นายกฯ ย้ำองค์ความรู้ช่วยแก้ปัญหาต่างๆ ได้ นักวิจัยต้องเรียนรู้จากความสำเร็จที่เกิดขึ้นในพื้นที่

พิมพ์

              นายอภิสิทธิ์  เวชชาชีวะ  นายกรัฐมนตรี  กล่าวย้ำในพิธีเปิดโครงการหมู่บ้านแม่ข่ายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  เพื่อแก้ไขปัญหาความยากจน  ด้วยเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง ที่กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ว่าองค์ความรู้ด้านทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ช่วยแก้ปัญหาและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนได้   หน่วยงานของรัฐต้องทำหน้าที่ในการเชื่อมโยงองค์ความรู้กับสถาบันการศึกษาและภาคเอกชน  อีกทั้ง นักวิจัยจะต้องไปเรียนรู้จากความสำเร็จที่เกิดขึ้นในพื้นที่แล้วนำมาปรับและขยายผลต่อไป  (เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2552)
 

 

 

 

 

              นายอภิสิทธิ์  เวชชาชีวะ  นายกรัฐมนตรี  กล่าวว่า  คุณภาพชีวิตของประชาชนจะดีขึ้นได้  ต้องได้รับการสนับสนุนจากปัจจัยพื้นฐานหลายอย่าง  ซึ่งเป็นเรื่องทางกายภาพ  เช่น การจัดการน้ำ  ถนนหนทาง  การสนับสนุนส่งเสริมโครงสร้างพื้นฐานอื่นๆ สุดท้ายแล้วสิ่งที่จะยั่งยืนที่สุด คือเรื่องของความรู้  โดยเฉพาะอย่างยิ่งความรู้ที่สามารถจะประยุกต์ใช้ในเรื่องของวิทยาสตร์และเทคโนโลยี  เมื่อวานนี้ (30พ.ย.52) ไปที่ ธกส. นอกจากไปดูเรื่องการโอนเงินที่เกษตรกรได้ประโยชน์จากการประกันรายได้แล้ว  มีคนเอามันสำปะหลังมาให้ดูเปรียบเทียบ ตั้งแต่หัวที่ใหญ่มหึมา เขาบอกว่า 1 ไร่ทำได้ถึง 20 ตัน  จนถึงที่มีปัญหาเพลี้ยเข้าไปเหลือนิดเดียวอาจจะหนึ่งในสิบของตรงนั้น  ถ้าเราสามารถให้เกษตรกรสามารถเพิ่มน้ำหนักเพิ่มผลผลิตต่อไร เราอาจจะเพิ่มรายได้ของเขาเป็นสิบเท่าตัว  นี่คือที่มาว่าจริงๆ แล้ว ถ้าเรามีเทคโนโลยีหรือองค์ความรู้และสามารถนำไปใช้ได้จริง  ตรงนี้จะเป็นจุดที่สามารถยกระดับคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนได้

 


              โครงการหมู่บ้านแม่ข่ายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นโครงการที่ต้องการจะสร้างองค์ความรู้ที่สามารถใช้ได้ในระดับของประชาชน  เพื่อให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น  โดยกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ทำหน้าที่เป็นเหมือนศูนย์กลางหรือตัวเชื่อม  ตัวถ่ายทอดและสร้างเครือข่ายขึ้นมา  ตรงนี้ถือว่าเป็นการสนับสนุนนโยบายพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนที่รัฐบาลดำเนินการอยู่  โดยอาศัยเรื่องความรู้  เทคนิค  เทคโนโลยีและวิทยาศาสตร์เข้าไปเพื่อความยั่งยืนในการพัฒนาต่อไป  จำนวนหมู่บ้านอาจจะไม่สำคัญเท่ากับความเป็นต้นแบบในเรื่องต่างๆ ใน 30 แห่งนี้จะมีความหลากหลายอยู่  เช่น การบริหารจัดการน้ำ  พลังงานหมุนเวียน  ความยั่งยืนในการบริหารทรัพยากรธรรมชาติ  ซึ่งไม่ได้มีเฉพาะน้ำและพลังงาน  ยังมีทั้งเรื่องดินและอื่นๆ อีกมากมาย  ต้องไปดูว่าในสภาพแต่ละพื้นที่และโจทย์แต่ละพื้นที่เป็นอย่างไร  และจะต้องจัดให้มาจับคู่กับต้นแบบที่จะนำไปขยายผลได้  แต่ละพื้นที่มีปัญหาแตกต่างกันไป  และอาจจะมีสภาพที่เหมาะสมกับเทคนิคหรือความรู้ที่มีแตกต่างกัน  ผมคิดว่าต้นแบบในด้านต่างๆ และการผสมผสานประสบการณ์และปรับให้เหมาะกับพื้นที่ต่างๆ คือหัวใจของการขยายผลต่อไป
 

 

             นายกรัฐมนตรี  กล่าวอีกว่า  ไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจสร้างสรรค์ หรือเศรษฐกิจพอเพียง  ทุกอย่างต้องเชื่อมโยงมาที่ฐานความรู้  ถ้าไม่มีฐานความรู้ก็ทำไม่ได้  การเชื่อมโยงตรงนี้เป็นเรื่องที่สำคัญ  การผลักดันโครงการเศรษฐกิจสร้างสรรค์ก็ต้องอิงกับกระบวนการผลิตเพิ่มองค์ความรู้การถ่ายทอดความรู้ต่างๆ ให้เหมาะสมโจทย์กับปัญหาต่างๆ ที่ชุมชนหรือผู้ประกอบการเผชิญอยู่  ผมก็หวังว่าทางกระทรวงวิทยา- ศาสตร์ฯ จะทำหน้านี้  จุดอ่อนอย่างหนึ่งของเราคือ คนมักจะมองว่าเรื่องของวิทยาศาสตร์ วิจัย ความรู้ อยู่โลกหนึ่ง  และโลกของเกษตรกร  โลกของผู้ประกอบการก็อยู่อีกโลกหนึ่ง  ไม่เชื่อมโยงกัน  ปัญหาของเราในอดีตคือขาดการเชื่อมโยงกัน ซึ่งจริงๆ แล้วต้องผ่านทั้งสถาบันการศึกษา ผู้นำชุมชน  และหน่วยงานของรัฐต้องทำหน้าที่สำคัญในการที่จะเชื่อมโยงและผ่านตรงนี้ไปให้ได้  เราอย่ามองว่านักวิจัย  คนให้ความรู้ไปจากตรงนี้ แล้วคนเรียนรู้อยู่ที่ในพื้นที่  ผมว่าโครงการนี้ตอนต่อไปจะต้องกลับกัน  นั้นคือว่า คนที่อยู่ตรงนี้จะต้องไปเรียนรู้จากความสำเร็จที่เกิดขึ้นในพื้นที่  แล้วสามารถที่จะนำมาปรับและขยายต่อไป  ส่งต่อไปยังพื้นที่อื่นๆ ได้
 

 

              ด้าน ดร.คุณหญิงกัลยา  โสภณพนิช  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวถึงความเป็นมาโครงการหมู่บ้านแม่ข่ายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ว่า โครงการเทคโนโลยีเฉลิมพระเกียรติ  เริ่มตั้งแต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เฉลิมพระชนมพรรษา 60 พรรษา ซึ่งมีนายบัญญัติ  บรรทัดฐาน เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ จากนั้นก็คิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องดีที่กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ สามารถเจริญรอยตามเบื้องพระยุคลบาท เรื่องแก้ปัญหาความยากจนของประชาชน โดยใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นพื้นฐาน  ซึ่งเราจะสังเกตเห็นว่าเป็นพันๆ โครงการตามพระราชดำริ  พระองค์ท่านทรงใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแทบทุกโครงการ  ฉะนั้นจึงเป็นบุญของแผ่นดินที่กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ได้เจริญรอยตามพระองค์ท่าน  คนส่วนใหญ่ของประเทศก็คือเกษตรกร  เราดำเนินการเช่นนี้มาต่อเนื่องตั้งแต่มีกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ  แต่ปีนี้เป็นปีพิเศษที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะทรงพระชนมพรรษา 82 พรรษา วันที่ 5 ธันวาคม นี้ และกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ครบรอบ 30 ปี  เราจึงตั้งใจว่าลองคัดเลือกหมู่บ้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่ประสบความสำเร็จ  ทำให้มีรายได้เพิ่มขึ้น  ลดรายจ่าย  และประชาชนมีชีวิตที่ดีขึ้น  ที่กระจายทั่วประเทศนำมาเพื่อเป็นการแลกเปลี่ยน  เป็นเวทีที่ทำให้ประชาชนทราบว่าวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีช่วยแก้ปัญหาระยะยาวได้อย่างที่ท่านนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวแล้ว
 

 

              ดร.คุณหญิงกัลยา  กล่าวอีกว่า เราจะใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มรายได้ลดรายจ่าย  สามารถแข่งขันได้  และมาสอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลเรื่อง Creative Economy หรือว่าเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ซึ่งนายกรัฐมนตรีให้กำลังใจกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ มากมาย  เป็นนายกรัฐมนตรีท่านแรกที่เข้าใจและให้นโยบายด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีชัดเจนว่า จะต้องเชื่อมโยงระหว่างกระทรวง วิทยาศาสตร์ฯ สถาบันการศึกษา และเอกชน  ไม่ว่าจะเป็นเกษตรกร  ผู้ประกอบการทางการบริการหรือภาคอุตสาหกรรม  ต่างต้องใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเข้าไปเพิ่มมูลค่า  ลดรายจ่ายให้แข่งขันได้  เราทำเรื่องนี้มาโดยตลอด  วันนี้คัดเลือกมา 30 หมู่บ้าน  โดยเฉพาะหมู่บ้านเรื่องน้ำ เรามีถึง 10 หมู่บ้าน เพราะน้ำคือชีวิต น้ำคือหัวใจของทุกๆ อย่าง  ถ้ามีน้ำแล้วอย่างอื่นก็จะตามมา ประเทศไทยมีปัญหาเรื่องน้ำแล้ง น้ำท่วม น้ำกร่อย น้ำอะไรต่างๆ เราทำความสำเร็จให้กับการบริหารจัดการน้ำได้สำเร็จถึง 10 หมู่บ้าน สามารถนำมาแสดงได้  หมู่บ้านที่เขามีน้ำใช้ตลอดปีรายได้ของหมู่บ้านนั้นเพิ่มขึ้นถึง 105% และจากที่เคยมีหนี้ 2.6 ล้านบาท ภายในปีเดียวลดเหลือ 1.6 ล้านบาท  ประชาชนมีอาหารเพราะมีน้ำ สามารถเลี้ยงปลาได้ ทำให้มีอาหารโปรตีนรับประทาน  ทั้ง 30 หมู่บ้านนี้จะเป็นผลงานของ 14 หน่วยงานของกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ  แล้วแต่ว่าหมู่บ้านนั้นๆ ต้องการความช่วยเหลือด้านใด  บางหมู่บ้านมี 2-3 หน่วยงานเข้าไปช่วย  ก็จะแข็งแรงและแก้ปัญหาให้กับประชาชนได้จริงๆ  หวังว่าวันนี้เปิดตัวหมู่บ้านแม่ข่ายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  30 หมู่บ้านแล้ว  ประชาชนทั่วไปจะใช้กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ มากขึ้น  เพราะเราใช้งบประมาณของแผ่นดิน  เราใช้งบประมาณของประชาชน  อะไรที่เราทำได้ย่อมจะนำไปสู่ประชาชน  เรามีคำขวัญที่ว่า “กระทรวงวิทย์ คิดค้นเพื่อคนไทย”  

 
 

 

 

ผู้เขียนข่าว  :  นายปราโมทย์  ป้องสุธาธาร  โทร. 0-2354-4466 ต่อ 118  
                       โทรสาร 02-354-3763     E-Mail : 
อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน
ถ่ายภาพโดย : น.ส.สุนิสา  ภาคเพียร  โทร. 0-2354-4466 ต่อ 199

 

 

Tags หมู่บ้านวิทยาศาสตร์
 
ข่าวที่เกี่ยวข้อง :
» ผู้เข้าร่วมประชุม วทน. จ.กระบี่ เยี่ยมชมหมู่บ้านการจัดการอุตสาหกรรมปาล์มชุมชนแบบไร้ของเสีย
» เปิดโครงการเร่งด่วนเพื่อเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยจังหวัดกระบี่
» รมว.วท. เป็นประธานในพิธีเปิดงาน คาราวานเทคโนโลยีจังหวัดลำปาง
» นายคมจิต ลุสวัสดิ์ ทปษ.รมว. ตรวจเยี่ยมหมู่บ้าน ว และ ท ณ หมู่บ้านหมากเม่า จ.สกลนคร
» โครงการหมู่บ้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสำหรับโครงการพระราชดำริบ้านปางตอง
» โครงการหมู่บ้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสำหรับโครงการพระราชดำริบ้านแปกแซม
» ที่ปรึกษารัฐมนตรีเยี่ยมชมโครงการหมู่บ้านแบบการเกษตรอินทรีย์และการใช้พลังงานทดแทน