กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีภาษาไทยEnglish
หน้าหลัก ข่าวสารหน่วยงาน เทคโนโลยีกับการจัดการน้ำชุมชน... ต้นแบบหมู่บ้านเข้มแข็ง

เทคโนโลยีกับการจัดการน้ำชุมชน... ต้นแบบหมู่บ้านเข้มแข็ง

พิมพ์ PDF

(6 มีนาคม 2552)   สำนักงานปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ร่วมกับสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร (องค์การมหาชน) (สสนก.)  จัดเสวนา คุยกัน...ฉันท์วิทย์ เรื่อง "การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเพื่อการบริหารจัดการน้ำชุมชน”  โดยมี รศ.ดร.วีระพงษ์  แพสุวรรณ    รองปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และโฆษกกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ  เป็นประธานกล่าวเปิดเสวนา พร้อมด้วยวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ  นางสนิท  ทิพย์นองรอง  ผู้แทนชุมชนบ้านลิ่มทอง จังหวัดบุรีรัมย์  นายมณเฑียร  บุญช้างเผือก  ผู้แทนชุมชนบ้านป่าสักงาม จังหวัดเชียงใหม่  และนายวิชัยวัฒน์  ศศิผลิน  นักวิจัยสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร (องค์การมหาชน)  ร่วมให้ความรู้ในเวที ณ บริเวณห้องโถง  ชั้น 1 อาคารพระจอมเกล้า  สำนักงานปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  โดยมีผู้ร่วมเสวนากว่า  70 คน

 

 

 

 

            รศ.ดร.วีระพงษ์   แพสุวรรณ  รองปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ  กล่าวว่า  จากความต้องการการใช้น้ำในกิจกรรมต่าง ๆ  มีปริมาณเพิ่มขึ้นทุกปีทั้งภาคเกษตร  อุตสาหกรรม และการอุปโภคบริโภค  ซึ่งไม่สมดุลกับปริมาณน้ำที่รองรับตามต้องการดังกล่าว  เนื่องจากปัญหาแหล่งกักเก็บน้ำและแหล่งรวมน้ำทางธรรมชาติ  ไม่มีศักยภาพรองรับน้ำได้เต็มที่  ประกอบกับลักษณะภูมิประเทศในบางพื้นที่ของประเทศไทยไม่เอื้อต่อการจัดเก็บน้ำ  ส่งผลให้เกิดปัญหาขาดแคลนน้ำในสถานการณ์ที่จำเป็นกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ  จึงนำเรื่อง  “การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเพื่อการบริหารจัดการน้ำชุมชน”   มาให้ความรู้แก่ประชาชนเพื่อให้ตระหนักถึงการใช้น้ำอย่างคุ้มค่าและศึกษาวิธีการเก็บกักน้ำให้เกิดประโยชน์มากที่สุด

            ด้าน  นางสนิท   ทิพย์นางรอง  ผู้แทนชุมชนบ้านลิ่มทอง  จ.บุรีรัมย์   กล่าวว่า  ชุมชนบ้านลิ่มทองเริ่มต้นจากการพึ่งพาตนเอง โดยร่วมกันจัดตั้งคณะกรรมการน้ำชุมชนขึ้น  ร่วมกันคิดและเตรียมวางแผน  จากนั้นเริ่มดำเนินการโดยการส่งน้ำไปยังหัวไร่ปลายนาห่างไกล โดยมีคลองไส้ไก่เป็นตัวเชื่อมต่อน้ำไปเก็บพักไว้ยังสระเก็บน้ำประจำไร่นา  และมีคลองซอยย่อยส่งผ่านน้ำไปยังพื้นที่การเกษตรให้ได้ไกลที่สุด  เพื่อ จัดสรรน้ำให้ชาวบ้านทุกคนได้มีสิทธิในการใช้น้ำอย่างเท่าเทียมกัน โดยมีหัวหน้าแต่ละสระและเกษตรกรสมาชิกเข้ามาทำการเกษตรผสมผสานตามแนวทาง เกษตรทฤษฏีใหม่  เกิดกระบวนการคิด วางแผนการเพาะปลูก  รวมกลุ่มเพื่อทำตามแผน เก็บข้อมูลผลผลิต  และนำไปแลกเปลี่ยนกับเครือข่ายแม่ลิง  ก่อนสรุปเป็นข้อมูลเพื่อขยายแนวคิดไปสู่คนในชุมชน  ดังนั้น ชุมชนจึงช่วยกันสร้างความตระหนักในการใช้น้ำ โดยจัดกิจกรรมให้คนในชุมชนมีส่วนร่วม  ดังนี้

                        1)  การจัดการทรัพยากรธรรมชาติ     โดย ให้เด็กและเยาวชนช่วยกันสำรวจข้อมูลพรรณไม้ในชุมชน พร้อมกับเรียนรู้เทคนิคการถ่ายภาพ รวมถึงการนำแผนที่ภาพถ่ายด่วเทียมและอุปกรณ์บอกพิกัดหรือระบุตำแหน่ง (GPS) มาประยุกต์ใช้งานจริง  จากนั้นนำข้อมูลที่ได้มาบันทึกและจัดเก็บในไฟล์งานอย่างเป็นระบบ  ก่อนพัฒนาไปสู่การจัดทำระบบฐานข้อมูลชุมชน เป็นการเรียนรู้จากห้องเรียนธรรมชาติผสมผสานกับการใช้เทคโนโลยี     จัดกลุ่ม  “เยาวชน...  รักษ์น้ำ”  โดย มีเป้าหมายในการส่งเสริมและปลูกฝังให้เยาวชน เรียนรู้การจัดการทรัพยากรดินและน้ำอย่างง่าย ด้วยการใช้ชุดทดลองเพื่อตรวจสอบคุณภาพดินและน้ำในพื้นที่ การคำนวนหาปริมาตรน้ำรวมของชุมชน เรียนรู้การใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพด้วยการทำแปลงเกษตรทดลอง เพื่อสังเกตปริมาณความต้องการใช้น้ำของพืชแต่ละชนิด และดูความเหมาะสมในการนำไปปลูกจริงตามสภาพพื้นที่ชุมชน

                        2)  พัฒนาศักยภาพเยาวชนและนักวิจัยท้องถิ่น     สร้างหลักสูตรและเครือข่ายการเรียนรู้ เรื่องการจัดการน้ำให้กับกลุ่มเยาวชนบนแนวคิด “รู้จักน้ำอย่างเป็นวิทยาศาสตร์” เป็นการผสมผสานการเรียนการจัดการน้ำเข้ากับรายวิชา ฟิสิกส์ คณิตศาสตร์ ชีววิทยา เคมี รวมทั้งส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ เช่น อุปกรณ์บอกพิกัดหรือระบุตำหน่ง (GPS) การใช้แผนที่ ภาพถ่ายดาวเทียมขั้นพื้นฐาน รวมถึงการเก็บข้อมูลพิกัดพร้อมรายละเอียด เพื่อให้กลุ่มเยาวชนพัฒนาเป็นนักวิจัยท้องถิ่น สามารถเก็บข้อมูลต่างๆ นำไปสนับสนุนการทำงานของผู้ใหญ่

                        3) จัดระบบฐานข้อมูลชุมชน  ชุมชน เรียนรู้การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการจัดเก็บข้อมูลให้เป็นระเบียบ โดยเยาวชนเป็นผู้นำบทเรียน และองค์ความรู้จากผู้ใหญ่และปราชญ์ชาวบ้าน มาทำการพิมพ์และจัดเก็บลงเป็นระบบฐานข้อมูลชุมชน ก่อนนำไปแสดงผลผ่านเว็บไซต์ชุมชน

                       4) การประยุกต์ใช้เทคโนโลยี   โดยใช้แผนที่ภาพถ่ายดาวเทียม และอุปกรณ์บอกพิกัดหรือระบุตำแหน่ง (GPS) สำรวจ พื้นที่ในชุมชนและชุมชนข้างเคียงเพื่อสำรวจความเป็นไปได้เรื่อง การแก้ไขซ่อมแซมคลองส่งน้ำ การเพิ่มพื้นที่การขุดสระแก้มลิงและบ่อลูกลิงในไร่นา การดำเนินการขุด/ซ่อมแซมเหมืองไส้ไก่  ใช้อุปกรณ์โทรมาตรขนาดเล็ก (Field Server) ในการเก็บบันทึกข้อมูลสภาพแวดล้อมภายในโรงเรือนเพาะเห็ดฟาง เพื่อนำไปในการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต  ชุมชน ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ ในการจัดทำบัญชีครัวเรือน บัญชีชุมชน การวางแผนการเพาะปลูก การทำแผนการผลิต การสืบค้นข้อมูลอาชีพ ข้อมูลการเพาะปลูก ข้อมูลราคาสินค้าทางการเกษตร

             นายมณเฑียร  บุญช้างเผือก  ตัวแทนชุมชนบ้านป่าสักงาม  จ.เชียงใหม่  กล่าวถึงการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาประยุกต์และใช้งาน  ว่า  ชุมชนเริ่มผลิตข้อมูลความรู้  เรื่อง การจัดการป่าต้นน้ำ ประกอบกับการได้เรียนรู้ใช้งานแผนที่ภาพถ่ายดาวเทียม และเครื่องจับพิกัดจุด GPS ทำให้ชุมชนสามารถออกสำรวจเก็บข้อมูลครัวเรือนได้ด้วยตนเอง เพื่อนำข้อมูลมาลงสู่ระบบฐานข้อมูลชุมชน ส่วนด้านเยาวชนกำลังพัฒนาโครงการเพื่อจัดเก็บข้อมูลพันธุ์ไม้และพืชสมุนไพร โดยเริ่มจากพื้นที่บริเวณเส้นทางศึกษาธรรมชาติป่าซับน้ำ ซึ่งต่อไปเนื้อหาในระบบฐานข้อมูลจะได้รับการอัพเดทและเปลี่ยนแปลงข้อมูลด้วย ตัวชุมชนเองเป็นหลัก    จัด ศูนย์เรียนรู้ห้องสมุดเยาวชนบ้านป่าสักงาม เป็นแหล่งเรียนรู้ซึ่งเริ่มจากชาวบ้านร่วมกันสร้างห้องสมุดเพื่อให้ลูกหลาน ได้ใช้เป็นสถานที่ฝึกอ่านเขียน เรียนรู้ข้อมูลจากโลกของหนังสือ เพื่อเป็นอาหารสมอง สร้างกิจกรรมสัมพันธุ์กันระหว่างเยาวชนรุ่นพี่และเด็กรุ่นต่อมา ให้มีความสืบเนื่องในลักษณะพี่สอนน้อง ต่อมาทางทีมงานได้นำอุปกรณ์คอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ต ไปติดตั้งเพิ่มเติม เพื่อสนับสนุนการค้นคว้าข้อมูลข่าวสารต่างๆ รวมทั้งถ่ายทอดความรู้การใช้งานโปรแกรมต่างๆ เป็นการฝึกให้กลุ่มเยาวชนเรียนรู้การเก็บและจัดการข้อมูลชุมชน สามารถถ่ายภาพด้วยกล้องดิจิตอล แล้วนำเสนอเรื่องราวออกมาเป็นเอกสารเผยแพร่ และจัดทำเว็บไซต์ ซึ่งกลุ่มเยาวชนเหล่านี้จะได้ขยายการทำงาน ไปสู่การช่วยผู้ใหญ่เก็บข้อมูลด้านฐานข้อมูลพันธุ์ไม้ของชุมชน   จัดตั้งกลุ่มพิทักษ์ป่าชุมชนบ้านป่าสักงาม มีการนำความรู้จากการใช้งานแผนที่ภาพถ่ายดาวเทียม IKONOS และเครื่องจับพิกัดจุด GPS ไปประยุกต์ใช้งานได้เป็นอย่างดี  โดย ได้ร่วมกับแกนนำชุมชนออกสำรวจและจัดทำข้อมูลต่างๆ เช่น จัดทำแนวเขตป่าชุมชนและตำแหน่งฝายต้นน้ำลำธาร ครอบคลุมพื้นที่ 37,000 ไร่ เพื่อการดูแลและจัดการพื้นที่ป่าของชุมชน สำรวจเส้นทางศึกษาธรรมชาติป่าซับน้ำ เพื่อกำหนดจุดศึกษาและฐานเรียนรู้ทั้งเส้นทาง สำรวจตำแหน่งพื้นที่ป่าชุ่มน้ำจำนวน 7 จุด เพื่อวางแผนสร้างบึงกลางป่าเป็นการเพิ่มพื้นที่กักเก็บน้ำ และใช้เป็นแหล่งสำรองน้ำต่อเชื่อมสู่อ่างเก็บน้ำของโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำ นอกจากนี้ยังได้ช่วยชุมชนในเครือข่ายลุ่มน้ำกวง ในการเก็บข้อมูลความหลากหลายและพืชอาหาร ข้อมูลพันธุ์ไม้ และแหล่งประวัติศาสตร์ เพิ่มเติมอีกด้วย   ผู้สนใจสามารถดูข้อมูลชุมชนบ้านป่าสักงามได้ที่ http://village.haii.or.th/pasakngamgis

                        ด้าน นายวิชัยวัฒน์  ศศิผลิน  ผู้อำนวยการฝ่ายสารสนเทศด้านเกษตร สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร  กล่าวว่า   การนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้เพื่อการบริหารจัดการน้ำชุมชน  จะส่งผลให้การทำงานสะดวก  รวด เร็ว และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น แต่สิ่งสำคัญการสร้างโอกาสให้ชุมชนได้เข้าถึงแหล่งเทคโนโลยีและเลือกใช้ เทคโนโลยีที่เหมาะสมได้มากขึ้นนั้น   สสน ก. จึงเข้าไปเสริมสร้างกระบวนการเรียนรู้ร่วมกับชุมชน โดยการทำวิจัยและลงมือปฎิบัติร่วมกับชุมชน จนสามารถทราบถึงปัญหาการจัดการน้ำที่เกิดขึ้น และขับเคลื่อนผลงานวิจัยของชุมชนเข้าสู่แผนแม่บทการจัดการน้ำของชุมชนให้ เกิดผลเป็นรูปธรรมอย่างแท้จริง  ซึ่งมีตัวอย่างหมู่บ้านที่มีความเข้มแข็งในการบริหารจัดการน้ำ  เช่น  พื้นที่ของหมู่บ้านลิ่มทอง  จ.บุรีรัมย์ และพื้นที่บ้านป่าสักงาม จ.เชียงใหม่  

                        การนำเทคโนโลยีระบบแผนที่ภูมิศาสตร์มาช่วยจัดการข้อมูลที่กระจัดกระจายเป็นสิ่งสำคัญมาก  เริ่มจากให้คนในชุมชนสร้างระบบฐานข้อมูลง่าย ๆ ขึ้นใช้เอง  มีเจ้าหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงในการถ่ายทอดความรู้  อาทิ  การใช้ซอฟต์แวร์เพื่อการจัดเก็บและวิเคราะห์ข้อมูลแผนที่  การอ่านแผนที่ภูมิศาสตร์และ ภาพถ่ายดาวเทียม การใช้เครื่องมือระบุตำแหน่งบนพื้นผิวโลก(GPS)  จนสามารถรวบรวมและนำข้อมูลด้านสารสนเทศภูมิศาสตร์  มาวิเคราะห์หาเหตุและผลในการบริหารจัดการน้ำ ตั้งแต่  “หาน้ำได้  เก็บน้ำไว้  ใช้น้ำเป็น“   การปรับเปลี่ยนวิธีคิด วิธีผลิตและวิถีชีวิตไปสู่เกษตรทฤษฎีใหม่  เป็นกิจกรรมที่ดำเนินการไปพร้อมกับการบริหารจัดการน้ำชุมชน  วิธีเดิมจะเป็นการผลิตแบบเชิงเดี่ยวซึ่งใช้น้ำในปริมาณมาก ดังนั้นเพื่อลดปัญหาการแย่งชิงน้ำ  หรือน้ำไม่พอใช้ในฤดูแล้ง  จึงปรับเปลี่ยนวิธีการผลิตแบบเชิงเดี่ยวเป็นแบบเกษตรผสมผสาน ซึ่งต้องอาศัยการจัดการทรัพยากรที่สอดคล้องและสมดุล  การใช้เทคโนโลยีเพื่อการวางแผนการผลิต  เช่น  การนำเอาเทคโนโลยีการให้น้ำแบบน้ำหยด การปรับปรุงโครงสร้างของดิน  การผลิตปุ๋ยขึ้นใช้เองเหล่านี้  จึงถูกนำมาประยุกต์ใช้อย่างต่อเนื่องจนไปสู่เกษตรทฤษฏีใหม่ หรือเกษตรกรรมแบบยั่งยืน

                  นายวิชัยวัฒน์  กล่าวทิ้งท้ายว่า  จากการนำเทคโนโลยีเข้าไปช่วยชุมชนตั้งแต่ปี  2545  เป็นต้นมา  พบว่า ชุมชนที่อยู่ห่างไกลนั้น  บุคลากรในชุมชนมีความพร้อมในการเรียนรู้  มีภูมิปัญญาท้องถิ่น  แต่ขาดโอกาสการเข้าถึงแหล่งเรียนรู้  แหล่งเทคโนโลยี  ขาด พี่เลี้ยงที่จะให้คำแนะนำ ขาดการบูรณาการการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีที่มีอยู่เดิมของชุมชน ขาดบุคคลากรที่มีความรู้ทางวิทยาศาสตร์ ขาดการสร้างและขยายเครือข่าย   ดังนั้น สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร(องค์การมหาชน) ภายใต้กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ   จึงให้ความสำคัญของการจัดการทรัพยากรน้ำระดับชุมชน  ทั้งภาครัฐ และเอกชน  จนพัฒนาเป็นเครือข่ายเรียนรู้และร่วมมือในการจัดทรัพยากรน้ำชุมชน  ซึ่งจะนำไปสู่การจัดการทรัพยากรน้ำน้ำชุมชนอย่างสมดุลมั่นคง และยั่งยืนต่อไป

  

ท่านสามารถติดตามข่าวสาร  การจัดเสวนา คุยกัน..ฉันท์วิทย์  ของกลุ่มงานประชาสัมพันธ์
 

 
ข่าวที่เกี่ยวข้อง :
» เสาวนาแก้ไขปัญหาการศึกษาไทย Thailand-Japan Human Resources Development Initiative (Timeline Suthichai )
» ภารกิจการบริหารจัดการน้ำ ปัญหาไฟป่าหมอกควันด้วยวิทยาศาสตร์, เดินหน้าผลิตชิ้นส่วนระบบราง 19 มีนาคม 2559
» โครงการ เครือข่ายบริหารจัดการน้ำชุมชน ตามแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
» กระทรวงวิทย์ฯ เปิดบ้านศาลาดิน ห้องทดลองเทคโนโลยีบริหารจัดการน้ำชุมชน
» ไทยเดินหน้าร่วมมืออาเซียน ตั้งคณะทำงานพัฒนาข้อมูลน้ำ เตรียมพร้อมรับมือการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศและป้องกันภัยพิบัติ
» เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐสิงคโปร์ เข้าเยี่ยมคารวะ รมว.วท.
» เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐสิงคโปร์ เข้าเยี่ยมคารวะ รมว.วท.
หน่วยงานในสังกัดกระทรวง
สำนักงานรัฐมนตรี สำนักงานปลัดกระทรวง กรมวิทยาศาสตร์บริการ สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ สถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ(องค์การมหาชน) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ(องค์การมหาชน) สำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน(องค์การมหาชน) สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร(องค์การมหาชน) สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ(องค์การมหาชน) สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์(องค์การมหาชน)

กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.)
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อการพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม สร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืน ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร
หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
โปรดแจ้งให้ทราบเพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป