กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีภาษาไทยEnglish
หน้าหลัก ข่าวสารหน่วยงาน เทคโนโลยีผ้าเบรกไร้ใยหิน รักษ์สิ่งแวดล้อม

เทคโนโลยีผ้าเบรกไร้ใยหิน รักษ์สิ่งแวดล้อม

พิมพ์ PDF

(9 มีนาคม  2552) ดร.คุณหญิงกัลยา  โสภณพนิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี พร้อมเลขานุการรัฐมนตรี  และ ผู้บริหารกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ เยี่ยมชมห้องปฏิบัติการเพื่อการวิจัยและทดสอบการผลิตชิ้นส่วนเบรกรถยนต์ ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างภาคเอกชน กับ สวทช.กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ณ บริษัท คอมแพ็ค อินเตอร์แนชั่นแนล (1994) จำกัด อำเภอเขาย้อย จังหวัดเพชรบุรี

 

 

 

 

 

 

 

            นายมีชัย ศรีวิบูลย์ ผู้จัดการฝ่ายวิจัยและพัฒนา บริษัท คอมแพ็ค อินเตอร์แนชั่นแนลฯ เปิดเผยว่า เนื่องจาก แร่ใยหินมีคุณสมบัติป้องกันความร้อนได้ดี แต่กลับมีโทษทางสิ่งแวดล้อมทั้งมลพิษทางอากาศและสารก่อมะเร็ง ทำให้หลายประเทศออกกฎหมายห้ามใช้สินค้าหรือชิ้นส่วนยานยนต์ที่มีส่วนผสมสาร ที่ก่อให้เกิดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ทางบริษัทฯ ซึ่งเป็นผู้นำการผลิตเบรกและตัวแทนจำหน่ายเบรกแบบครบวงจรมากว่า 30 ปี ในฐานะบริษัทของคนไทยรายแรกที่ได้วิจัยพัฒนาเทคโนโลยีผลิตผ้าเบรกไร้ใยหิน ซึ่งเป็นวัสดุที่ปลอดภัยต่อสิ่งแวดล้อม โดยได้รับความช่วยเหลือจากโครงการสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีของอุตสาหกรรม ไทย (iTAP)   สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ สวทช. กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เมื่อปี 2547 โดยการจัดหาผู้เชี่ยวชาญทั้งจากเยอรมัน ญี่ปุ่น เข้ามาเป็นที่ปรึกษาให้คำแนะนำ  จน ปัจจุบันทำให้บริษัทฯ มีขีดความสามารถในการแข่งขันเพิ่มมากขึ้นทั้งตลาดในประเทศและ  ต่างประเทศ อีกทั้งยังเป็นบริษัทแห่งเดียวในภาคพื้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ได้จัด ตั้ง ห้องปฏิบัติการเพื่อการวิจัยและทดสอบการผลิตชิ้นส่วนเบรกรถยนต์ ผลจากการวิจัยพัฒนาดังกล่าวทำให้มียอดขายเพิ่มขึ้นจาก 200 ล้าน เป็น 310 ล้าน ผลผลิตจาก 7 แสนชุด เป็น 1.5 ล้านชุด/ปี ลดการนำเข้าผ้าเบรกจากต่างประเทศได้ถึง 1 ล้าน 5 หมื่น ชุด/ปี และสามารถพัฒนาสินค้าส่งออกได้เพิ่มถึง 25% จากยอดผลิตทั้งหมด  ทั้งนี้ นายมีชัย กล่าวทิ้งท้ายว่า นอกจากร่วมมือกับ iTAP แล้ว ปัจจุบันได้ร่วมมือกับ MTEC วิจัยพัฒนาระบบเบรกมาตรฐานของรถเอนกประสงค์ และร่วมมือกับสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติเพื่อผลิตผ้าเบรกนาโน ส่งเข้าตลาดยุโรปในอนาคต

           ด้าน ดร.คุณหญิงกัลยา  โสภณ พนิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ กล่าวชื่นชมบริษัท คอมแพ็ค อินเตอร์แนชั่นแนลฯ ที่มีความคิดก้าวหน้า ก้าวไกล และกล้าลงทุน  ถือเป็นต้นแบบตัวอย่างให้กับบริษัทเอกชนอื่นๆ ได้หันมาให้ความไว้วางใจนักวิชาการหรือนักวิจัยของกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ มากยิ่งขึ้น และรู้จักใช้วิกฤตเป็นโอกาส และกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ยังมีศักยภาพให้ความร่วมมือกับองค์กรอื่นๆ ได้อีกมาก สอดคล้องกับนโยบายนายกรัฐมนตรีที่ต้องการให้ใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เชื่อมโยงกับผู้ประกอบการ เพื่อสร้างงาน สร้างเงิน และคุณภาพชีวิตที่ดีของคนไทย

 

 
ข่าวที่เกี่ยวข้อง :
» มาตรวิทยา SCG แท็คทีมวิจัยและพัฒนาวัสดุศาสตร์ ประหยัดพลังงานสู่เชิงพาณิชย์
» มว. จับมือ 2 หน่วยงาน ผุด ECTI-CARD เพาะเมล็ดพันธุ์ดันงานวิจัยรุ่นใหม่สนองภาคอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืน
» เครื่องทดสอบหาค่าความอ่อนตัวของยาง
» รายงานข่าววิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจากบรัสเซลส์ ประจำเดือนกรกฏาคม 2559
» รายงานข่าววิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจากวอชิงตัน ประจำเดือนกรกฎาคม 2559 ฉบับที่ 7/2559
» ปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ พร้อมผู้บริหารฯ และข้าราชการ ร่วมพิธีลงนามถวายพระพร
» ก.วิทย์ฯ เตรียมจัดงาน "มหกรรมวิทย์ฯ ประจำปี 2559" อย่างยิ่งใหญ่ ภายใต้ปีแห่งถั่วพัลส์ ปีสากลของยูเนสโก
หน่วยงานในสังกัดกระทรวง
สำนักงานรัฐมนตรี สำนักงานปลัดกระทรวง กรมวิทยาศาสตร์บริการ สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ สถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ(องค์การมหาชน) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ(องค์การมหาชน) สำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน(องค์การมหาชน) สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร(องค์การมหาชน) สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ(องค์การมหาชน) สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์(องค์การมหาชน)

กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.)
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อการพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม สร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืน ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร
หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
โปรดแจ้งให้ทราบเพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป