กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีภาษาไทยEnglish
หน้าหลัก ข่าวสารหน่วยงาน รมว.วิทย์ฯ ร่วมแสดงความยินดีและมอบเงินรางวัลแก่นักเทคโนโลยีดีเด่นและนักเทคโนโลยีรุ่นใหม่ ปี 2553

รมว.วิทย์ฯ ร่วมแสดงความยินดีและมอบเงินรางวัลแก่นักเทคโนโลยีดีเด่นและนักเทคโนโลยีรุ่นใหม่ ปี 2553

พิมพ์ PDF

           ดร. วีระชัย  วีระเมธีกุล  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  เป็นประธานมอบเงินรางวัลแก่นักเทคโนโลยีดีเด่นและนักเทคโนโลยีรุ่นใหม่ ประจำปี 2553 โดยทีมวิจัย “เทคโนโลยีการค้นหาและใช้ประโยชน์จากยีน  เพื่อการเพิ่มประสิทธิภาพในการปรับปรุงพันธุ์ข้าว” ได้รับคัดเลือกให้รับรางวัลนักเทคโนโลยีดีเด่น  ณ ห้องกมลทิพย์  โรงแรมสยามซิตี้ กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2553


           ดร. วีระชัย  วีระเมธีกุล  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ กล่าวแสดงความยินดีกับผู้ได้รับรางวัลฯ ว่า  ผมมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มาร่วมงานในพิธีงานเลี้ยงวันเทคโนโลยีของไทย  ในขณะเดียวกันก็ได้ร่วมแสดงความยินดีแก่ผู้ได้รับรางวัลนักเทคโนโลยีดีเด่นและนักเทคโนโลยีรุ่นใหม่ ประจำปี 2553  ปัจจุบันงานพัฒนาทางด้านเทคโนโลยีเป็นเรื่องที่สำคัญ ซึ่งมีผลต่อการขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจของประเทศ  ดังนั้นการวางรากฐานการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนจึงจำเป็นที่จะต้องมีการกำหนดยุทธศาสตร์หลักในการวิจัยและพัฒนา  ตลอดจนต้องมีการส่งเสริมบุคลากรให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ดังกล่าวควบคู่กันไปด้วย  เพื่อที่ประเทศชาติจะได้สามารถพึ่งพาตนเองทางด้านเทคโนโลยีให้มากที่สุดเท่าที่สามารถจะทำได้  ในนามของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  ผมขอแสดงความยินดีและชื่นชมต่อผลงานของนักเทคโนโลยีดีเด่น ซึ่งในปีนี้ได้แก่ผลงานของหน่วยปฎิบัติการค้นหาและใช้ประโยชน์ยีนข้าว โดยมี รศ.ดร.อภิชาติ วรรณวิจิตร ผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์ข้าว มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นหัวหน้าคณะผู้วิจัย และมีผู้ร่วมงานวิจัยอีกจำนวน 21 ท่าน  กับผลงานเทคโนโลยีการเพิ่มกลิ่นหอม  เพื่อการเพิ่มประสิทธิภาพในการปรับปรุงพันธุ์ข้าวหอมและข้าวเหนียว  รวมทั้งต้องขอแสดงความยินดีและความชื่นชมกับนักเทคโนโลยีรุ่นใหม่ ทั้ง 3 ท่าน  ได้แก่  ผศ.ดร. โชติรัตน์  รัตนามหัทธนะ จากคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  ผศ.ดร. พิมทอง ทองนพคุณ  จากคณะอัญมณี มหาวิทยาลัยบูรพา  และ ผศ.ดร. ยอดเยี่ยม  ทิพย์สุวรรณ  จากคณะวิศวกรรมศาสตร์  มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์  ที่ได้มุ่งมั่นตั้งใจและทุ่มเทเพื่อการวิจัยและพัฒนาจนได้ผลงานเทคโนโลยีที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาและการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ  รวมทั้งยังสามารถลดการนำเข้าและการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศได้ด้วย


           การที่ทั้ง 4 ท่านได้มายืน ณ จุดนี้ได้แสดงว่าทุกท่านได้รับการยอมรับอย่างไม่มีข้อสงสัยแล้วว่าความมานะความพยายามด้วยการพัฒนาและสร้างสรรค์ผลงานของตนเองในการค้นคว้า วิจัย และทดลองนั้น ได้ประสบผลสำเร็จจนได้ผลงานที่มีคุณค่า  เกิดการพัฒนาองค์ความรู้ที่สามารถนำไปใช้ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติได้อย่างแท้จริง  ดังนั้นผู้ได้รับรางวัลทุกท่านจึงสมควรได้รับการยกย่องให้เป็นแบบอย่างที่ดีของแวดวงวิทยาศาสตร์และสังคมไทยที่จะกระตุ้นส่งเสริม และเป็นแรงบันดาลใจให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเกิดความมุ่งมั่นในการคิดค้น  สร้างสรรค์และพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ ๆ เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติสืบต่อไป
           ด้าน ศาสตราจารย์ นายแพทย์สิริฤกษ์  ทรงศิวิไล  ประธานคณะกรรมการรางวัลนักเทคโนโลยีดีเด่น และนักเทคโนโลยีรุ่นใหม่  กล่าวว่า  โครงการรางวัลนักเทคโนโลยีดีเด่นและนักเทคโนโลยีรุ่นใหม่  ได้มีการริเริ่มขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2543 โดยมูลนิธิส่งเสริมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในพระบรมราชูปถัมภ์  และได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) สำหรับปี 2553  คณะกรรมการจะพิจารณาผลงานที่เสนอตามเกณฑ์ต่อไปนี้  1. เป็นผลงานใหม่และโดดเด่น 2. ผลงานมีผลกระทบทางบวกต่อเศรษฐกิจ และความเป็นอยู่ของประชากรไทย  3. ผลงานมีผลกระทบทางบวกต่อวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  ที่นำไปสู่การคิดค้น และการพัฒนาที่สำคัญต่อไป  4. เป็นการปรับปรุงเทคโนโลยีใหญ่ที่ทำให้ประเทศไทยมีความได้เปรียบในการแข่งขันในเวทีอุตสาหกรรม ซึ่งคณะกรรมการฯ ได้มีมติเป็นเอกฉันท์ ดังนี้    รางวัลนักเทคโนโลยีดีเด่น  จะได้รับเงินรางวัล  600,000 บาท ได้แก่  หน่วยปฎิบัติการค้นหาและใช้ประโยชน์ยีนข้าว โดยมี รศ.ดร.อภิชาติ วรรณวิจิตร ผู้อำนวยการศูนย์หน่วยปฎิบัติการค้นหาและใช้ประโยชน์ยีนข้าว มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน  เป็นหัวหน้าคณะวิจัย  และมีผู้ร่วมคณะวิจัย  จำนวน 21 ท่าน จากผลงาน “เทคโนโลยีการค้นหาและใช้ประโยชน์จากยีน  เพื่อการเพิ่มประสิทธิภาพในการปรับปรุงพันธุ์ข้าว”  รางวัลนักเทคโนโลยีรุ่นใหม่ จะได้รับเงินรางวัลเป็นจำนวนเงิน 100,000 บาท มี 3 รางวัล ได้แก่ 1. ผศ.ดร. โชติรัตน์  รัตนามหัทธนะ ภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  มีผลงานใน “การใช้ไดนามิกไทม์วอร์ป ปิง (Dynamic Time Warping : DTW)  ในการทำเหมืองข้อมูล (Data Mining) อนุกรมเวลา”  2. ผศ.ดร. พิมทอง ทองนพคุณ  คณะอัญมณี  มหาวิทยาลัยบูรพา วิทยาเขตจันทบุรี มีผลงานในการพัฒนา “เทคโนโลยีการผลิตนาโนซิลเวอร์เคลย์และเทคนิคการขึ้นรูปเครื่องประดับเงินจากนาโนซิลเวอร์เคลย์”  3. ผศ.ดร. ยอดเยี่ยม  ทิพย์สุวรรณ ภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์  คณะวิศวกรรมศาสตร์  มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์  จากผลงาน “การสร้างเครื่อง Smart Doser” 
 
           รางวัลนักเทคโนโลยีดีเด่น  หน่วยปฎิบัติการค้นหา และใช้ประโยชน์ยีนข้าว โดยมี รศ.ดร.อภิชาติ วรรณวิจิตร ผู้อำนวยการศูนย์หน่วยปฎิบัติการค้นหาและใช้ประโยชน์ยีนข้าว มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน  เป็นหัวหน้าคณะวิจัย  และมีผู้ร่วมคณะวิจัย  จำนวน 21 ท่าน จากผลงาน “เทคโนโลยีการค้นหาและใช้ประโยชน์จากยีน  เพื่อการเพิ่มประสิทธิภาพในการปรับปรุงพันธุ์ข้าว”  ซึ่งประกอบด้วยเทคโนโลยีที่สำคัญ 2 ส่วน ได้แก่
           1.  เทคโนโลยีการปรับปรุงพันธุ์ข้าวหอมและข้าวเหนียว
                    คณะวิจัยได้ใช้ เทคโนโลยี DNA marker มาช่วยในการคัดเลือกพันธุ์ข้าวที่หอมและต้านทานโรค-แมลงศัตรูพืช รวมถึงสิ่งแวดล้อมที่ไม่เอื้ออำนวยต่อการเจริญเติบโตของข้าว เช่น ภาวะน้ำท่วมฉับพลัน จนสามารถปรับปรุงพันธุ์ข้าวหอมและข้าวเหนียว จำนวน 8 สายพันธุ์ (ทั้งหมดอยู่ระหว่างการยื่นจดสิทธิบัตร) ได้แก่
                          1.  ข้าวหอมมะลิ Plus III – ข้าวเจ้าหอมมะลิที่ต้านทานภาวะน้ำท่วมเฉียบพลัน, โรคขอบใบแห้ง และแมลงเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล (Bph Q6,12)
                          2.  ข้าวเหนียวหอม กข 6 ต้านทานโรคใบไหม้
                          3.  ข้าวเจ้าหอมมะลิต้านทานโรคขอบใบแห้ง (xa5)
                          4.  ข้าวเจ้าหอมมะลิต้านทานแมลงเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลหลายสายพันธุ์ (Bph3)
                          5.  ข้าวปิ่นเกษตร 2 –  ข้าวเจ้าหอมที่ให้ผลผลิตสูง และมีคุณค่าทางโภชนาการเหมาะต่อการบริโภค
                          6.  ข้าวเหนียวหอมนวล – ข้าวเหนียวที่มีกลิ่นหอมมาก มีเมล็ดข้าวยาว และมีค่า Rapidly available glucose ต่ำ
                          7.  ข้าวหอมชลสิทธิ์ – ข้าวหอมสำหรับปลูกนาปรัง เป็นข้าวที่ทนทานต่อภาวะน้ำท่วม
                          8.  ข้าวหอมต้านโรคขอบใบแห้ง–ข้าวหอมที่ไม่ไวแสงและสามารถต้านทานโรคขอบใบแห้ง 2 ตำแหน่ง
                          โดยข้าวที่ได้รับการพัฒนาสายพันธุ์และได้เป็นที่นิยมในการนำไปปลูกจริงจากเกษตรกร ได้แก่ พันธุ์ข้าวหอมชลสิทธิ์  ข้าวปิ่นเกษตร  ข้าวสินเหล็ก และข้าวเหนียวหอม กข 6  ปัจจุบันเกษตรกรส่วนใหญ่ในภาคอิสานและภาคเหนือ คือใน จ.ชัยภูมิ  อุดรธานี  สกลนคร  แพร่  และน่าน ได้ใช้สายพันธุ์ข้าวเหนียวหอม กข 6 ประมาณ 80% ของพื้นที่เพาะปลูก
           2.  เทคโนโลยีการเพิ่มสารหอมในข้าว
                คณะวิจัยได้ค้นพบยีนส์ควบคุมความหอมของข้าวขาวดอกมะลิ โดยใช้วิธี map-based cloning (ไม่ใช่ GMO) จึงทำให้พบกระบวนการที่ทำให้ข้าวมีการสะสมสารประกอบ 2-acetyl-1-pyrroline (2 AP)  ซึ่งเป็นสารหอมหลักของข้าวทุกสายพันธุ์  เพื่อนำไปใช้เพิ่มระดับความหอมของข้าวในข้าวพันธุ์อื่นๆ โดยใช้วิธี functional marker (Aromarker) ที่สามารถถ่ายทอดลักษณะความหอมของข้าวหอมมะลิไปสู่ข้าวพันธุ์อื่นๆ ที่มีผล ผลิตสูงแต่ไม่หอม  จนได้ข้าวหอมพันธุ์ใหม่ๆ ที่มีผลผลิตสูงและกำลังได้รับความนิยมปลูกจากเกษตรกร เช่น ข้าวหอมชลสิทธิ์  ข้าวปิ่นเกษตร  และข้าวสินเหล็ก กข 6 เป็นต้น  โดยในการปลูกข้าวในนาชลประทาน  ข้าวหอมเหล่านี้ให้ผลผลิตมากกว่า 1 ตัน/ไร่
                สำหรับผู้ได้รับรางวัลนักเทคโนโลยีรุ่นใหม่ จะได้รับเงินรางวัลเป็นจำนวนเงิน 100,000 บาท มี 3 รางวัล ได้แก่
                     1. ผศ.ดร. โชติรัตน์  รัตนามหัทธนะ ภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  มีผลงานใน “การใช้ไดนามิกไทม์วอร์ป ปิง (Dynamic Time Warping : DTW)  ในการทำเหมืองข้อมูล (Data Mining) อนุกรมเวลา”  มีผลงานการสร้างเทคโนโลยีที่ทำให้สามารถขยายขอบเขตการใช้คุณสมบัติของข้อมูลอนุกรมเวลาให้เป็นประโยชน์ในการเก็บข้อมูลจำนวนมากๆ โดยเฉพาะข้อมูลมัลติมิเดียที่ปกติต้องใช้พื้นที่ในการจัดเก็บค่อนข้างมาก  ซึ่งจะเป็นการลดขนาดหรือมิติของการเก็บข้อมูลลงอย่างมาก  และยังนำไปประยุกต์ใช้ในการค้นหาข้อมูลต่างๆ ที่บันทึกไว้ในลักษณะกลไกในการหาข้อมูล (search engine) ได้อย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องพึ่งพาโปรแกรมของต่างประเทศ  ปัจจุบันนำเทคนิคนี้ไปประยุกต์ใช้กับการตรวจหาและระบุชนิดของแมลงศัตรูพืช เพื่อลดการใช้ยาฆ่าแมลง และการจัดทำห้องสมุดดิจิทัล (E-Library) โดยเทคนิค DTW - Data Mining นี้ยังประยุกต์ใช้กับภาคธุรกิจเกี่ยวกับระบบสืบค้นและทำดัชนีข้อมูลต่างๆ อาทิ ข้อมูลวิเคราะห์หุ้น ข้อมูล/สถิติการขาย ฯลฯ
                     2. ผศ.ดร. พิมทอง ทองนพคุณ  คณะอัญมณี  มหาวิทยาลัยบูรพา วิทยาเขตจันทบุรี มีผลงานในการพัฒนา “เทคโนโลยีการผลิตนาโนซิลเวอร์เคลย์และเทคนิคการขึ้นรูปเครื่องประดับเงินจากนาโนซิลเวอร์เคลย์”  เป็นการพัฒนากระบวนการผลิตนาโนซิลเวอร์เคลย์ (Silver Clay) ที่มีลักษณะเป็นก้อนดินน้ำมันจากโลหะเงินที่สามารถนำมาจัดทำเป็นเครื่องประดับเงินรูปแบบต่างๆ ซึ่งมักเป็นเครื่องประดับเงินแบบทำมือ (handmade) ที่มีราคาสูงมากในท้องตลาดและยังมีอนาคตทางการตลาดในอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับอย่างมาก  โดยเทคโนโลยีการผลิตนาโนซิลเวอร์เคลย์และเทคนิคขึ้นรูปเครื่องประดับเงินจากนาโนซิลเวอร์เคลย์นี้ จะทำให้คนไทยสามารถผลิตซิลเวอร์เคลย์ (Silver Clay) สำหรับทำเครื่องประดับได้โดยมีต้นทุนที่ต่ำลงมาก (ประมาณกรัมละ 25-40 บาท) เมื่อเทียบกับการสั่งซื้อซิลเวอร์เคลย์จากต่างประเทศที่ปัจจุบัน (ที่มีราคาสูงกรัมละ 1,000-1,800 บาท) ซึ่งจะเป็นผลดีต่ออุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับของไทยอย่างมาก  นอกจากนี้ ผู้วิจัยยังได้พัฒนากระบวนการผลิตที่สามารถนำนาโนซิลเวอร์เคลย์กลับมาผลิตใช้ใหม่ (Recycle) ซึ่งจะช่วยรักษาทรัพยากรและลดต้นทุนการผลิตได้อีกด้วย
                     3.  ผศ.ดร. ยอดเยี่ยม  ทิพย์สุวรรณ ภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์  คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์  จากผลงาน “การสร้างเครื่อง Smart Doser”  ซึ่งเป็นเครื่องผสมสารน้ำ (ยา/วิตามิน) สำหรับการเลี้ยงไก่หรือหมูในโรงเรือนที่ควบคุมการผสมสารละลายด้วยระบบไมโครคอนโทรลเลอร์ และ “การพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อใช้ในการควบคุมสภาวะโรงเรือนเลี้ยงไก่และหมู  (ระบบ MIX-SENSE)”  ซึ่งสามารถใช้ระบบคอมพิวเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์เพื่อช่วยในการควบคุมอุณหภูมิและแสงสว่างในการเลี้ยงสัตว์ โดยเทคโนโลยีต่างๆ เหล่านี้  ได้มีการนไปใช้ในโรงเรือนจริงของเกษตรกรแล้ว และพบว่าช่วยทำให้เกษตรกรลดค่าใช้จ่ายในการซึ่งเครื่องให้อาหารสัตว์อัตโนมัติและซื้อโปรแกรมในการจัดการโรงเรือนจากต่างประเทศ  ซึ่งมีผลในการช่วยให้เกษตรกรสามารถลดต้นทุนในการผลิตลงถึงร้อยละ 15-20 ต่อปี

 

 

 



ผู้เขียนข่าว  :  นายปราโมทย์  ป้องสุธาธาร  โทร. 0-2333-3700 ต่อ 3728
                       โทรสาร 02-354-3763     E-Mail :  อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน  

ภาพข่าวโดย : นางสาวสุนิสา ภาคเพียร กลุ่มงานประชาสัมพันธ์
 

 
หน่วยงานในสังกัดกระทรวง
สำนักงานรัฐมนตรี สำนักงานปลัดกระทรวง กรมวิทยาศาสตร์บริการ สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ สถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ(องค์การมหาชน) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ(องค์การมหาชน) สำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน(องค์การมหาชน) สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร(องค์การมหาชน) สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ(องค์การมหาชน) สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์(องค์การมหาชน)

กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.)
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อการพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม สร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืน ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร
หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
โปรดแจ้งให้ทราบเพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป