กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีภาษาไทยEnglish
หน้าหลัก ข่าวสารหน่วยงาน

ข่าวสารหน่วยงาน

รวบรวมข่าวสารประชาสัมพันธ์ และข่าวทั่วไป ของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี คลอบคลุม ทั้ง ข่าวกิจกรรม ภาพข่าวกิจกรรมของ หน่วยงานในสังกัดกระทรวง

 



ก.วิทย์ สวทช. ร่วมกับ ม.เกษตรศาสตร์ และ TCDCจัดเวิร์กช็อปสร้างไอเดียผู้ประกอบการ ออกแบบผลิตภัณฑ์อาหารสุขภาพขานรับแนวโน้มช็อปแบบคนชราแห่งอนาคต

พิมพ์ PDF

 

 

               ณ ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (TCDC) : กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดย โปรแกรมสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม (ITAP) ร่วมกับ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดย สถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร และคณะอุตสาหกรรมเกษตร และศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (TCDC) จัด “ประชุมเชิงปฏิบัติการการคิดเชิงออกแบบ (Design Thinking)” เพื่อเรียนรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ร่วมกันระหว่างผู้ประกอบการ SMEs ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีอาหาร และนักออกแบบ เพื่อหาไอเดียผลิตภัณฑ์ ผ่านกระบวนการค้นหาความต้องการของผู้บริโภคที่เป็นกลุ่มเป้าหมาย สู่ไอเดียใหม่ พร้อมทดสอบไอเดียและต้นแบบ เพื่อให้ผู้ประกอบการ SMEs ได้โจทย์ที่ชัดเจน และมีความเป็นไปได้มากที่สุด สำหรับการเตรียมความพร้อมของธุรกิจและรองรับความต้องการของสังคมผู้สูงอายุ

 

 

 

               คุณอภิสิทธิ์ ไล่สัตรูไกล ผู้อำนวยการศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (TCDC) กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศต่างๆ ทั่วโลกกำลังก้าวเข้าสู่การเป็นสังคมผู้สูงอายุ (Aging Society) เนื่องจากความก้าวหน้าของเทคโนโลยีทางการแพทย์ ประกอบกับเด็ก   เกิดใหม่มีจำนวนน้อยลง ส่งผลให้ประชากรผู้สูงอายุมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นในทุกประเทศทั่วโลก โดยเฉพาะในประเทศพัฒนาแล้ว เช่น ญี่ปุ่น สหภาพยุโรป และสหรัฐอเมริกา รวมถึงกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาอย่างประเทศในอาเซียน เช่น สิงคโปร์ มาเลเซีย และไทย องค์การสหประชาชาติคาดการณ์ว่า ภายในปี พ.ศ. 2593 ประชากรผู้สูงอายุในโลกจะเพิ่มกว่า 20% หรือประมาณ 2,200 ล้านคน และจากผลสำรวจของวิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล เรื่อง Aging Society ชี้ให้เห็นว่ากลุ่มคนอายุ 48 - 57 ปี ในปัจจุบันกำลังจะกลายเป็นผู้สูงอายุ ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า
 
               “การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรนี้ จะส่งผลถึงการตลาดของสินค้าและแนวโน้มของผู้บริโภค ที่เปลี่ยนไป ซึ่งเป็นสัญญาณหนึ่งที่ส่งถึงผู้ประกอบการ SMEs ให้เริ่มทำความเข้าใจถึงการเปลี่ยนแปลงของความต้องการสินค้าในตลาดโลก และหากผู้ประกอบการ SMEs สามารถวิเคราะห์ทิศทาง ปรับกลยุทธ์การผลิต จากการผลิตอาหารทั่วไป เป็นผลิตอาหารสุขภาพเพื่อสังคมผู้สูงอายุ และเริ่มต้นเจาะตลาดเป้าหมายกลุ่มนี้ได้ก่อน ย่อมมีความได้เปรียบในการแข่งขันในระยะยาว  อีกทั้งยังสามารถรักษาและเพิ่มส่วนแบ่งตลาดในอนาคตได้อีกด้วย”
 
               “สังคมผู้สูงอายุที่ต้องการคุณภาพชีวิตที่ดี จะกลายเป็นตลาดใหม่ที่มีขนาดใหญ่และมีศักยภาพในการเลือกซื้อสินค้าที่มีคุณภาพและตรงกับความต้องการมากที่สุด จึงเป็นโอกาสและจุดเปลี่ยนสำหรับผู้ประกอบการ SMEs ของไทยที่จะขยับตนเองจากการผลิตอาหารทั่วไปสู่การผลิตอาหารสุขภาพเพื่อสังคมผู้สูงอายุที่จะสร้างโอกาสทางการตลาดได้ทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ เพราะไทยมีข้อได้เปรียบทั้งด้านวัตถุดิบและเทคโนโลยีการผลิตอาหาร ภูมิปัญญาในการสร้างสรรค์อาหารให้อร่อย และมาตรฐานความปลอดภัยในการผลิตอาหารของไทย ซึ่งเหล่านี้เป็นจุดแข็งที่จะทำให้ผู้ประกอบการ SMEs ของไทยสามารถแข่งขันในตลาดกลุ่มนี้ได้” คุณอภิสิทธิ์ กล่าว

 

 

               ด้าน นางสาวเสาวภา ยุววุฑโฒ ที่ปรึกษาอาวุโส โปรแกรม ITAP สวทช. กล่าวว่า “สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดย โปรแกรมสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม (ITAP) ได้ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดย สถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร และคณะอุตสาหกรรมเกษตร และศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (TCDC) ดำเนินโครงการ “การพัฒนาออกแบบผลิตภัณฑ์อาหารสุขภาพ เพื่อสังคมผู้สูงอายุ (SMART FOOD)” เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการอุตสาหกรรมอาหารไทย ในการวิจัยพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์อาหารสุขภาพสำหรับตลาดผู้สูงอายุ ซึ่งเป็นตลาดใหม่ ตลาดใหญ่ และเป็นตลาดที่มีกำลังซื้อ โดยโครงการ SMART FOOD ได้เริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2559 และภายใน 3 ปี (ปี 2559 - 2561) จะสนับสนุนผู้ประกอบการเพื่อพัฒนาต้นแบบผลิตภัณฑ์สุขภาพ อย่างน้อย 25 ผลิตภัณฑ์ เป้าหมายของโครงการเพื่อช่วยเตรียมความพร้อมของผู้ประกอบการ SMEs ไทย ให้มีความรู้ ความเข้าใจ และเห็นทิศทางการเปลี่ยนแปลงและโอกาสทางการตลาดก่อนคู่แข่งขัน เพื่อนำมาวิจัยพัฒนาและออกแบบผลิตภัณฑ์ให้มีความเหมาะสมกับความต้องการของผู้สูงอายุทั้งในและต่างประเทศ ปัจจุบันมีผู้ประกอบการสนใจเข้าร่วมโครงการแล้ว จำนวน 12 บริษัท”


ข่าวโดย: สถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ (พว.)

เผยแพร่ข่าวโดย : นางสาวนฤมล รัตนสุวรรณ์

กลุ่มงานประชาสัมพันธ์ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

โทร 02 333 3728-3732    โทรสาร 02 333 3834

E-mail :     อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน  Facebook: sciencethailand

Call center กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โทร.1313

Tags TCDC - ITAP - SMEs
 

ก.วิทย์ฯ จัดอบรม 'อินโฟกราฟิก' สู่การใช้งานจริง

พิมพ์ PDF

              

Infographic 

 

              เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2559 - ณ ห้องคอมพิวเตอร์ ชั้น 7 สำนักปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) จัดอบรม "การสร้างสื่ออินโฟกราฟิก (Infographic)" ให้แก่พนักงานและเจ้าหน้าที่รัฐภายในสังกัด เพื่อให้สามารถสร้างสื่ออินโฟกราฟิกได้ โดยการอบรมในครั้งนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 27-29 มิถุนายน 2559 เป็นระยะเวลา 3 วัน 


 
 
               ทั้งนี้ ภายในการอบรมได้มีการให้ความรู้เกี่ยวกับกระบวนการจัดทำอินโฟกราฟิก เทคนิคต่างๆ การแบ่งกลุ่มระดมความคิดเพื่อสร้างสรรค์ผลงาน การใช้โปรแกรมที่เกี่ยวข้อง เช่น โปแกรม GIMP, Inkscape เป็นต้น เพื่อให้นำไปประยุกต์ใช้และสามารถออกแบบผลงานได้จริง โดยมีผู้เข้าร่วมกว่า 30 คน

 
 

ข่าวโดย : นางสาวนฤมล รัตนสุวรรณ์

ภาพโดย : นายภูมินทร์ ปั้นเล็ก 

กลุ่มงานประชาสัมพันธ์ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

โทร 02 333 3728-3732    โทรสาร 02 333 3834

E-mail :   อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน    Facebook: sciencethailand

Call center กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โทร.1313


 

 

ปส. จัดเสวนาเตรียมความพร้อมรองรับ พ.ร.บ.พลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติสู่การบังคับใช้

พิมพ์ PDF

 

             กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส.) จัดการเสวนาเรื่อง การผลักดันร่าง พ.ร.บ.พลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติสู่การบังคับใช้ วันพฤหัสบดีที่ ๒๓ มิถุนายน ๒๕๕๙ ที่ห้องประชุมใหญ่ สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ เพื่อชี้แจงรายละเอียดและซักซ้อมความเข้าใจเกี่ยวกับ พ.ร.บ. ฉบับใหม่ ให้กับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องได้รับทราบ ก่อนจะมีผลบังคับใช้ต่อไป

 

               ดร.อัจฉรา วงศ์แสงจันทร์ เลขาธิการสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ เปิดเผยว่า ขณะนี้ ร่างพระราชบัญญัติพลังงานปรมาณูเพื่อสันติ พ.ศ..... ได้ผ่านการพิจารณาวาระ ๓ ในชั้นสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เมื่อวันที่ ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๕๙ ที่ผ่านมา ซึ่งขั้นตอนการดำเนินงานต่อไปจำเป็นต้องมีการกำหนดกฎหมายลำดับรองที่เกี่ยวข้องกับร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว จำนวนประมาณ ๕๐ ฉบับ ภายในระยะเวลา ๔๕๐ วัน นับตั้งแต่วันที่มีการประกาศในราชกิจจานุเบกษา เพื่อให้การกำหนดกฎหมายลำดับรองเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและทันตามระยะเวลาที่กำหนด จึงได้จัดการเสวนา เรื่อง การผลักดัน ร่าง พ.ร.บ.พลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติสู่การบังคับใช้ ขึ้นในวันพฤหัสบดีที่ ๒๓ มิถุนายน ๒๕๕๙ ระหว่างเวลา ๙.๐๐ – ๑๕.๓๐ น. ณ ห้องประชุมใหญ่ สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ เพื่อชี้แจงรายละเอียดและซักซ้อมความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว แก่ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องได้รับทราบ รวมทั้งหารือแนวทางการดำเนินงานเพื่อเตรียมการกำหนดกฎหมายลำดับรองที่เกี่ยวข้องกับพระราชบัญญัติดังกล่าวให้เกิดความสมบูรณ์ ครบถ้วนและเหมาะสมต่อไป นอกจากนี้ ยังเป็นการขอบคุณผู้ที่มีส่วนร่วมในการผลักดันการตราร่าง พ.ร.บ. พลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันตินี้สู่การบังคับใช้อีกด้วย

 

               ดร.พิเชฐ  ดุรงคเวโรจน์  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ได้ให้นโยบายว่า ควรให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการบังคับใช้กฎหมายตามพระราชบัญญัตินี้ ซึ่งประกอบด้วย ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ของสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ ได้รับความรู้ความเข้าใจในเนื้อหาสาระและภาพรวมของการบังคับใช้กฎหมาย รวมถึงจะได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ ข้อซักถามเกี่ยวกับพระราชบัญญัติดังกล่าว อันเป็นการเตรียมความพร้อมให้กับผู้ที่เกี่ยวข้องทุกระดับก่อนที่พระราชบัญญัตินี้จะมีผลบังคับใช้  ซึ่งขณะนี้ ร่างพระราชบัญญัติพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ พ.ศ..... อยู่ในกระบวนการทูลเกล้าถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวลงพระปรมาภิไธย และเสนอในราชกิจจานุเบกษาต่อไป

 

                ร่างพระราชบัญญัติพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ พ.ศ..... มีสาระสำคัญ คือกำหนดขอบเขตการใช้บังคับเกี่ยวกับพลังงานนิวเคลียร์และรังสีในทางสันติ กำหนดให้มีคณะกรรมการโดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน มีอำนาจหน้าที่ในการกำกับดูแล การใช้ประโยชน์จากพลังงานนิวเคลียร์กำกับดูแลทางนิวเคลียร์และรังสี ร่าง พ.ร.บ. นี้เน้นควบคุมและกำกับการใช้ประโยชน์วัสดุกัมมันตรังสี เครื่องกำเนิดรังสี วัสดุนิวเคลียร์ สถานประกอบการทางนิวเคลียร์ กากกัมมันตรังสี และเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ใช้แล้ว ให้เกิดความปลอดภัย ความมั่นคงปลอดภัยทางนิวเคลียร์และรังสี รวมถึงการพิทักษ์ความปลอดภัยทางนิวเคลียร์ เพื่อคุ้มครองประชาชนและสิ่งแวดล้อม อีกทั้งเพื่อให้สอดคล้องกับกฎเกณฑ์ในทางสากลที่เกี่ยวกับพลังงานนิวเคลียร์



สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กองกฎหมายและสนธิสัญญา สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ โทรศัพท์ ๐ ๒๕๙๖ ๗๖๐๐ ต่อ ๓๔๑๓ 

ข่าวโดย  กลุ่มส่งเสริมฝึกอบรมและเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ

โทรศัพท์ ๐ ๒๕๙๖ ๗๖๐๐ ต่อ  ๑๑๒๓ - ๑๑๒๔

 

เผยแพร่ข่าวโดย : นางสาวนฤมล รัตนสุวรรณ์

กลุ่มงานประชาสัมพันธ์ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

โทร 02 333 3728-3732    โทรสาร 02 333 3834

E-mail :    อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน  Facebook: sciencethailand

Call center กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โทร.1313


 

 

เปิด “เทศกาลวันนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย ประจำปี 2559” หวังพัฒนาทักษะด้านการสื่อสารให้กับเด็กปฐมวัย ภายใต้หัวข้อ “โลกแห่งการสื่อสาร”

พิมพ์ PDF



              ด้วย มูลนิธิสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) และสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) บริษัท นานมีบุ๊คส์ จำกัด สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ และกลุ่มบริษัท บี.กริม กำหนดจัดงาน “เทศกาลวันนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย ประจำปี 2559” ในโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย โดยจะจัดกิจกรรมจนถึงเดือนสิงหาคม 2559 ภายใต้หัวข้อ “โลกแห่งการสื่อสาร” เน้นการส่งเสริมและพัฒนาทักษะด้านการสื่อสารให้กับเด็กปฐมวัยได้เรียนรู้ด้วยประสบการณ์ของตนเองอย่างสนุกสนานและเข้าใจง่าย 

 

              กรุงเทพฯ/24 มิถุนายน 2559 - นายชัยยศ อิ่มสุวรรณ์ รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า “ในปัจจุบัน วิทยาศาสตร์มีความสำคัญกับคนในทุกเพศทุกวัย ไม่เว้นแม้แต่ในเด็กปฐมวัย เพราะวิทยาศาสตร์คือพื้นฐานของการเรียนรู้ โครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย จึงเป็นก้าวสำคัญในการสร้างเยาวชนของชาติให้รู้จักการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ในขั้นพื้นฐาน ในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการ เราได้ส่งเสริมให้โรงเรียนระดับปฐมวัยในสังกัดเข้าร่วมโครงการฯ เพื่อพัฒนาการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์สำหรับเด็กอนุบาล โดยอาศัยเครือข่ายความร่วมมือของหน่วยงานต่างๆ ในการร่วมกันสร้างพื้นฐานการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ให้กับเด็กไทย ให้นักเรียนได้เรียนรู้ด้วยประสบการณ์ โดยการรู้จักช่างสังเกต ตั้งคำถามและค้นหาคำตอบด้วยตนเอง เพื่อพัฒนาทักษะให้นักเรียนเหล่านี้เติบโตขึ้นเป็นเยาวชนที่มีคุณภาพ หรือเป็นกำลังสำคัญในการนำความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาพัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้าต่อไปในอนาคต” รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ กล่าว  

 

 

              คุณสุวดี จงสถิตย์วัฒนา ประธานกรรมการผู้จัดการ บริษัท นานมีบุ๊คส์ จำกัด รองประธานกรรมการ โครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย เปิดเผยว่า “โครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย เป็นโครงการที่เราจัดกันมาอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี เราได้ตระหนักถึงปัญหาของการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ของเด็กไทย   ที่ผ่านมาซึ่งไม่ได้รับการพัฒนาทักษะอย่างมีประสิทธิภาพเพียงพอ ทำให้ปัจจุบันเกิดการขาดแคลนนักวิทยาศาสตร์ที่จะเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ จึงได้ทำการศึกษาโครงการส่งเสริมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัยในประเทศเยอรมนี จากมูลนิธิ “Haus der Kleinen Forscher” (หรือ มูลนิธิบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย) และได้นำโครงการดังกล่าวมานำร่องเป็นต้นแบบในประเทศไทย  เพื่อพัฒนาการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ของเยาวชน เป้าหมายสำคัญเพื่อปลูกฝังนิสัยรักวิทยาศาสตร์ให้กับเด็กไทยอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเราได้รับความร่วมมือจากภาครัฐ และเอกชน 8 หน่วยงาน ได้แก่ มูลนิธิสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา บริษัท นานมีบุ๊คส์ จำกัด สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ กลุ่มบริษัท บี.กริม และมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ 

 

              ปัจจุบันได้ดำเนินโครงการเข้าสู่ปีที่ 6 ซึ่งได้ขยายผลสู่กว่า 15,000 โรงเรียนทั่วประเทศ ผ่านผู้นำเครือข่ายท้องถิ่น 220 แห่ง โดยมีกิจกรรมอบรมครู พัฒนาสื่อการเรียนการสอน และทำกิจกรรมสู่กลุ่มครอบครัว ในปีนี้เราจัดกิจกรรมภายใต้หัวข้อ “โลกแห่งการสื่อสาร” เพราะการสื่อสารเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่งในชีวิตของเรา การสื่อสารในสังคมดิจิตัลยังเป็นเรื่องที่ซับซ้อนสำหรับเด็ก เราจึงจัดกิจกรรมสร้างประสบการณ์ด้านการสื่อสารให้ครูและเด็กได้ตั้งคำถาม ฝึกการสังเกตและหาคำตอบไปพร้อมๆ กัน โดยแบ่งออกเป็น 4 ฐานประกอบด้วย 1.เรื่องการสื่อสาร การฟัง การมองเห็นและการรับรู้ด้วยความรู้สึก : กิจกรรม รูปหน้ายิ้มแบบต่างๆ (Emoticon) และกิจกรรมการแสดงประกอบท่าทาง 2.เรื่องภาพวาด รหัสและสัญลักษณ์ : กิจกรรมมองมาทางนี้สิ ,สิ่งนี้แหละที่ฉันชอบ และกิจกรรมตัวอักษรจากการกด 3.เรื่องจากที่นี่ถึงที่นั่น : กิจกรรมไปรษณีย์ของเราเอง (จรวดลูกโป่ง) 4.เรื่องการติดต่อสื่อสารยุคดิจิทัล : กิจกรรมการระบายสีตามรหัส  โดยจากฐานกิจกรรมเด็กๆ จะได้เรียนรู้พื้นฐานเรื่องการสื่อสารที่หลากหลายสำหรับเด็กปฐมวัย ซึ่งเป็นทักษะที่โครงการฯ ให้ความสำคัญอย่างยิ่งในการวางรากฐานการเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์”

 

 

              ด้าน นายสาคร ชนะไพฑูรย์ รองผู้อำนวยการ รักษาการแทนผู้อำนวยการ องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวเพิ่มเติมว่า “กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี นำโดย ดร.พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มีภารกิจหลักในการพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมของประเทศ รวมทั้งการสื่อสารเผยแพร่องค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ใน สาขาต่าง ๆ สู่สังคม เพื่อให้เยาวชนและประชาชนทั่วไปตระหนักถึงความสำคัญของวิทยาศาสตร์ที่มีผลต่อการพัฒนาประเทศ ทั้งนี้การวางรากฐานทางด้านวิทยาศาสตร์ให้แก่เด็กตั้งแต่วัยเยาว์จึงมีความสำคัญยิ่ง ในการปลูกฝังเด็กให้เติบโตไปพร้อมกับวิทยาศาสตร์ โครงการ “บ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย” จึงถือว่าเป็นเป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยกระตุ้นให้เด็ก รู้จัก เข้าใจ และสามารถนำประโยชน์จากการเรียนรู้นี้ไปดำเนินชีวิตต่อไปในสังคมได้ ซึ่ง อพวช. ก็ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในโครงการ “บ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย” ที่พร้อมส่งเสริมให้เด็กในวัยอนุบาล  (3 – 6 ปี) ได้เริ่มเรียนรู้วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีอย่างมีคุณภาพ เพราะหากเราปลูกฝังความรักความประทับใจในวิทยาศาสตร์ให้แก่เด็ก ก็จะง่ายต่อการพัฒนากระบวนการคิดแบบวิทยาศาสตร์ที่เป็นพื้นฐานสำคัญในการสร้างทรัพยากรบุคคลให้มีคุณภาพในอนาคต ซึ่งในแต่ละปีจะเห็นว่า “เทศกาลวันนักวิทยาศาสตร์น้อย” จะหยิบยกเรื่องราวที่อยู่ใกล้ตัวมาให้เด็ก ๆ ได้เรียนรู้ทำกิจกรรมที่สามารถเข้าใจได้ง่ายและรู้สึกสนุกที่ได้ลงมือทำด้วยตนเอง โดยในปีนี้ อพวช. ยังเป็นอีกหนึ่งสถานที่ในการจัดกิจกรรมฯ โดยจะจัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 24 มิถุนายน จนถึงวันที่ 31 สิงหาคม นี้ ณ จัตุรัสวิทยาศาสตร์ อพวช. ชั้น 4 อาคารจัตุรัสจามจุรี อพวช. 

 

 

              นอกจากนี้ ในปีนี้ยังมีการจัดงานเปิดตัวพร้อมกันทั้ง 4 ภูมิภาค ได้แก่ 1.ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ณ จังหวัดบึงกาฬ ดำเนินงานโดย สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน 2.ภาคตะวันออก ณ จังหวัดสระแก้ว ดำเนินงานโดย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ 3.ภาคเหนือ ณ จังหวัดน่าน ดำเนินงานโดย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ 4.ภาคใต้ ณ จังหวัดสตูล ดำเนินงานโดย สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ทั้งนี้จึงอยากจะขอเชิญชวนโรงเรียนอนุบาล และศูนย์เด็กเล็กทั่วประเทศ มาเข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าวฯ สำหรับผู้สนใจ สามารถดูรายละเอียด และดาวน์โหลดเนื้อหา คู่มือการจัดกิจกรรมได้ในเว็บไซต์ www.littlescientistshouse.com และ www.nsm.or.th



ข่าวโดย : องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพ.)

เผยแพร่ข่าวโดย : นางสาวนฤมล รัตนสุวรรณ์

กลุ่มงานประชาสัมพันธ์ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

โทร 02 333 3728-3732 โทรสาร 02 333 3834

E-mail :   อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน  Facebook: sciencethailand

Call center กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โทร.1313

 
 

คณะผู้บริหาร วท. เข้าชม เรือนยอดบรมมังคลานุสรณีย์ ศิลปกรรมชิ้นเอกที่ทรงคุณค่าแห่งกรุงรัตนโกสินทร์

พิมพ์ PDF

 

       24 มิถุนายน 2559 ณ บริเวณพระที่นั่งอนันตสมาคม พระราชวังดุสิต /คณะผู้บริหารกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี นำโดย ดร.พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เข้าชม เรือนยอดบรมมังคลานุสรณีย์” โดยมี ท่านผู้หญิงสุภรภ์เพ็ญ หลวงเทพนิมิต รองราชเลขานุการในพระองค์สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ  และ หม่อมหลวงอรจิตรา สนิทวงศ์ ผู้อำนวยการสถาบันสิริกิติ์ ให้การต้อนรับ

    “เรือนยอดบรมมังคลานุสรณีย์” ผลงานศิลปกรรมชิ้นเอกทรงคุณค่ามีความหมายว่าเรือนยอด ตั้งอยู่ทางด้านทิศตะวันออกของพระที่นั่งอนันตสมาคม พระราชวังดุสิต เป็นเรือนโถงมียอดทรงปราสาท 9 ยอด ซึ่งมีจำนวนมากที่สุดในประวัติศาสตร์สถาปัตยกรรมของกรุงรัตนโกสินทร์ สร้างขึ้นด้วยถาวรวัตถุอันประกอบด้วยโลหะผสมและหินอ่อน มีการปิดทองประดับกระจกและตกแต่งด้วยจิตรกรรมในส่วนต่างๆ ทั้งเรือนยอด ถือเป็นอาคารโลหะทั้งหลังและเป็นหลังแรกในประเทศไทย โดยมีวัตถุประสงค์สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสทรงครองสิริราชสมบัติครบ  70 ปี และในโอกาสที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงเจริญพระชนมพรรษา 7 รอบ สมเด็จพระบรมโอสาธิราชฯ สยามมกุฏราชกุมาร ทรงเจริญพระชนมมายุครบ 5 รอบ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเจริญพระชนมายุครบ 5 รอบ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี จะทรงเจริญพระชันษาครบ 5 รอบ และทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญาสิริวัฒนาพรรณวดีทรงพระเจริญพระชันษาครบ 5 รอบ

      สำหรับพระที่นั่งอนันตสมาคมภายในมีการจัดแสดงนิทรรศการ “ศิลป์แผ่นดิน”มีการนำผลงานหัตถศิลป์ชั้นยอดของช่างศิลปาชีพมาจัดแสดง อาทิ งานไม้แกะสลักเป็นพญานาคาเกี้ยวกระหวัดประดับด้วยปีกแมลงทับ ซึ่งต้องอาศัยความประณีตพิถีถัน ในการคัดแยกน้ำหนักสี และตัดแต่งตามรูปร่างของพญานาค ก่อนนำไปติดเป็นชิ้นงาน นำมาตกแต่งบนผนังภายในห้องปีกแมลงทับส่วนผนังห้อง ตกแต่งแผ่นสานย่านลิเภาสานเป็นลายขิด สอดด้วยปีกแมลงทับ, บนเพดานมีโคมระย้าพญานาค และหงส์ ประดับปีกแมลงทับและแก้วเจียระไน และงานถมเงินถมทอง พัฒนาต่อยอดงานถมโบราณเป็น "งานถมกลับพื้น" ใช้โลหะทำเป็นพื้นสีเงินแทนพื้นดำ พร้อมประดับฝาผนังคร่ำสามกษัตริย์เต็มพื้นที่ฝาผนัง ผสมแผ่นเสื่อสานเส้นเงินสอดเส้นนากเป็นลายขิดโบราณ

      ทั้งนี้ สามารถร่วมชื่นชมผลงานอันวิจิตรบรรจงในนิทรรศการครั้งยิ่งใหญ่แห่งปี ศิลป์แผ่นดิน ครั้งที่ 7 ได้ที่พระที่นั่งอนันตสมาคม พระราชวังดุสิต ตั้งแต่วันที่ 14 มิถุนายน เป็นต้นไป เวลา 10.00-16.00 น.



ข่าวโดย : นางสาวชลธิชา แสงเทียนสุวรรณ

ภาพและวิดีโอโดย : นายเอกชัย สุนทรเดชและนายรัฐพล หงสไกร

กลุ่มงานประชาสัมพันธ์ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

โทร. 02 333 3728-3732   โทรสาร 02 333 3834

E-Mail:     อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน    Facebook : sciencethailand

Call Center กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โทร. 1313 


 
หน้า 20 จาก 601
หน่วยงานในสังกัดกระทรวง
สำนักงานรัฐมนตรี สำนักงานปลัดกระทรวง กรมวิทยาศาสตร์บริการ สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ สถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ(องค์การมหาชน) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ(องค์การมหาชน) สำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน(องค์การมหาชน) สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร(องค์การมหาชน) สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ(องค์การมหาชน) สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์(องค์การมหาชน)

กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.)
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อการพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม สร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืน ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร
หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
โปรดแจ้งให้ทราบเพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป