค้ามีคุณภาพสูงขึ้น การออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่ดี ทำให้ราคาสูงขึ้น น่าซื้อมากขึ้น ก็จะสามารถไปสนับสนุนการส่งออกได้ และยังไปเชื่อมโยงกับระบบการเกษตรซึ่งเป็นพื้นฐานของประเทศ เท่ากับเรามองว่า SME มีความยืดหยุ่น มีความคล้องตัวสูง และที่สำคัญที่สุดคือเป็นธุรกิจของคนรุ่นใหญ่ที่กำลังจะตั้งตัว ฉะนั้น SME จะเป็นเป้าหมายหลักของรัฐบาลปัจจุบันในเรื่องของการใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไปสนับสนุน  และเรื่องที่เราจะต้องใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอีกเรื่องหนึ่ง คือเรื่องของมลภาวะ เรื่องโลกร้อน การผลิตที่ปราศจากมลพิษ และเทคโนโลยีอาจจะต้องผลิตขึ้นในประเทศด้วย และเรื่องพลังงาน วันนี้ประเทศไทยก็ต้องคิดเทคโนโลยี ไม่ว่าจะเป็นชีวมวล สาหร่าย โซล่าเซลล์ และอื่นๆ นี่คือธุรกิจที่สำคัญๆ ที่รัฐบาลมอง

 

 

          ด้าน ดร.ทวีศักดิ์  กออนันตกูล ผู้อำนวยการ สวทช. กล่าวถึงวัตถุประสงค์การจัดงาน NSTDA Investors’ Day ว่า เพื่อนำผลงานวิจัยที่มีความพร้อมทางด้านศักยภาพในการลงทุนมาแสดงให้แก่นักลงทุน และผู้ประกอบธุรกิจ โดยมีสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ เป็นหน่วยงานหลักในการผลักดันและจัดงานนี้ขึ้นเป็นประจำทุกปี โดยในปี่นี้ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากกลุ่มนักลงทุนกว่า 400 คน และมีนักลงทุนแจ้งความประสงค์ขอเจรจาธุรกิจกับผลงานเด่น 5 ผลงาน จำนวน 28 ราย ซึ่งถือเป็นความสำเร็จที่ต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา อีกทั้งยังเป็นการยกระดับนวัตกรรมของประเทศเรา ให้มีศักยภาพเท่าเทียมกับนานาประเทศ และเพื่อลดการพึ่งพาปัจจัยจากต่างประเทศ นำเสนอผลงานแก่ภาคอุตสาหกรรมและการลงทุน นอกจากจะเป็นโอกาสในการนำเสนอผลงานแล้ว งาน NSTDA Investors’ Day ยังเป็นอีกหนึ่งเวทีที่เปิดให้นักวิจัยได้พบปะพูดคุย และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับนักลงทุนจากภาคอุตสาหกรรม เพื่อนำไปพัฒนาและคิดค้นนวัตกรรมที่ตอบสนองความต้องการของภาคอุตสาหกรรมและพาณิชย์อย่างแท้จริง
         สิ่งสำคัญถัดมาคือการนำเอางานวิจัยและนวัตกรรมเหล่านั้นมาต่อยอดให้เป็นธุรกิจเทคโนโลยี งาน NSTDA Investors’ Day จึงเป็นงานที่ตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดีกับการพัฒนาบุคลากร และสนับสนุนงานวิจัยที่เป็นของคนไทย ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกันกับนโยบายของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นอย่างดี
         ผู้อำนวยการ สวทช. กล่าวอีกว่า ผมเชื่อมั่นว่างาน NSTDA Investors’ Day ประจำปี 2554 ในปีนี้ จะเป็นสะพานเชื่อมที่ดีในการเชื่อมต่อระหว่างงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์และนักวิจัยกับนักธุรกิจ ที่จะนำเทคโนโลยีเหล่านี้ออกสู่ธุรกิจ และเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศให้ประสบความสำเร็จยิ่ง ๆ ขึ้นไป
         สำหรับผลงานวิจัยและเทคโนโลยีที่เป็นผลงานเด่น 5 ผลงานในปีนี้ ได้แก่
1.    BioPro : ถุงเพาะชำยอ่ยสลายได้ทางชีวภาพ  
       ซึ่งเป็นแนวทางหนึ่งของการจัดการเชิงรุกเพื่อลดปริมาณขยะพลาสติก ลดค่าใช้จ่ายของการกำจัดขยะและป้องกันปัญหาสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ โดยสามารถใช้ปลูกต้นกล้าโดยไม่ต้องฉีกถุง  จึงไม่กระทบกระเทือนต่อระบบรากของพืช และจะย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติภายในระยะเวลาที่เหมาะสมของพืชแต่ละชนิด  ซึ่งใช้ได้กับทั้งพืชยืนต้นและพืชล้มลุก
2.    i-Sensor : เซ็นเซอร์อิเล็กทรอนิกส์สำหรับระบบวัดน้ำและแสดงแผนที่อันโนมัติ
       ไมโครเซนเซอร์ที่ถูกวิจัยและพัฒนา  และผลิตขึ้นในประเทศด้วยคุณภาพมาตรฐานและราคาถูก สามารถนำมาใช้ในการวัดระดับค่าความเป็นกรดด่างในของเหลว หรือ พีเอชมิเตอร์  พร้อมใช้งานกับระบบต้นแบบสำหรับวัดคุณภาพน้ำแบบอัตโนมัติ  ซึ่งสามารถรองรับเซนเซอร์ต่างๆ ได้หลายชนิด  โดยที่ระบบจะแสดงค่าที่ได้วัดจากเซนเซอร์และสามารถแสดงผลและตำแหน่งที่ตั้งบน Google earth ได้
3.    ENZbleach : เอนไซม์ทนด่างจากปลวกสำหรับฟอกเยื่อกระดาษ
       เอนไซม์ทนด่างจากแบคทีเรียในลำไส้ปลวกซึ่งพัฒนาขึ้นมาเพื่อใช้ในกระวบนการฟอกเยื่อกระดาษ ช่วยลดการใช้พลังงาน และสารเคมีในการฟอกเยื่อ จึงช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถลดต้นทุนและช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน  โดยเอนไซม์นี้สามรถทำงานภายใต้สภาวะที่เป็นด่างสูงได้ดี  สามารถใช้ในการฟอกเยื่อได้โดยไม่ต้องปรับพีเอชของเยื่อ รวมทั้งไม่มีกิจกรรมของเอนไซม์เซลลูเลสซึ่งส่งผลต่อการลดความแข็งแรงของเยื่อกระดาษ
4.    Zeor-Watt Standby : ระบบสแตนบายแบบไม่ใช้พลังงาน
       ระบบสแตนบายแบบไม่ใช้พลังงานสำหรับอุปกรณ์ไฟฟ้า ช่วยหยุดการสูญเสียพลังงานของอุปกรณ์ไฟฟ้าได้เมื่อผู้ใช้งานสั่งปิดอุปกรณ์ไฟฟ้าด้วยรีโมทคอนโทรล ซึ่งเปรียบเสมือนการถอดปลั๊กอุปกรณ์ไฟฟ้า โดยที่ผู้ใช้งานไม่ต้องไปกดปุ่มปิดที่ตัวอุปกรณ์ไฟฟ้าหรือถอดปลั๊กไฟของอุปกรณ์ไฟฟ้า
5.    Iguard Nano : แผ่นกรองอากาศมัลติฟังก์ชั่น
       แผ่นกรองอากาศ (Air Filter) ที่ผ่านการเคลือบด้วยสูตรน้ำยาเคลือบแผ่นกรองอากาศที่รวมคุณสมบัติพิเศษแบบมัลติฟังก์ชั่นไว้ในสูตรเดียว ซึ่งจะช่วยในการดูดซับกลิ่น ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย/ไวรัส และกำจัดแก๊ส/ไอระเหยสารเคมี ภายในแผ่นเดียวกัน
       นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการบรรยายพิเศษในหัวข้อ “10 เทคโนโลยีที่น่าจับตามองสำหรับธุรกิจ” ซึ่งเป็นการฉายภาพว่ามีเทคโนโลยีใดที่เริ่มมาแรง และเทคโนโลยีใดที่ต้องจับตามองในปีนี้  และมีช่วงของการเสวนาให้ความรู้ ในหัวข้อ “กรีนเทคโนโลยี นวัตกรรมดีเพื่อการลงทุน เกื้อหนุนธุรกิจไทยให้ก้าวไกล” และการบรรยายพิเศษในหัวข้อ “ต่อยอดรวย ด้วยธุรกิจเทคโนโลยี” ตลอดจนการจัดแสดงบริการสนับสนุนต่าง ๆ ของ สวทช. แก่ภาคเอกชน อาทิ การร่วมลงทุน (NIC) เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ (CD) การบ่มเพาะผู้ประกอบการ (BIC) รับรองโครงการวิจัยหักลดหย่อนภาษี 200% (RDC) และโครงการมาตรการส่งเสริมการลงทุนเพื่อพัฒนาทักษะเทคโนโลยีและนวัตกรรม (STI) บริการด้านการถ่ายทอดเทคโนโลยีและดำเนินการเกี่ยวกับการอนุญาตให้ใช้สิทธิเทคโนโลยี (TLO) และบริการจัดหาผู้เชี่ยวชาญเพื่อช่วยแก้ไขปัญหาการผลิตหรือพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตในภาคอุตสาหกรรม (iTAP) เป็นต้น     

ผู้เขียนข่าว : นายปราโมทย์  ป้องสุธาธาร 

ภาพข่าว    : นายรัฐพล หงสไกร

                กลุ่มงานประชาสัมพันธ์ สำนักงานปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โทร. 0 2333 3728

 

 
หน่วยงานในสังกัดกระทรวง
สำนักงานรัฐมนตรี สำนักงานปลัดกระทรวง กรมวิทยาศาสตร์บริการ สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ สถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ(องค์การมหาชน) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ(องค์การมหาชน) สำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน(องค์การมหาชน) สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร(องค์การมหาชน) สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ(องค์การมหาชน) สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์(องค์การมหาชน)

กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.)
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อการพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม สร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืน ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร
หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
โปรดแจ้งให้ทราบเพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป