กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีภาษาไทยEnglish
หน้าหลัก ข่าวสารหน่วยงาน สนช. จับมือกรมส่งเสริมการส่งออกดันเอกชนไทยตั้งเป้าบุกตลาดตะวันออกกลาง

สนช. จับมือกรมส่งเสริมการส่งออกดันเอกชนไทยตั้งเป้าบุกตลาดตะวันออกกลาง

พิมพ์ PDF

 

         สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) [สนช.] กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ร่วมกับกรมส่งเสริมการส่งออก กระทรวงพาณิชย์ จัดแถลงข่าวการลงนามความร่วมมือ “การพัฒนาและส่งเสริมผู้ประกอบการนวัตกรรมไทยสู่ตลาดโลก"โดยเบื้องต้นจะดำเนินการนำร่องในกลุ่มประเทศแถบตะวันออกกลางภายใต้โครงการ“ตะวันออกกลาง..ตลาดใหม่ผลิตภัณฑ์ธรรมชาติของไทย”เพื่อสร้างโอกาสและส่งเสริมศักยภาพธุรกิจนวัตกรรมของผู้ประกอบการไทยไปสู่ตลาดต่างประเทศ โดยยกระดับและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าและบริการที่มีความสอดคล้องกับความต้องการของตลาด รวมถึงการสร้างตราสินค้าไทยให้เป็นที่ยอมรับในตลาดต่างประเทศมากขึ้น
      ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  กล่าวว่า “โครงการความร่วมการพัฒนาและส่งเสริมผู้ประกอบการนวัตกรรมไทยสู่ตลาดโลก เป็นโครงการที่มุ่งพัฒนาผู้ประกอบการไทยสู่ความเป็นสากล และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันด้านการค้าระหว่างประเทศไปพร้อมกันโดยตั้งเป้าการค้าต่างประเทศสู่กลุ่มประเทศในอ่าวอาหรับ ซึ่งเป็นตลาดใหม่ที่มีศักยภาพทั้งในเรื่องของการบริโภคและมีกำลังซื้อสูงโดยจะเปิดตัวนำร่องด้วย “สินค้านวัตกรรม” จากผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ ซึ่งเป็นจุดเด่นของประเทศไทยใน 3 กลุ่มผลิตภัณฑ์ ได้แก่ กลุ่มนวัตกรรมอาหารเพื่อสุขภาพ (Health Foods) กลุ่มนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ธรรมชาติเพื่อความสวยงาม (Natural  Beauty) และกลุ่มนวัตกรรมผลิตภัณฑ์สำหรับกิจการสปา (Spa  Products) ซึ่ง สนช. ได้กำหนดยุทธศาสตร์นวัตกรรมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ โดยครอบคลุมถึง“สปาฮาลาล”ที่จะสร้างเป็นธุรกิจนวัตกรรมในสปาของไทยอีกด้วย ซึ่งการส่งเสริมผลิตภัณฑ์ธรรมชาติสู่กลุ่มประเทศตะวันออกกลาง ใน 3 กลุ่มผลิตภัณฑ์ข้างต้นนี้ จะเป็นการต่อยอดการดำเนินงานและสร้างโอกาสทางธุรกิจให้กับผู้ประกอบการไทยในกลุ่มธุรกิจสมุนไพรไทยเครื่องสำอาง อาหาร ซึ่งนำไปสู่การสร้างเงิน สร้างงาน สร้างรายได้ ให้กับประชาชนและประเทศ
     นางพรทิวา นาคาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า“ปัจจุบันตลาดโลกมีความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในทุกมิติ และมีแนวโน้มที่จะสลับซับซ้อนมากขึ้นทำให้การค้าระหว่างประเทศต้องเผชิญกับปัญหาต่างๆ เช่น การรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจ การกีดกันทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษี ปัญหาโลกร้อน ปัญหาการเพิ่มขึ้นของผู้สูงอายุ ฯลฯ ทำให้ภาครัฐการค้าระหว่างประเทศของไทย เพื่อผลักดันการส่งออกในระยะ 5 ปี โดยเน้นยุทธศาสตร์ 6 เรื่องสำคัญ ได้แก่

1) การยกระดับคุณภาพและภาพลักษณ์ของสินค้าและบริการไทยสู่ตลาดบน
2) ส่งเสริมการผลิตและการพัฒนาสินค้าและบริการให้ตรงกับความต้องการของตลาดที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
3) การกระจายตลาดส่งออกของไทยและสร้างฐานการธุรกิจของไทยในทุกภูมิภาคของโลก
4) เป็นหนึ่งในผู้นำอาเซียนในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสร้างความเข้มแข็งของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน
5) การเพิ่มขีดความสามารถในการปรับตัวและการแข่งขันของผู้ประกอบการไทยในตลาดโลก
6) การเจรจาเพื่อเสริมสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจการค้าระหว่างประเทศ”
     ดร. ศุภชัย  หล่อโลหการ ผู้อำนวยการ สนช. กล่าวว่า“6 ปีที่ผ่านมา สนช.ได้ริเริ่มพัฒนาและให้การสนับสนุนบริษัทในการสร้างธุรกิจนวัตกรรมมากกว่า 500 บริษัท เป็นมูลค่าการลงทุนประมาณ 8,000 ล้านบาท ซึ่งครอบคลุมธุรกิจนวัตกรรมด้านชีวภาพ สิ่งแวดล้อม รวมทั้งการออกแบบและแก้ไขปัญหา และเพื่อให้เกิดยกระดับผลิตภัณฑ์นวัตกรรมให้เป็นที่แพร่หลายออกสู่วงกว้าง จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องอาศัยความร่วมมือจากหน่วยงานต่างๆ โดยเฉพาะกรมส่งเสริมการส่งออกในการพัฒนาส่งเสริมและผลักดันผู้ประกอบการนวัตกรรมไทยออกไปสู่ตลาดการค้าในต่างประเทศ”
“ขณะนี้ ทั้งสองหน่วยงานได้มีความร่วมมือเพื่อดำเนินโครงการนำร่องด้านผลิตภัณฑ์ธรรมชาติในตลาดตะวันออกกลางโดยเฉพาะในกลุ่มประเทศในอ่าวอาหรับ (Gulf Cooperation Council; GCC) ซึ่งเป็นตลาดใหม่ที่มีศักยภาพ ทั้งในเรื่องของกำลังซื้อและการบริโภคสูงโดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ธรรมชาติซึ่งเป็นจุดเด่นของประเทศไทย อันได้แก่


1) นวัตกรรมอาหารเพื่อสุขภาพ
2) นวัตกรรมผลิตภัณฑ์ธรรมชาติเพื่อความงาม
3) นวัตกรรมผลิตภัณฑ์สปา
     โดย สนช. จะมีบทบาทในการสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่และบริการใหม่ ด้วยการริเริ่มพัฒนาโครงการนวัตกรรมบนแนวคิดการร่วมรังสรรค์บนพื้นฐานของนวัตกรรมแบบเปิด ตลอดจนให้การสนับสนุนทั้งทางด้านวิชาการและการเงินแก่ผู้ประกอบการในการพัฒนานวัตกรรมทั้งสินค้าและบริการที่ตอบสนองความต้องการของตลาดตะวันออกกลาง ได้แก่ การสนับสนุนในโครงการ “แปลงเทคโนโลยีเป็นทุน” สำหรับการทำผลิตภัณฑ์ต้นแบบและโครงการ “นวัตกรรมดี...ไม่มีดอกเบี้ย”สำหรับการนำร่องขยายผลสู่เชิงพาณิชย์ และกรมส่งเสริมการส่งออก จะเป็นผู้ดำเนินกิจกรรมส่งเสริมการค้าและการตลาดต่างประเทศให้กับผู้ประกอบการนวัตกรรมของไทย รวมทั้งหาแนวทางการแก้ไขปัญหาในการพัฒนานวัตกรรมให้สอดคล้องตรงกับความต้องการของตลาด ซึ่งทั้งสองหน่วยงานมีความเห็นตรงกันว่า แนวทางความร่วมมือดังกล่าวได้ดำเนินการสอดคล้องกับนโยบายเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของรัฐบาล และเป็นการสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้ประกอบการชาวไทยในการริเริ่มรังสรรค์ธุรกิจนวัตกรรมออกสู่ตลาดโลก” ดร. ศุภชัย เปิดเผยเพิ่มเติม
     ขณะนี้ สนช.กำลังเปิดรับสมัครผู้ประกอบการที่สนใจเข้าร่วมโครงการ“ตลาดตะวันออกกลาง...ตลาดใหม่ผลิตภัณฑ์ธรรมชาติของไทย” สอบถามรายละเอียดได้ที่โทรศัพท์ 02-644 6000 หรือเว็บไซต์
www.nia.or.th/gccnp
     นางศรีรัตน์  รัษฐปานะ อธิบดีกรมส่งเสริมการส่งออก กล่าวว่า“ในช่วงสองเดือนแรกของปี 2553 การส่งออกมีมูลค่า 28,127.3 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มจากช่วงเดียวกันของปี 2552 ร้อยละ 26.78 จะเห็นได้ว่าตลาดส่งออกเริ่มปรับตัวดีขึ้นเป็นลำดับ ซึ่งเป็นผลมาจากการดำเนินมาตรการกระตุ้นการส่งออกที่เร่งปรับกลยุทธ์ให้กับการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลก ทั้งนี้ การสร้างความแตกต่างให้กับผลิตภัณฑ์และบริการนับเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ที่จะช่วยยกระดับความสามารถด้านการแข่งขันของผู้ประกอบการไทย กรมส่งเสริมการส่งออกจึงร่วมกับ สนช. ในการสนับสนุนผู้ประกอบการไทยที่มีการพัฒนาธุรกิจนวัตกรรมโดยนำร่องในโครงการ “ตะวันออกกลาง...ตลาดใหม่ผลิตภัณฑ์ธรรมชาติของไทย”เพื่อผลักดันนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ธรรมชาติให้มีโอกาสก้าวสู่ตลาดตะวันออกกลางโดยเฉพาะในกลุ่มประเทศในอ่าวอาหรับ ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีกำลังการซื้อสูง ทั้งนี้ กรมส่งเสริมการส่งออกจะเป็นผู้ดำเนินกิจกรรมส่งเสริมการค้าและการตลาดต่างประเทศ รวมถึงการรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับความต้องการของผู้บริโภค เพื่อสร้างเป็นโจทย์ให้กับผู้ประกอบการไทย และ สนช. จะเป็นผู้ให้การสนับสนุนแก่ผู้ประกอบการในการพัฒนานวัตกรรมทั้งด้านสินค้าและบริการที่ตอบสนองความต้องการของตลาด นอกจากนี้ ยังร่วมกันจัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์ผู้ประกอบการนวัตกรรมของไทย เพื่อสร้างโอกาสทางการตลาดทั้งในและต่างประเทศ รวมทั้งติดตามความก้าวหน้าและประเมินผลการดำเนินงานตามความร่วมมือฯ เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาและอุปสรรคที่เกิดขึ้น พร้อมทั้งหาแนวทางพัฒนาการดำเนินงาน  

 

 
ข่าวที่เกี่ยวข้อง :
หน่วยงานในสังกัดกระทรวง
สำนักงานรัฐมนตรี สำนักงานปลัดกระทรวง กรมวิทยาศาสตร์บริการ สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ สถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ(องค์การมหาชน) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ(องค์การมหาชน) สำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน(องค์การมหาชน) สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร(องค์การมหาชน) สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ(องค์การมหาชน) สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์(องค์การมหาชน)

กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.)
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อการพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม สร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืน ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร
หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
โปรดแจ้งให้ทราบเพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป