กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีภาษาไทยEnglish
หน้าหลัก ข่าวสารหน่วยงาน พิธีเปิดโครงการหมู่บ้านแม่ข่ายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

พิธีเปิดโครงการหมู่บ้านแม่ข่ายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

พิมพ์ PDF


 

   นายอภิสิทธิ์  เวชชาชีวะ  นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการหมู่บ้านแม่ข่ายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อแก้ไขปัญหาความยากจน ด้วยเศรษฐกิจสร้างสรรค์ตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง โดยมี  ดร.คุณหญิงกัลยา  โสภณพนิช  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  ดร.สุจินดา  โชติพานิช  ปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ  และผู้บริหาร วท.  ให้การต้อนรับ  ณ  บริเวณลานพระบรมราชานุสาวรีย์  รัชกาลที่ 4  กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ 

 

 

       โครงการหมู่บ้านแม่ข่ายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  เป็นโครงการสืบเนื่องจากเมื่อปี พ.ศ. 2527 กระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและการพลังงาน (ชื่อในขณะนั้น) นายเจริญ  วัชระรังสี  อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์บริการ ได้มีแนวความคิดที่จะใช้วิทยาศาสตร์ในการเข้าไปช่วยเหลือประชาชนในการประกอบอาชีพของชุมชนในชนบท  รวมถึงการใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในการเพิ่มผลผลิตและการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร  อันจะเป็นการเพิ่มมูลค่าของผลผลิตและมีรายได้เพิ่มขึ้น  ปัญหาที่พบในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ  คือ ขาดความรู้ในด้านการจัดการที่ถูกวิธีในการเลี้ยงโคพันธุ์ผสม  ผลผลิตที่ได้ไม่มีคุณภาพ  ทำให้ราคาตกต่ำ  นอกจากนั้นยังขาดทุนจากการซื้อพ่อพันธุ์  แม่พันธุ์ หรือการซื้อน้ำเชื้อพ่อพันธุ์จากต่างประเทศมาผสม  โดยขณะนั้น  นายบัญญัติ  บรรทัดฐาน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ (ช่วงปี พ.ศ. 2528-2532) มีนโยบายให้นำเทคโนโลยีไปทดลองใช้ในหมู่บ้านที่อยู่ในเขตโครงการสูบน้ำด้วยไฟฟ้า  โดยคัดเลือกมา 9 หมู่บ้าน  เพื่อถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนม พรรษาครบ 5 รอบ 60 พรรษา

 

 

        เพื่อให้เกิดการเสริมสร้างความเข้มแข็งอย่างต่อเนื่อง  ดร.คุณหญิงกัลยา  โสภณพนิช  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  จึงมีนโยบายที่จะสานต่อแนวความคิดหมู่บ้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเฉลิมพระเกียรติ  ให้เป็นหมู่บ้านแม่ข่ายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  เพื่อเข้าไปสนับสนุนชุมชนให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงปัจจัยภายนอกมากขึ้น  สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน  โดยประสานเชื่อมโยงร่วมกับหน่วยงานสนับสนุนอื่น ๆ เช่น จังหวัด  อำเภอ  พัฒนาชุมชน  เกษตรอำเภอ องค์การบริหารส่วนท้องถิ่น และอื่น ๆ เพื่อบูรณาการร่วมกัน  และเป็นต้นแบบของการพัฒนาชุมชนด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน  โดยในปี พ.ศ. 2552 ซึ่งเป็นวาระครบรอบ 30 ปี กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  จึงมีการคัดเลือกหมู่บ้านต้นแบบเพิ่มเป็น 30 หมู่บ้าน  เพื่อนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ไปใช้ในการพัฒนาชุมชน สร้างงาน สร้างเงิน สร้างคุณภาพชีวิตให้กับประชาชนอย่างยั่งยืน

 

 

       ทั้งนี้  นายกรัฐมนตรี ได้มอบป้ายหมู่บ้านแม่ข่ายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  ให้กับผู้แทนหมู่บ้าน และเยี่ยมหมู่บ้านและผลิตภัณฑ์ที่เกิดจากการนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไปประยุกต์ใช้  โดยมีหมู่บ้านแม่ข่ายมาร่วมแสดงผลงาน จำนวน 18 หมู่บ้าน อาทิ

                        1.  ชุมชนบ้านต้นน้ำ   บ้านป่าสักงามตั้งอยู่ ต.ลวงเหนือ อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่  เดิมประสบปัญหาป่าต้นน้ำถูกทำลาย  ปัญหาไฟป่า  แหล่งน้ำหายไป  หนี้สินครัวเรือน  หนี้สินชุมชน  สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร (องค์การมหาชน) (สสนก.) ได้ร่วมมือกับภาครัฐและภาคเอกชน  เข้าไปให้ความช่วยเหลือโดยใช้เทคโนโลยีต่าง ๆ ได้แก่ โปรแกรม OZI Explorer เพื่อใช้ในการจัดทำแผนที่  ภาพถ่ายดาวเทียมความละเอียดสูง IKONOS ระบบโทรมาตร (Field Server) และระบบคลังข้อมูลและเว็บไซต์ชุมชน (Local Content Management System) เพื่อให้ชุมชนสามารถหาน้ำใช้ได้  และมีน้ำสำรอง  ทำให้ชุมชนมีน้ำใช้พอเพียงสำหรับการอุปโภคบริโภค และการเกษตรทั้งปี ลดปัญหาน้ำท่วมและน้ำแล้ง

                        2.  ชุมชนบ้านน้ำแล้ง  หมู่บ้านลิ่มทอง  อำเภอนางรอง  จังหวัดบุรีรัมย์  ที่เดิมประสบปัญหาภัยแล้ง  มีน้ำไม่เพียงพอต่อการอุปโภคบริโภค  และทำการเกษตร ขาดแคลนแหล่งเก็บน้ำสำรองไว้ใช้ยามหน้าแล้ง  โครงสร้างพื้นฐานในการเชื่อมต่อและกระจายน้ำเสื่อมสภาพ  สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร (องค์การมหาชน) (สสนก.) ได้ร่วมมือกับภาครัฐและภาคเอกชน  เข้าไปให้ความช่วยเหลือโดยใช้เทคโนโลยีต่าง ๆ ได้แก่ โปรแกรมบัญชี Excel ประยุกต์เพื่อทำบัญชีครัวเรือนและวางแผนการเพาะปลูก  โดยใช้ภาพถ่ายดาวเทียมความละเอียดสูง IKONOS ระบบโทรมาตร (Field Server) และระบบคลังข้อมูลและเว็บไซต์ชุมชน (Local Content Management System) ) เพื่อให้ชุมชนสามารถหาน้ำใช้ได้  และมีน้ำสำรอง  ทำให้ชุมชนมีน้ำใช้พอเพียงสำหรับการอุปโภคบริโภค และการเกษตรทั้งปี ลดปัญหาน้ำท่วมและน้ำแล้ง

                        3.  ชุมชนไร้ของเสีย  บ้านเกาะกลาง  ต.คลองประสงค์  อ.เมือง จ.กระบี่ เดิมประสบปัญหาไม่มีโรงสีรับซื้อข้าวเปลือกที่ผลิตได้  ต้องนำไปขายให้โรงสีต่างถิ่น ทำให้เสียค่าใช้จ่าย และต้องซื้อข้าวสารมาบริโภค  อีกทั้งชุมชนไม่มีเทคโนโลยีในการแปรรูปของเหลือทิ้งทางการเกษตร ชุมชนยังไม่ได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีในการเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ และต้องไปแสวงหางานทำนอกถิ่น  สำนักงานปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ได้เข้าไปให้ความช่วยเหลือโดยนำเครื่องจักรที่พัฒนาขึ้นภายใต้โครงการวิศวกรรมย้อนรอยย้อนรอยไปใช้ขยายผลในการพัฒนาชุมชนตามความเหมาะสมอและความต้องการของชุมชน  และพัฒนาศักยภาพการผลิตทางการเกษตรแบบครบวงจรซึ่งจะช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ผลผลิตทางการเกษตรในหมู่บ้าน

                        4. หมู่บ้านสตรอเบอรี่  บ้านห้วยน้ำผักและบ้านบ่อเหมืองน้อย  ต.แสงภา  อ.นาแห้ว จ.เลย  เป็นหมู่บ้านตามแนวชายแดนภาจใต้โครงการพัฒนาเพื่อความมั่นคงพื้นที่อำเภอนาแห้ว โดยกองทัพภาคที่ 2 และ 3 รับผิดชอบ แต่ละหมู่บ้านมี 75 ครอบครัว รวม 150 ครอบครัว ได้รับการจัดสรรพื้นที่ทำกิน 10 ไร่ต่อครอบครัว สภาพโดยทั่วไปเป็นป่าทึบและภูเขาสูงชัน มีอาชีพทำการเกษตร เช่น ปลูกข้าวโพด  ขิง  กระชายดำ  หน่อไม้ หมากก่อ สตรอเบอรี่  และส่วนมากเป็นหนี้ ธกส. มีรายได้ไม่เพียงพอที่จะชำระหนี้ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ  ได้ถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตสตรอเบอรี่คุณภาพดี  เทคโนโลยีการแปรรูปและสุขลักษณะที่ดีในการผลิตอาหาร และการบริหารจัดการกลุ่ม บัญชีครัวเรือน การออมทรัพย์ และส่งเสริมการเรียนรู้ของเยาวชน ค่ายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีให้กับกลุ่มเยาวชน  ทำให้เกิดกลุ่มผู้ผลิตสตรอเบอรี่คุณภาพดี เกิดอาชีพใหม่และรายได้ 30,000 บาท/ครัวเรือน/5เดือน  เกิดกลุ่มวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวเชิงเกษตร สร้างรายได้ให้กับกลุ่ม 200,000 บาท/ปี  อีกทั้งยังเกิดศูนย์การเรียนรู้เยาวชน ค่ายวิทยาศาสตร์  สร้างผู้นำเยาวชน และนักวิจัยท้องถิ่น

                        5. หมู่บ้านปุ๋ยอินทรีย์   บ้านทับทิมสยาม  ต.บักดอง อ.ขุนหาญ จ.ศรีสะเกษ  พื้นที่ส่วนใหญ่ของตำบลเป็นที่ราบทางทิศเหนือและพื้นที่ดอน  และเชิงเขาทางทิศใต้ติดกับเทือกเขาพนมดงรัก  มีบางส่วนพื้นดินมีสีแดง  เหมาะแก่การเพาะปลูกพืชไร่  พืชผัก  สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย  ได้เข้าไปดำเนินการสร้างโรงงานต้นแบบปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูงของสถาบันฯ สามารถผลิตปุ๋ยได้ 70 ตัน มีมูลค่า 700,000 บาท/ปี สามารถทดแทนปุ๋ยเคมีได้ทั้งหมด ทำให้ลดค่าใช้จ่ายและเพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกร

       นอกจากนี้ยังมีหมู่บ้านอื่น ๆ ร่วมแสดงผลผลิตและการดำเนินงานของหมู่บ้านและชุมชน อาทิ หมู่บ้านพลังงานทางเลือก  หมู่บ้านก๊าซชีวภาพ  หมู่บ้านผลิตภัณฑ์สมุนไพร  และโรงไฟฟ้าชีวมวล จากจังหวัดนครราชสีมา เป็นต้น

 

 

 

 

 

 

 

 

ผู้เขียนข่าว  :  นายปราโมทย์  ป้องสุธาธาร  โทร. 0-2354-4466 ต่อ 118 , 120 
                     โทรสาร
02-354-3763     E-Mail :  pramot@most.go.th

ภาพโดย : นางสาวสุนิสา ภาคเพียร โทร.02-354-4466 ต่อ 199 , อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน

 

 

 

 

 

 
หน่วยงานในสังกัดกระทรวง
สำนักงานรัฐมนตรี สำนักงานปลัดกระทรวง กรมวิทยาศาสตร์บริการ สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ สถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ(องค์การมหาชน) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ(องค์การมหาชน) สำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน(องค์การมหาชน) สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร(องค์การมหาชน) สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ(องค์การมหาชน) สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์(องค์การมหาชน)

กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.)
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อการพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม สร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืน ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร
หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
โปรดแจ้งให้ทราบเพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป