กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีภาษาไทยEnglish
หน้าหลัก ข่าวสารหน่วยงาน วว. ผลิตปุ๋ยอินทรีย์ครบ 1 ล้านกระสอบ มีเงินหมุนเวียนในชุมชนทั่วประเทศกว่าพันล้านบาท

วว. ผลิตปุ๋ยอินทรีย์ครบ 1 ล้านกระสอบ มีเงินหมุนเวียนในชุมชนทั่วประเทศกว่าพันล้านบาท

พิมพ์ PDF

           สถาบันวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) ดำเนินโครงการหมู่บ้านปุ๋ยอินทรีย์ วว. ทั่วประเทศ  ประสบผลสำเร็จผลิตปุ๋ยอินทรีย์ครบ 1 ล้านกระสอบ หรือเท่ากับ 60,630 ตัน คิดเป็นเงินหมุนเวียนเกิดขึ้นในชุมชนกว่า 1,200 ล้านบาท ภายใต้การสนับสนุนของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) ในรูปแบบหมู่บ้านแม่ข่ายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดทั้งทางเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม โดยการลดรายจ่าย สร้างงาน สร้างรายได้ เพิ่มมูลค่าทรัพยากรในท้องถิ่น กระจายความเจริญ และฟื้นฟูทรัพยากรดินให้สมบูรณ์อย่างยั่งยืน 

   
           ดร.วีระพงษ์   แพสุวรรณ   รองปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี   กล่าวว่า โครงการปุ๋ยอินทรีย์ เป็นการใช้วัสดุจากท้องถิ่น และแสดงให้เห็นว่ามีคุณค่าที่เหมาะสม จึงได้รับความร่วมมือจากชุมชนจนสามารถผลิตได้ 1 ล้านกระสอบ  กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ มีความเชื่อว่าถ้าครอบครัวและชุมชนเข้มแข็งก็เป็นการสร้างความเข้มแข็งให้กับประเทศด้วย  โครงการปุ๋ยเป็นตัวอย่างความสำเร็จ เรายังมีโครงการต่างๆ อีกมากมาย ซึ่งกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ยินดีที่จะมารับใช้ กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ พร้อมจะช่วยเมื่อท่านมีปัญหา และวันนี้ท่านได้มารู้จักอาจารย์จากมหาวิทยาลัยต่างๆ ท่านก็ควรจะรู้ด้วยว่าท่านเหล่านี้จะช่วยท่านได้อย่างไร


           ดร.วีระพงษ์   แพสุวรรณ   กล่าวอีกว่า  กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ได้ก่อสร้างโรงงานผลิตปุ๋ยอินทรีย์ให้แก่กลุ่มเกษตรกรตั้งแต่ปี 2547–2551 รวมจำนวนทั้งสิ้น 317 โรง ความสำเร็จของกลุ่มเกษตรกรผู้เข้าร่วมโครงการผลิตปุ๋ยอินทรีย์ จนถึงปัจจุบัน (มิถุนายน 2554) ซึ่งได้รับการฝึกอบรมเทคโนโลยีการผลิตปุ๋ยอินทรีย์ การบำรุง รักษาเครื่องจักรและอุปกรณ์ การบริหารจัดการ ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติจนกลุ่มเกษตรกรมีความรู้ความเข้าใจในการผลิตปุ๋ย และสามารถดำเนินการผลิตปุ๋ยอินทรีย์ไว้ใช้เองได้ อีกทั้งยังสามารถจำหน่ายปุ๋ยให้แก่เกษตรกรทั้งในหมู่บ้านและบริเวณใกล้เคียง โดยเกษตรกรสามารถผลิตปุ๋ยอินทรีย์ได้ในปริมาณ 1,212,602 กระสอบ ซึ่งโรงปุ๋ยเหล่านี้เกษตรกรยังสามารถดำเนินการผลิตปุ๋ยอินทรีย์ต่อไปทุกๆ ปี


           ผลประโยชน์ที่กลุ่มเกษตรกรได้รับจากการมีโรงปุ๋ยทุกๆ 1 ตันปุ๋ย กลุ่มจะมีรายได้จากการจำหน่ายมูลสัตว์ 1,500 บาท (มูลสัตว์ราคา 1.50 บาท/ก.ก.) รายได้จากการจำหน่ายปุ๋ย 3,000 บาท (กำไร 150 บาท/กระสอบ) รายได้จากการรับค่าแรง 1,500 บาท (ค่าแรง 75 บาท/กระสอบ) ชุมชนประหยัดเงินซื้อปุ๋ย 14,000 บาท (ราคาปุ๋ย วว. 600 บาท ราคาปุ๋ยเคมี 1,300 บาท) รวมเป็นมูลค่าทั้งสิ้น 20,000 บาท/1ตันปุ๋ย ดังนั้นหมู่บ้านปุ๋ยอินทรีย์ วว. ผลิตปุ๋ยได้ 1,212,602 กระสอบหรือเท่ากับ 60,630 ตัน ทำให้หมู่บ้านปุ๋ยอินทรีย์ วว. มีเงินหมุนเวียนในชุมชนจำนวน 1,212 ล้านบาท โดยจังหวัดที่สามารถผลิตปุ๋ยได้สูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ จังหวัดศรีสะเกษ  นครราชสีมา และบุรีรัมย์ ซึ่งสามารถผลิตปุ๋ยได้ 162,605 กระสอบ 87,720 กระสอบ และ 87,301 กระสอบ ตามลำดับ


           นอกจากนี้โครงการถ่ายทอดเทคโนโลยีโรงงานต้นแบบผลิตปุ๋ยอินทรีย์ยังมีผลกระทบที่ดีต่อสังคม ในการเป็นรากฐานของชุมชนที่นำไปสู่การพึ่งพาตนเองตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง  ช่วยลดการอพยพของเกษตรกรออกจากท้องถิ่นเพื่อเข้ามาทำงานในเมือง ส่งเสริมการมีงานทำขึ้นในชุมชนช่วงฤดูแล้งหรือนอกฤดูทำนา และส่งเสริมให้เกิดวัฒนธรรมการลงแขกขึ้นในชุมชนชนบท ทำให้ชุมชนเริ่มเข้ามามีส่วนร่วมและทำงานเป็นทีมมากขึ้น รวมทั้งยังมีผลกระทบที่ดีต่อสิ่งแวดล้อมในการช่วยลดมลภาวะที่เกิดจากการเลี้ยงสัตว์ภายในชุมชน ลดการสะสมของธาตุอาหารต่างๆ ที่เกิดจากการใช้ปุ๋ยเคมีไหลลงสู่แม่น้ำ และช่วยการปรับปรุงบำรุงดิน ทำให้ทรัพยากรดินมีความอุดมสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น
           ด้าน ดร.สุริยา  สาสนรักกิจ  ผู้เชี่ยวชาญพิเศษและรักษาการผู้อำนวยการฝ่ายเทคโนโลยี การเกษตร วว.  กล่าวถึงเคล็ดลับความสำเร็จของหมู่บ้านปุ๋ยอินทรีย์ วว. ว่า เกิดจากความพร้อมใน 6 ด้าน คือ 1. มีประธานและสมาชิกที่มีศักยภาพและมีความต้องการผลิตปุ๋ย 2 .มีเงินทุนหมุนเวียนและระดมหุ้นสมาชิกได้เพียงพอ  3. มีโรงเรือนเครื่องจักรอุปกรณ์และวัตถุดิบในชุมชน 4. มีการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ 5. มีเทคโนโลยีการผลิตปุ๋ยที่ถูกต้องตามหลักวิชาการ และ 6. มีระบบการตลาดที่ดี มีคุณภาพ
ทั้งนี้ โรงงานผลิตปุ๋ยอินทรีย์ของ วว. มีจุดเด่น คือ ประกอบด้วย อาคาร เครื่องจักรและอุปกรณ์ มีกำลังการผลิตปุ๋ยเหมาะสมกับชุมชน (100 ตัน/ปี) ใช้วัตถุดิบในการผลิตปุ๋ยที่มีอยู่ในชุมชนเป็นหลักโดยเฉพาะอย่างยิ่งจำพวกมูลสัตว์และวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร มีขั้นตอนและวิธีการผลิตที่ชัดเจน ง่ายไม่ซับซ้อน เกษตรกรสามารถผลิตปุ๋ยใช้เองได้อย่างมีคุณภาพ สามารถผลิตปุ๋ยได้ทั้งปุ๋ยอินทรีย์และปุ๋ยอินทรีย์เคมีตามมาตรฐานกรมวิชาการเกษตร และผลิตภัณฑ์ปุ๋ยเป็นที่ต้องการของชุมชนและตลาดผู้ใช้ปุ๋ยอยู่ในชุมชน
           “...อย่างไรก็ตาม ปัจจัยความสำเร็จที่สำคัญของหมู่บ้านปุ๋ยอินทรีย์ วว. เกิดจากการน้อมนำกระแสพระราชดำรัสการเข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา มาประยุกต์ใช้โดยการติดตามและดูแล แก้ปัญหากลุ่มอย่างใกล้ชิด มีการจัดทำโครงการเพื่อพัฒนากลุ่มอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่การก่อสร้างโรงปุ๋ย การสนับสนุนเครื่องจักร การอบรมการผลิตปุ๋ย การอบรม การบริหารจัดการ และการซ่อมบำรุงเครื่องจักรอุปกรณ์การผลิตปุ๋ย นอกจากนี้ เรายังได้คัดเลือกกลุ่มที่มีศักยภาพเพื่อยกระดับกลุ่มขึ้นเป็นหมู่บ้านแม่ข่ายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อให้กลุ่มที่มีศักยภาพได้สร้างลูกข่ายให้เกิดเครือข่ายความเข้มแข็งขึ้นในชุมชน…” ดร.สุริยา สาสนรักกิจ กล่าว
           สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม   หรือขอรับคำแนะนำปรึกษาด้านการผลิตปุ๋ยอินทรีย์ วว.   ได้ที่ Call center วว.  โทร. 0 2577 9300   หรือที่ ฝ่ายเทคโนโลยีการเกษตร วว.   โทร. 0 2577 9000  โทรสาร 0 2577 9009  ในวันและเวลาราชการ  หรือที่  E-mail : อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน




ผู้เขียนข่าว  :  นายปราโมทย์  ป้องสุธาธาร กลุ่มงานประชาสัมพันธ์ กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ
                  โทร. 0-2333-3700 ต่อ 3728  โทรสาร 02-333-3833  E-Mail :  อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน

ภาพข่าว     :  นางสาวศิริลักษณ์ สิกขะบูรณะ และ นายรัฐพล หงสไกร

 

 

 
หน่วยงานในสังกัดกระทรวง
สำนักงานรัฐมนตรี สำนักงานปลัดกระทรวง กรมวิทยาศาสตร์บริการ สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ สถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ(องค์การมหาชน) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ(องค์การมหาชน) สำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน(องค์การมหาชน) สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร(องค์การมหาชน) สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ(องค์การมหาชน) สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์(องค์การมหาชน)

กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.)
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อการพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม สร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืน ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร
หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
โปรดแจ้งให้ทราบเพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป