กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีภาษาไทยEnglish
หน้าหลัก ข่าวสารหน่วยงาน รมว.วท เปิดงาน “1st CERN School Thailand 2010”

รมว.วท เปิดงาน “1st CERN School Thailand 2010”

พิมพ์ PDF

 

 

 

                 วันนี้ (7 ตุลาคม 2553)  เวลา 9.00  น.  ณ ห้องประชุมสารนิเทศ  หอประชุมจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย   ดร.วีระชัย  วีระเมธีกุล  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  เป็นประธานในพิธีเปิด  โครงการ “ 1st  CERN School Thailand 2010 ”  

 

 

               ดร.วีรชัย  วีระเมธีกุล  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  กล่าวว่า  ขอแสดงความชื่นชมทางจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  ที่ได้เล็งเห็นประโยชน์ในการพัฒนาบุคลากรทางด้านฟิสิกส์ของประเทศให้เทียบเท่ากับนักฟิสิกส์ในระดับสากล  และเปิดโอกาสให้เยาวชนหรือนักศึกษาของไทยได้มีโอกาสไปเรียนรู้ทางด้านวิชาการและได้ร่วมในการศึกษาทดลองร่วมกับนักวิทยาศาสตร์ฟิสิกส์ชั้นนำขององค์การวิจัยฟิสิกส์อนุภาคแห่งยุโรป หรือ CERN  จึงได้ริเริมและรับเป็นเจ้าภาพในการจัดอบรมด้านฟิสิกส์อนุภาคขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทย  โดยอาศัยความร่วมมือจากกลุ่ม CMS  แห่งองค์การวิจัยฟิสิกส์อนุภาคแห่งยุโรป หรือ CERN CMS  ซึ่งเป็นองค์กรวิจัยทางด้านฟิสิกส์ที่เก่าแก่และมีชื่อเสียงในลำดับต้นๆ

 

                นอกจากนี้  ภาควิชาฟิสิกส์ ยังได้แสวงหาพันธมิตรในการจัดอบรมจากหน่วยงานและสถาบันด้านฟิสิกส์ชั้นนำภายในประเทศ  ได้แก่  ศูนย์ความเป็นเลิศด้านฟิสิกส์  สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน  สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ  สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ  และสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  ซึ่งความร่วมมือจากสถาบันที่มีชื่อเสียงและเป็นที่ยอมรับทั้งจากต่างประเทศและในประเทศในลักษณะเช่นนี้  จะทำให้บุคลากรด้านฟิสิกส์รุ่นใหม่ของไทยได้รับการพัฒนา  แลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ทั้งทางด้านวิชาการและภาคปฏิบัติ  รวมทั้งจะได้สร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างนักฟิสิกส์ภายในประเทศให้กว้างขวาง  เพื่อเป็นพื้นฐานในการระดมความคิดเพื่อการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีด้านฟิสิกส์  รวมทั้งวิทยาศาสตร์สาขาต่างๆ ให้เจริญก้าวทัดเทียมนานาประเทศ

 

                ดร.วีรชัย  วีระเมธีกุล  กล่าวว่า  กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ยินดีและเต็มใจอย่างยิ่งที่จะให้การสนับสนุนกิจกรรมการฝึกอบรมครั้งนี้ รวมถึงกิจกรรมต่างๆ ที่เกิดขึ้นบนพื้นฐานความร่วมมือระหว่างหน่วยงานของไทยกับองค์การวิจัยฟิสิกส์อนุภาคแห่งยุโรป หรือ CERN  อาทิ โครงการ CERN Summer Student Program และโครงการ  High School Physics Teacher at CERN Program  เพื่อส่งเสริมให้เกิดการบูรณาการทางด้านการพัฒนาบุคลากรทางด้านฟิสิกส์ของไทย  ตั้งแต่ในระดับนักศึกษา  อาจารย์และนักวิจัย  ให้สามารถขับเคลื่อนไปอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง  รวมทั้งเป็นการสนองพระราชปณิธานในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี  ด้านการพัฒนากำลังคนในสาขาฟิสิกส์

 

                 การอบรมในครั้งนี้  จะช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้กับนักศึกษาและบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์ฟิสิกส์ทุกท่าน  เกิดความมุ่งมั่นในการทำงานวิจัยด้านฟิสิกส์อนุภาคทั้งในเชิงทฤษฎีและเชิงการทดลองมากขึ้น  ได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันทั้งจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิและระหว่างผู้เข้าร่วมอบรมด้วยกัน  และนำไปสู่การสร้างและขยายเครือข่ายความร่วมมือระหว่างนักฟิสิกส์ไทยด้วยกัน และนักฟิสิกส์ไทยกับนักฟิสิกส์จาก CERN ซึ่งเป็นแหล่งรวมนักฟิสิกส์ชั้นนำของโลก รวมทั้งเพื่อให้สถาบันหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับฟิสิกส์ในไทยสามารถแสวงหาแนวทางเพื่อพัฒนาไปสู่การทำความร่วมมือเพื่อการวิจัยพัฒนาที่เป็นประโยชน์ต่อคนไทยและมวลมนุษย์ร่วมกับสถาบันฟิสิกส์ชั้นนำของโลกต่อไปในอนาคต

 

                ด้าน ศ.ดร.สุพจน์  หารหนองบัว  คณบดีคณะวิทยาศาสตร์  จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  เปิดเผยว่า  สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ  สยามบรมราชกุมารี  ทรงมีความสนพระทัยทางด้านวิทยาศาสตร์มาก  พระองค์เสด็จพระราชดำเนินเยือนองค์กรแห่งยุโรปเพื่อการวิจัยนิวเคลียร์ หรือ เซิร์น (CERN : European Organization for Nuclear Research)  ณ ประเทศสมาพันธรัฐสวิสถึง 4 ครั้ง  โดยครั้งแรกเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2543  และครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 13 เมษายน พ.ศ.2553  พระองค์ทรงเล็งเห็นว่า หากนักวิทยาศาสตร์ไทยได้มีโอกาสทำงานวิจัยร่วมกับ CERN  ซึ่งเป็นองค์กรวิจัยด้านฟิสิกส์อนุภาคพลังงานสูงชั้นนำระดับโลก  ก็จะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีของประเทศเป็นอันมาก  และจากการเสด็จพระราชดำเนินเยือน CERN ครั้งที่ 3 เมื่อวันที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2552  ได้มีการลงนามใน “ Expression of interest in The Participation of Physicists  from Universities and Research Institutes from Thailand in the CMS Experiment at the CERN  LHC accelerator ”  ระหว่างสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) และ CERN โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อให้นักฟิสิกส์จากประเทศไทยเข้าร่วมทำการทดลองด้านฟิสิกส์อนุภาคกับกลุ่มการทดลอง The Compact Muon Solenoid  หรือ CMS  เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งในงานวิจัยด้านฟิสิกส์อนุภาคของไทย  และเปิดโอกาสให้นักศึกษาและครูจากประเทศไทยเข้าร่วมโครงการ CERN Summer Student Program และโครงการ  High School Physics Teacher at CERN Program  ซึ่งจัดในช่วงภาคฤดูร้อนของทุกปี  และในปีนี้ ประเทศไทยได้ส่งนักศึกษา 2 คนและครูฟิสิกส์ 2 คน เข้าร่วมโครงการดังกล่าว โดยพระองค์ท่านทรงคัดเลือกตัวแทนประเทศไทยด้วยพระองค์เอง

 

                โครงการ “ 1st  CERN School Thailand 2010 ”  เป็นโครงการที่ริเริ่มขึ้นโดยภาควิชาฟิสิกส์  คณะวิทยาศาสตร์  จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  โดยมีวัตถุประสงค์ 

                       1.  เพื่อสำรวจและรวบรวมคณาจารย์ นักวิจัย  ที่ทำงานเกี่ยวกับฟิสิกส์อนุภาคในประเทศไทยเพื่อรวมตัวกันเป็น Particle physics consortium

                         2.  เพื่อระดมสมองกำหนดแผนงานวิจัยในหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับ CMS และ CERN

                         3.  เพื่อเผยแพร่ความรู้ด้านฟิสิกส์อนุภาคให้กับนิสิต นักศึกษาในประเทศไทย 

 

การอบรมครั้งนี้  มีผู้เข้าร่วมอบรมจำนวนทั้งสิ้น  41 คน จากทั่วทุกภาคของประเทศ  จัดอบรมระหว่างวันที่ 4 -13 ตุลาคม 2553 

 

 

เขียนข่าวโดย : นางสาวอุษา  ขุนเปีย         กลุ่มงานประชาสัมพันธ์ 

     

 

 

 

 

 

 
หน่วยงานในสังกัดกระทรวง
สำนักงานรัฐมนตรี สำนักงานปลัดกระทรวง กรมวิทยาศาสตร์บริการ สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ สถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ(องค์การมหาชน) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ(องค์การมหาชน) สำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน(องค์การมหาชน) สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร(องค์การมหาชน) สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ(องค์การมหาชน) สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์(องค์การมหาชน)

กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.)
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อการพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม สร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืน ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร
หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
โปรดแจ้งให้ทราบเพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป