กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีภาษาไทยEnglish
หน้าหลัก ข่าวสารหน่วยงาน ปส. จับมือ สพฐ. พัฒนาแหล่งเรียนรู้ด้านนิวเคลียร์

ปส. จับมือ สพฐ. พัฒนาแหล่งเรียนรู้ด้านนิวเคลียร์

พิมพ์ PDF

              ดร.คุณหญิงกัลยา  โสภณพนิช  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  เป็นประธานเปิดการเสวนา เรื่อง “อยู่ปลอดภัยกับพลังงานนิวเคลียร์และรังสี”  ครั้งที่ 2 ประจำปี 2553 ภายใต้โครงการพัฒนาแหล่งเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีนิวเคลียร์ เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับพลังงานนิวเคลียร์และรังสีให้แก่เยาวชน  นักเรียน  ครู  อาจารย์  นักวิชาการ  ประชาชนทั่วไปในเขตจังหวัดชุมพรและจังหวัดใกล้เคียง โดยมี นายการัณย์  ศุภกิจวิเลขการ ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร  ร่วมในพิธี  ณ โรงแรมชุมพร การ์เดนส์ จังหวัดชุมพร เมื่อวันที่ 6 มกราคม 2553
              ดร.คุณหญิงกัลยา  โสภณพนิช  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ กล่าวว่า หน่วยงานต่างๆ ของจังหวัดชุมพร มีการทำงานประสานกันอย่างเหนียวแน่น  ดิฉันเชื่อว่าถ้าพวกเราร่วมมือกันอย่างนี้ และกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ มาร่วมมือกับจังหวัดชุมพร  ไม่ว่าจะเป็นหน่วยราชการหรือเอกชน  ก็เชื่อว่าเราจะเดินหน้าไปได้ด้วยดี  เรากำลังจะใช้จังหวัดชุมพร นำร่องเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ทางด้านไบโอเทคโนโลยี  เพราะความอุดมสมบูรณ์ความได้เปรียบของชุมพรมีมาก  และสิ่งที่ได้เปรียบด้านผลิตผลทางการเกษตร ไม่ว่าจะเป็นยาง  ปาล์ม  กาแฟ หรือผลไม้ต่างๆ ซึ่งเป็นประโยชน์กับการใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาเพิ่มมูลค่าให้กับพืชผลต่างๆ ได้เป็นอย่างดี  
              วันนี้ยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มาพบปะกับครู-อาจารย์  นักเรียน นักศึกษา ประชาชนทั่วไป  หวังว่าการสัมมนาครั้งนี้จะเกิดประโยชน์กับส่วนตน และส่วนรวมเมื่อเราได้เรียนรู้แล้วว่า  เราจะต้องอยู่กับนิวเคลียร์-รังสี  ซึ่งมองไม่เห็นด้วยตา  เมื่อพูดถึงนิวเคลียร์ทุกคนก็กลัว  แต่จริงๆ แล้วแม้กระทั่งแสงอาทิตย์เราก็มีคอสมิกเรย์  มีรังสีต่างๆ ที่เราอยู่กับรังสีเหล่านี้มาตั้งแต่เกิด เพียงแต่ว่าเราได้รับในปริมาณที่น้อย และธรรมชาติช่วยให้เราอยู่กับรังสีต่างๆ ตามธรรมชาติได้เป็นอย่างดี  แต่สิ่งที่เราพูดถึงกันในวันนี้เป็นสิ่งที่นอกเหนือจากธรรมชาติที่ให้เราต้องอยู่กับพลังงาน รังสีต่างๆ ต่อไปนี้มีการพูดกันมากขึ้นว่าโลกเราร้อนขึ้น  ภาวะโลกร้อนจะทำให้เกิดผลกระทบต่างๆ ซึ่งประชาชนทั่วไปคงทราบว่ามันกระทบกับความเป็นอยู่ของเรา  หลายคนพูดว่าพลังงานอย่างอื่นที่จะทำให้โลกเราอยู่รอดได้  เมื่อน้ำมัน  แก๊ส ค่อยๆ หมดไป  แต่ประเทศไทยโชคดี  เราอยู่ได้อย่างแน่นอน เพราะว่าเรามีผลผลิตทางการเกษตรที่จะสามารถทำเป็นพลังงานทดแทนจากพืชได้ในหลายๆ อย่าง  เรามีแสงอาทิตย์ที่ไม่รู้จักจบ  เรามีลมอีกมากมาย  เพราะฉะนั้น  สิ่งต่างๆ เหล่านี้เอื้อให้ประเทศไทยใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาช่วยทำให้มนุษย์ คนไทยอยู่ในประเทศไทยได้อย่างมีความสุขต่อไป  แต่เราจะทำได้ทดแทนจากสิ่งที่ทำใช้อยู่ในทุกวันนี้มากน้อยแค่ไหนเป็นเรื่องที่เราจะต้องพิจารณาในอนาคต  ซึ่งหลายคนและหลายสำนักคิดว่าเราควรจะคิดค้นพลังงานสะอาดที่ไม่กระทบสิ่งแวดล้อม  ค่าราคาถูกไม่กระทบกับพวกเราด้วย  นั้นก็คือ พลังงานนิวเคลียร์  แต่เราพูดกันวันนี้ ถ้าจำเป็นจริงๆ จะเกิดขึ้นก็สัก 10-15 ปีข้างหน้า  ระหว่าง 10-15 ปีข้างหน้านี้เราก็จะต้องทำความเข้าใจกับสิ่งนี้  และอาจจะมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นได้  ในฐานะที่เป็นนักวิทยาศาสตร์ ก็อยากจะยืนว่าเรื่องเทคโนโลยี เป็นเทคโนโลยีที่เชื่อถือได้  ทั่วโลกใช้ประเทศต่างๆ เพื่อนบ้านเราก็ใช้กัน  แต่ประเทศไทยโชคดีที่เรายังไม่จำเป็นต้องใช้  ระหว่างที่เรายังไม่จำเป็นต้องใช้เราก็ต้องมีเรียนรู้ทำความเข้าใจกับเขา  
              สิ่งที่จะพูดวันนี้มี 2 เรื่องด้วยกัน  พลังงานนิวเคลียร์ ซึ่ง 10-15 ปีข้างหน้า  ถ้าจำเป็น  เราต้องทำความเข้าใจว่าพลังงานนิวเคลียร์ดีหรือไม่ดีอย่างไร  ถ้าจำเป็นจะต้องทำอะไรบ้าง  ทั้งนักวิชาการ ทั้งประชาชน จะต้องทำความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องนั้น  เพราะฉะนั้นเราต้องเก็บเรื่องนั้นไว้ก่อน  แต่ว่าเราอย่าไปกลัว  เราทำความเข้าใจแล้วอยู่กับเขาได้อย่างปลอดภัยอย่างไร  เรื่องที่ใกล้ตัวที่สุดที่วันนี้สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ  ของกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ มาจัดกิจกรรม  มาทำแบบจำลอง  มาทดลองปฏิบัติการ  ถ้ามีสารเกี่ยวกับกัมมันตรังสีเกี่ยวกับทางการแพทย์  อุตสาหกรรม  หรือเกษตรกรรม  ที่ต้องใช้  เราทุกคนอาจจะไม่ทราบว่าทางการแพทย์มีสารบางอย่างเกี่ยวกับกัมมันตรังสี  แม้กระทั่ง X-Ray ก็เป็นรังสีชนิดหนึ่ง  ถ้าเราฉายรังสี   X-Ray มากๆ เกินความต้องการของร่างกายก็จะเกิดอันตราย  แพทย์จะใช้รักษาโรคต่างๆ ด้วยสารบางชนิด  ที่มีกัมมันตรังสี ที่ตาเปล่ามองไม่เห็น  เราก็ต้องมาทำความเข้าใจว่าในสังคมเรามีทั้งแพทย์  อุตสาหกรรม และการเกษตรก็ใช้  เราจะใช้สิ่งเหล่านี้อย่างปลอดภัยได้อย่างไร  ถ้ามันมีอุบัติเหตุเกิดขึ้น  เราจะปฏิบัติตัวอย่างไร ถ้าเกิดมีอุบัติเหตุรังสีที่ใช้อยู่ในประเทศไทยรั่วไหล  ซึ่งการใช้สารที่มีกัมมันตรังสีทุกอย่างสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติมีหน้าที่ควบคุมการนำเข้า ส่งออก  และการใช้อย่างได้มาตรฐานตลอดเวลา    
              ด้าน ศ.ดร.ชัยวัฒน์  ต่อสกุลแก้ว  เลขาธิการสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ  กล่าวว่า  โครงการพัฒนาแหล่งเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีนิวเคลียร์ ได้ดำเนินการมาตั้งแต่ปีงบประมาณ 2549  จนถึงปัจจุบันนับเป็นปีที่ 5 กิจกรรมหลักของโครงการ  ประกอบด้วยการเสวนา หัวข้อ “อยู่ปลอดภัยกับพลังงานนิวเคลียร์และรังสี”  การจัดค่ายเยาวชนนิวเคลียร์สัมพันธ์  ที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ในทางสันติเพื่อเป็นการสร้างเครือข่ายการเฝ้าระวังภัยจากนิวเคลียร์และรังสี  และเป็นตัวแทนของ ปส. ในการเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับพลังงานนิวเคลียร์และรังสีให้ประชาชนมีความเข้าใจและอยู่ร่วมกันกับนิวเคลียร์และรังสีได้หากรู้จักวิธีใช้อย่างปลอดภัย
              ในปีงบประมาณ 2553 ปส. จะมีการจัดการเสวนาขึ้นใน 6 จังหวัด คือ กาญจนบุรี  สตูล  ลพบุรี  เชียงใหม่  อุบลราชธานี  ชุมพร  ทั้งนี้ ปส. จะร่วมกับสำนักงานการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ในการจัดกิจกรรมดังกล่าว  สำหรับการจัดกิจกรรมครั้งที่ 2 นี้ได้ประสานความร่วมมือกับสำนักงานจังหวัดชุมพร จัดกิจกรรมดังกล่าวขึ้นในวันที่ 6 มกราคม 2553  โดย นายการัณย์  ศุภกิจวิเลขการ ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร ให้เกียรติร่วมในกิจกรรมครั้งนี้ด้วย
  วัตถุประสงค์เพื่อให้ครู  นักเรียน  นักวิชาการ  และประชาชนในจังหวัดได้ทราบถึงภารกิจและพันธกิจของสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ  กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ และมีความรู้ความเข้าใจพื้นฐานของพลังงานนิวเคลียร์  รวมทั้งความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับประโยชน์ของเทคโนโลยีนิวเคลียร์ และเพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นในมาตรการ และขั้นตอนการดำเนินการควบคุม  รวมถึงการรักษาความปลอดภัยทางด้านรังสี  อีกทั้งเป็นการสร้างเครือข่ายระหว่างคนของกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ กับคนในพื้นที่ด้วยกันได้   นอกจากนี้ยังมีการแสดงการซ้อมภาวะฉุกเฉินที่อาจจะเกิดขึ้นทางรังสีและนิวเคลียร์  มีการเผชิญเหตุแล้วจะทำอย่างไรด้วย 
              ด้าน นายการัณย์  ศุภกิจวิเลขการ ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร  กล่าวว่า  จังหวัดชุมพร  มีเนื้อที่ประมาณ 3 ล้านไร่  แบ่งเขตการปกครองเป็น  8  อำเภอ  70 ตำบล  736 หมู่บ้าน  มีประชาชน 48,000 คน รายได้เฉลี่ยต่อหัว 110,000 บาทต่อคนต่อปี  ผลิตภัณฑ์มวลรวมจีพีพีเท่ากับ 59,000 ล้านบาท โครงสร้างการผลิตของจังหวัดชุมพรขึ้นอยู่กับสาขาเกษตรกรรม  ดังนั้น เศรษฐกิจหลักของจังหวัดชุมพรจึงขึ้นอยู่กับภาคการเกษตร  ได้แก่ ปาล์มน้ำมัน  ยางพารา กาแฟ และไม้ผล  แต่ราคาผลผลิตส่วนใหญ่ยังขึ้นอยู่กับตลาดต่างประเทศ  ทำให้แต่ละปีเกษตรกรมีปัญหาผลผลิตซึ่งไม่มีเสถียรภาพ  ต้องขอขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีฯ ที่ได้กรุณาบรรยายพิเศษ  ทำให้เราได้เห็นความสำคัญของกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักในการพัฒนาวิทยาศาสตร์  เทคโนโลยีและนวัตกรรม  เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ  และยังสนับสนุนให้มีการถ่ายทอดเทคโนโลยี  และนวัตกรรม  มาสู่ภาคการผลิตและการบริการทางด้านสังคม  โดยเฉพาะเพื่อเพิ่มงาน สร้างรายได้ และคุณภาพชีวิตของประชาชนโดยสามารถนำมาประยุกต์กับภูมิปัญญาท้องถิ่น  ทำให้เรามองเห็นแนวทางที่จะทำงานของจังหวัดชุมพร ร่วมกับกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ  ต่อไป  โดยเฉพาะการเชื่อมโยงความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของกระทรวงฯ กับหน่วยงานราชการ  สถาบันการศึกษา ทั้ง 32 แห่ง  ที่มีพื้นฐานทางด้านไบโอเทคโนโลยี  ร่วมกับภาคเอกชนของจังหวัดชุมพร  ทั้งภาคการเกษตร ประมง  พาณิชยกรรม  และภูมิปัญญาท้องถิ่นของพี่น้องประชาชน  เพื่อนำไปสู่การสร้างงาน  สร้างเงิน และสร้างคุณภาพชีวิตที่ดี ทั้งในเรื่องของการแปรรูปผลิตผลทางการเกษตร  การยืดอายุการเก็บรักษาผลไม้  แม้กระทั่งการผลิตถุงพลาสติกทางมาจากผลิตผลการเกษตรโดยหลีกเลียงการใช้น้ำมันหรือแก๊ส ซึ่งจังหวัดชุมพรและหอการค้าจังหวัดชุมพรได้เสนอขออาสาเป็นจังหวัดนำร่องในการทำงานร่วมกับ กรอ.วท. และได้รับทราบจากท่านว่าได้เลือกจังหวัดชุมพรเป็นพื้นที่นำร่องเรื่องไบโอเบส  เพราะเรามีความอุดมสมบูรณ์และหลากหลายทางด้านพืชเกษตรหลายตัว  นอกจากนั้นท่านยังเห็นความสำคัญของการส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนสนใจและรักการเรียนด้านวิทยาศาสตร์  เพื่อให้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่คิดเป็นคิดชอบ  และรู้จักการแก้ปัญหาโดยใช้เหตุใช้ผลควบคู่กับการมีคุณธรรม  รู้ผิดรู้ถูก
 

 

 

 


ผู้เขียนข่าว  :  นายปราโมทย์  ป้องสุธาธาร  โทร. 0-2354-4466 ต่อ 118 , 120
                       โทรสาร 02-354-3763     E-Mail :  อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน
ถ่ายภาพโดย : น.ส.สุนิสา  ภาคเพียร  โทร. 0-2354-4466 ต่อ 199

 

 

 
ข่าวที่เกี่ยวข้อง :
» นายยูกิยะ อมาโนะ ผอ.ทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศเข้าเยี่ยมนายกรัฐมนตรี
» ผู้อำนวยการใหญ่ทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศเข้าเยี่ยมคารวะ รมว.วท. พร้อมหารือความร่วมมือด้าน วทน.
» พ.ร.บ. พลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ 2559
» ปส. ขานรับถ้อยแถลงนายกฯ เร่งซ้อมแผนฉุกเฉินทางรังสีเชิงบูรณาการ
» ปส. จัดเสวนาเตรียมความพร้อมรองรับ พ.ร.บ.พลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติสู่การบังคับใช้
» สนช. ผ่านวาระ ๓ ร่าง พ.ร.บ.พลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ พ.ศ. .... ๑๔๔ ต่อ ๑ งดออกเสียง ๕ เตรียมประกาศใช้เป็นกฎหมาย
» ปส. เตรียมความพร้อมมาตรการตรวจสอบวัสดุนิวเคลียร์ ก่อนฝึกซ้อมร่วม ไทย – มาเลเซีย
หน่วยงานในสังกัดกระทรวง
สำนักงานรัฐมนตรี สำนักงานปลัดกระทรวง กรมวิทยาศาสตร์บริการ สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ สถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ(องค์การมหาชน) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ(องค์การมหาชน) สำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน(องค์การมหาชน) สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร(องค์การมหาชน) สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ(องค์การมหาชน) สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์(องค์การมหาชน)

กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.)
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อการพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม สร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืน ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร
หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
โปรดแจ้งให้ทราบเพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป