กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีภาษาไทยEnglish
หน้าหลัก ข่าวสารหน่วยงาน ปลัดกระทรวงวิทย์ฯ ตรวจเยี่ยมความก้าวหน้าการรีไซเคิลลำไยค้างสต๊อค เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2553

ปลัดกระทรวงวิทย์ฯ ตรวจเยี่ยมความก้าวหน้าการรีไซเคิลลำไยค้างสต๊อค เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2553

พิมพ์ PDF

              (25 มกราคม 2553) ดร.สุจินดา  โชติพานิช  ปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี พร้อมผู้บริหารกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ เดินทางไปจังหวัดลำพูน เพื่อเยี่ยมชมความก้าวหน้าการดำเนินงาน   โครงการรีไซเคิลลำไยค้างสต๊อคปี 2546 และ 2547  ณ โกดังธนบูรณ์ และ โกดังกลาง อบจ.ลำพูน  โดยมีนายประสาท สืบค้า  อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี  และ นายณรงค์  สกุลศิริรัตน์ อุปนายกสมาคมเครื่องจักรกลไทย และผู้เกี่ยวข้องในโครงการให้การต้อนรับ     

               ดร.สุจินดา  โชติพานิช  ปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ  เปิดเผยระหว่างเยี่ยมชมโครงการรีไซเคิลลำไยฯ ว่า     “ด้วยดำริของท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ดร.คุณหญิงกัลยา  โสภณพนิช  ที่ต้องการช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนลำไย และแก้ไขปัญหาให้กับประเทศชาติ  จึงทำให้เกิดโครงการดังกล่าวขึ้นมา  โดยความเห็นชอบของทั้งคณะรัฐมนตรี และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์  ที่มอบหมายให้กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ เข้ามาดำเนินการ  จนเห็นผลเป็นรูปธรรมในวันนี้  และโครงการดังกล่าวคงไม่สามารถเกิดขึ้นได้ หากไม่ได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานเครือข่าย คือ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี  และสมาคมเครื่องจักรกลไทย  ซึ่งต้องขอขอบคุณทั้งสองหน่วยงานเป็นอย่างยิ่ง  ที่สำคัญ คือ พี่น้องประชาชน และกลุ่มผู้นำเกษตรกรในพื้นที่ ทั้งจังหวัดเชียงใหม่ ลำพูน ลำปางและเชียงราย ต่างเข้าใจปัญหาและพร้อมให้ความร่วมมือในการดำเนินงานกับกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ มาโดยตลอด”

               ปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ กล่าวต่อว่า “การดำเนินงานของกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ เริ่มต้นอย่างเป็นทางการ เมื่อประมาณกลางเดือนธันวาคม 2552 หลังจากได้รับงบประมาณจากกรมบัญชีกลาง  ซึ่งขณะนี้ ทั้งมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี และสมาคมเครื่องจักรกลไทยกำลังเดินหน้าดำเนินการบดอัดลำไยอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการบดละเอียดหน้าโกดังจะต้องเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในเดือนเมษายน 2553 ตามข้อตกลงที่ทำไว้กับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ขณะนี้ก้าวหน้าไปแล้วประมาณ 15 % และยังไม่นับรวมการบดในส่วนของสมาคมเครื่องจักรกลไทย เนื่องจากเป็นช่วงเริ่มต้น แต่อยากเรียนพี่น้องประชาชนและสื่อมวลชนได้เข้าใจว่า บางครั้งการดำเนินงานโครงการฯ  อาจมีปัญหาหรือเหตุปัจจัยต่างๆ ที่ต้องทำให้แผนการดำเนินงานคลาดเคลื่อนไปบ้าง ซึ่งต้องใช้เวลาในการปรับปรุงแก้ไขปัญหาเพื่อให้เกิดความคล่องตัวในการปฏิบัติงานได้ดียิ่งขึ้น  ทั้งนี้ กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ พร้อมแก้ไขและเดินหน้าโครงการรีไซเคิลลำไยฯ ครั้งนี้ ไปจนบรรลุวัตถุประสงค์อย่างแน่นอน นอกจากนี้ กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ยังมีโครงการดีๆ ที่เป็นประโยชน์และมีส่วนสนับสนุนความเข้มแข็งของชุมชนในภาคเหนืออีกหลายโครงการ  เช่น โครงการหมู่บ้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  โครงการคลินิกเทคโนโลยี  โครงการบูรณาการงานด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสู่กลุ่มจังหวัด เหล่านี้   เป็นต้น  หากสนใจเข้าร่วมโครงการสามารถประสานข้อมูลไปได้ที่ Call Center 1313 หรือดูในเว็บไซต์ http//www.most.go.th”  

ด้าน ศ.ดร.ประสาท  สืบค้า  อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) เปิดเผยว่า      ต้องขอขอบคุณกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ที่ให้ความไว้วางใจและเชื่อมั่นในศักยภาพบุคลากรและเทคโนโลยีของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ที่สามารถนำมาใช้แก้ไขปัญหาลำไยค้างสต๊อคในครั้งนี้ ซึ่งแนวความคิดและขั้นตอนการทำงานที่เรานำมาใช้ในการรีไซเคิลลำไยค้างสต๊อค จะอาศัยการบูรณาการทางวิชาการด้านวิศวกรรมศาสตร์ ของสำนักวิชาวิศวกรรมศาสตร์ ไม่ว่าจะเป็น การตรวจนับจำนวนและปริมาณลำไยด้วยระบบ RFID (Radio Frequency Identification) และส่งผ่านข้อมูลผ่านดาวเทียม การนำเทคโนโลยี GPS Tracking มาติดตามในช่วงขนส่งลำไยเข้าสู่โกดัง ซึ่งทาง มทส. โดย ผศ.ดร. รังสรรค์ ทองทา อาจารย์ประจำสาขาวิชาวิศวกรรมโทรคมนาคม ที่ทำการพัฒนาขึ้นมาใช้เฉพาะกับงาน  นอกจากนั้นยังมีเครื่องจักรที่ใช้บดทำลายลำไยหน้าโกดัง เครื่องจักรที่ใช้ในการอัดแท่งเชื้อเพลิงลำไย ซึ่ง ผศ.ดร.วีรชัย อาจหาญ หัวหน้าศูนย์ความเป็นเลิศทางด้านชีวมวล ของ มทส. ผู้เชี่ยวชาญทางด้านเชื้อเพลิงชีวมวล ก็ได้ทำการพัฒนาเครื่องจักรมาใช้เฉพาะกับเชื้อเพลิงลำไยอีกเช่น กันจะเห็นได้ว่า มทส. ของเราได้มีการพัฒนาผลงานทางวิชาการขึ้นในอีกมิติหนึ่ง ซึ่งเป็นมิติที่นำไปสู่การพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  การพัฒนาองค์ความรู้ และ Know-how ที่สามารถถ่ายทอดไปสู่ภาคอุตสาหกรรมโดยนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง

“จะเห็นได้ว่าในโครงการนี้ เราได้มีการทำงานร่วมกับภาคอุตสาหกรรม คือ สมาคมเครื่องจักรกลไทย ซึ่งเป็นองค์กรเอกชนไทยที่มีศักยภาพในการพัฒนาสร้างเครื่องจักรในกระบวนการผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ และด้วยศักยภาพของ มทส. ที่กล่าวมาข้างต้น กระผมมั่นใจว่า โครงการ    รีไซเคิลลำไยค้างสต๊อคปี 2546 และ 2547 โดยนำมาใช้เป็นเชื้อเพลิงชีวมวล ครั้งนี้ จะสามารถแก้ปัญหาของประเทศและเกษตรกรชาวสวนลำไย ได้อย่างแน่นอน และมทส. พร้อมที่จะเป็นกำลังสนับสนุนให้ภารกิจของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ทุกภารกิจอย่างเต็มที่”   นายประสาท สืบค้า กล่าวทิ้งท้าย      

    ในส่วนของ สมาคมเครื่องจักรกลไทย นายณรงค์  สกุลศิริรัตน์  อุปนายกสมาคมเครื่องจักรกลไทย ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า เครื่องจักรของสมาคมฯ เริ่มทดลองเดินเครื่องบดอัดลำไยไปเมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2552 ณ โกดังธนะบูรณ์เฟอร์นิเจอร์ และมีการปรับปรุงเครื่องจักรให้เหมาะสมและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น  ทั้งนี้ สมาคมฯ จะใช้วิธีการบดลำไยหน้าโกดังเช่นเดียวกับ มทส. จากนั้นจะขนย้ายลำไยบดที่แล้วไปเก็บไว้ในโกดังกลาง คือ โกดังโมเดิร์น  และ ธนบูรณ์เฟอร์นิเจอร์  อ.เมือง     จ.ลำพูน เพื่ออัดเป็นแท่งชีวมวล ต่อไป
 
ข่าวโดย : เทียรทอง  ใจสำราญ   นักวิเคราะห์นโยบายและแผน ชำนาญการ 
     สำนักงานปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี   
ข้อมูลสนับสนุน: มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี และสมาคมเครื่องจักรกลไทย   
ติดตามความก้าวหน้าโครงการได้ที่  http//www.most.go.th/lumyairecycle/  
 

 
ข่าวที่เกี่ยวข้อง :
หน่วยงานในสังกัดกระทรวง
สำนักงานรัฐมนตรี สำนักงานปลัดกระทรวง กรมวิทยาศาสตร์บริการ สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ สถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ(องค์การมหาชน) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ(องค์การมหาชน) สำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน(องค์การมหาชน) สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร(องค์การมหาชน) สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ(องค์การมหาชน) สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์(องค์การมหาชน)

กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.)
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อการพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม สร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืน ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร
หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
โปรดแจ้งให้ทราบเพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป