กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีภาษาไทยEnglish
หน้าหลัก ข่าวสารหน่วยงาน จับตากระทรวงวิทย์ฯ จับมือกระทรวงแรงงานออกมาตรการ ชะลอการเลิกจ้างแรงงานภาคอุตสาหกรรม

จับตากระทรวงวิทย์ฯ จับมือกระทรวงแรงงานออกมาตรการ ชะลอการเลิกจ้างแรงงานภาคอุตสาหกรรม

พิมพ์ PDF

(27 เมษายน 2552)  ดร.คุณหญิงกัลยา  โสภณพนิช  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  เปิดเผยหลังเข้าเยี่ยมชมศักยภาพการดำเนินงานของศูนย์ทดสอบผลิตภัณฑ์ไฟฟ้าและ อิเล็กทรอนิกส์  หรือ PTEC  สวทช. เขตลาดกระบัง  ในการทำงานร่วมกับภาคอุตสาหกรรม  เรื่องการทดสอบผลิตภัณฑ์สินค้าที่ใช้ในชีวิตประจำวันทั่วไป อาทิ  ผลิตภัณฑ์วิทยุติดรถยนต์ของบริษัทโซนี่  ผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ของบริษัทชาร์ป  อุปกรณ์สำรองไฟฟ้า (UPS) ของบริษัทซิลิคอน ของเด็กเล่นแบบอิเล็กทรอนิกส์ของบริษัท Tomy แบตเตอรี่มือถือของบริษัท บราโว อิเล็กทรอนิกส์  แผงโซลาร์เซลของบางกอกโซลาร์  และงานบริการทดสอบด้านสัญญาณรบกวนในระบบเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ ฯลฯ ล่าสุดเตรียมนำเสนอมาตรการช่วยเหลือชะลอการเลิกจ้างแรงงานของภาค อุตสาหกรรมด้วยการจับมือกับกระทรวงแรงงานผลักดันการอบรมเชิงปฏิบัติการให้ กับพนักงานในกลุ่มธุรกิจต่าง ๆ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่และขนาดย่อมให้มีความพร้อมและ เชี่ยวชาญในการรองรับการผลิตสินค้านวัตกรรมใหม่ ๆ โดยเตรียมขอสนับสนุนงบประมาณกระตุ้นภาวะเศรษฐกิจจากรัฐบาลเพื่อรองรับ เศรษฐกิจของโลกซึ่งเริ่มมีสัญญาณในทางที่ดีขึ้น 

  

              ดร.คุณหญิงกัลยา  โสภณพนิช  กล่าวอีกว่า ในอดีตการส่งผลิตภัณฑ์ประเภทไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ไปจำหน่ายยังต่างประเทศ  สามารถทำได้ง่ายคือ แค่เสียภาษีการนำเข้าเท่านั้น  แต่เนื่องจากสภาวการณ์โลกในปัจจุบันได้เปลี่ยนแปลงไป  ระบบการค้าเสรีขึ้น  ประเทศในภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วโลกไม่สามารถตั้งกำแพงภาษีขึ้นมากีดกันการนำเข้าสินค้าได้  แต่ทั้งนี้ก็ต้องติดขัดกับกฎระเบียบทางเทคนิคทางการค้าที่กำหนดว่าด้วยการนำ เข้าผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่จะต้องเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีมาตรฐานเป็นไปตามข้อกำหนดที่ร่างขึ้น  คำว่ามาตรฐาน หรือ Standard จึงเกิดขึ้นมา  และนับวันกฎเกณฑ์หรือข้อกำหนดจะเพิ่มมากขึ้น  ซึ่งหากมองในมุมของประเทศกำลังพัฒนาอย่างไทยเราแล้ว  การกำหนดมาตรฐานผลิตภัณฑ์สินค้า  คือข้อกีดกันทางการค้าสำหรับการส่งออกแบบใหม่นั่นเอง  เพราะประเทศไทยไม่ได้เป็นผู้นำด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์  และยังคงต้องพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศในเกือบทุกด้าน โดยเฉพาะด้านไฟฟ้า  อิเล็กทรอนิกส์และเทคโนโลยีสารสนเทศ  จากการประกาศบังคับใช้มาตรฐานต่าง ๆ สำหรับผลิตภัณฑ์ประเภทต่าง ๆ ทำให้หลายประเทศทั่วโลกกำหนดหลักวิธีการทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีขึ้นเอง  เพื่อใช้ทดสอบผลิตภัณฑ์นั้น ๆ และใช้เป็นตัวกำหนดมาตรฐานคุณภาพสินค้า  ทั้งนี้เพื่อปกป้องคุณภาพชีวิตของประชาชน  และเพื่อความปลอดภัยของสิ่งแวดล้อม  จึงทำให้สินค้าต่าง ๆ มีการแข่งขันกันด้านคุณภาพเพื่อผลักดันให้สินค้าสู่สากลมากขึ้น  ด้วยเหตุนี้  การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศจึงล้วนขับเคลื่อนสู่การพัฒนาไปสู่สังคม เศรษฐกิจฐานความรู้  โดยเฉพาะความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์เป็นสิ่งสำคัญมาก  ดังนั้น จึงต้องเร่งพัฒนาสร้างฐานความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์ให้เข้มแข็งและก้าวหน้า มากขึ้น  เพื่อสามารถผลิตสินค้าที่มีคุณภาพดี  สร้างผลกำไรให้กับประเทศได้มากขึ้น
              กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ โดย สวทช. ได้เข้าไปมีบทบาทสนับสนุนการวิจัย  พัฒนา  และสร้างนวัตกรรม  ทางด้านการผลิต  ในส่วนของผลิตภัณฑ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ โดยศูนย์ทดสอบผลิตภัณฑ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ หรือ PTEC ที่ก่อตั้งมากว่า 10 ปี  ทำหน้าที่ถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีต่าง ๆ อันนำไปสู่การใช้ประโยชน์ทั้งภาคอุตสาหกรรม และสถาบันการศึกษา  ให้บริการทดสอบผลิตภัณฑ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ตามมาตรฐานสากล  การวิจัยพัฒนาเพื่อเพิ่มคุณภาพของผลิตภัณฑ์  การตรวจสอบเทียบเครื่องมือและอุปกรณ์วัดต่าง ๆ ให้ถูกต้องเที่ยงตรง  บริการอบรมยกระดับความรู้ด้านวิศวกรรมให้คำแนะนำปรึกษาแก้ไขปัญหาผลิตภัณฑ์ ให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล  รวมทั้งเป็นที่ปรึกษาให้กับองค์กรของรัฐ เช่น ระบบเดินรถไฟฟ้าบีทีเอส  สนามบิน  ธนาคาร  และด้านการทหาร  เป็นต้น  ซึ่งการทำงานร่วมกับภาคอุตสาหกรรมที่ผ่านมาของ PTEC ประสบความสำเร็จอย่างมาก  ภาคอุตสาหกรรมที่เป็นลูกค้าของ PTEC สามารถลดต้นทุนในการผลิตโดยเฉพาะด้านการทดสอบผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ตามมาตรฐานสากลที่กำหนดขึ้น  โดยสามารถดำเนินการได้ภายในประเทศไทย 
              จากความพร้อมต่าง ๆ ของ PTEC ล่าสุดกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ เตรียมนำเสนอมาตรการช่วยเหลือชะลอการเลิกจ้างแรงงานของภาคอุตสาหกรรมซึ่ง เป็นผลมาจากภาวะเศรษฐกิจถดถอย ทำให้กำลังซื้อลดลงส่งผลให้ภาคเอกชน  ต้องลดกำลังการผลิตและแรงงานการผลิตลง จากปัญหาดังกล่าวหากปล่อยให้ภาคอุตสาหกรรมในกลุ่มนี้แก้ไขหรือหาทางออกเพียง ลำพังนั้น  ค่อนข้างน่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง  กระทรวงวิทย์ฯ จึงได้จับมือกับกระทรวงแรงงานผลักดันการอบรมเชิงปฏิบัติการให้กับพนักงานใน กลุ่มธุรกิจต่าง ๆ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่และขนาดย่อมให้มีความพร้อมและ เชี่ยวชาญในการรองรับการผลิตสินค้านวัตกรรมใหม่ ๆ เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาการเลิกจ้าง  ตลอดจนสามารถยกระดับความรู้ความสามารถของบุคลากรให้เป็นแรงงานที่มีคุณภาพมา รองรับการผลิตให้ได้มาตรฐานยิ่งขึ้น  โดยเตรียมขอสนับสนุนงบประมาณกระตุ้นภาวะเศรษฐกิจจากรัฐบาลเพื่อรองรับ เศรษฐกิจของโลกซึ่งเริ่มมีสัญญาณในทางที่ดีขึ้น
              ดร.คุณหญิงกัลยา  โสภณพนิช  กล่าวอีกว่า  อีกประเด็นคือ ต้องให้ความรู้กับประชาชน เพราะผลิตภัณฑ์ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์เกี่ยวข้องกับประชาชนตั้งแต่เด็กเล็ก  ของเล่นบุตรหลานมีการใช้แบตเตอรี่  เด็กบางคนมีความสงสัยว่าเครื่องไมโครเวฟทำงานอย่างไร ก็จะเข้าไปจ้องดู ซึ่งอาจทำให้สายตาเสียได้  และหลายครั้งที่ปลั๊กไฟฟ้าไม่ได้มาตรฐานเป็นสาเหตุทำให้เกิดไฟไหม้อาคารบ้าน เรือน  นอกจากนี้ แบตเตอรี่โทรศัพท์มือถือที่ไม่ได้มาตรฐาน ไม่มี มอก. รองรับ  เมื่อใช้ไปนาน ๆ อาจทำให้ระเบิดได้  ซึ่งสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐานล้วนทำให้เกิดความเสียหายทั้งชีวิตและทรัพย์สิน ได้

 

 

 

 
ข่าวที่เกี่ยวข้อง :
หน่วยงานในสังกัดกระทรวง
สำนักงานรัฐมนตรี สำนักงานปลัดกระทรวง กรมวิทยาศาสตร์บริการ สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ สถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ(องค์การมหาชน) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ(องค์การมหาชน) สำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน(องค์การมหาชน) สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร(องค์การมหาชน) สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ(องค์การมหาชน) สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์(องค์การมหาชน)

กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.)
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อการพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม สร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืน ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร
หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
โปรดแจ้งให้ทราบเพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป